โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ประกันดิ้นขอขึ้น "เบี้ยสุขภาพ" ค่ารักษาแพง-ยอดเคลมพุ่ง

ประชาชาติธุรกิจ

เผยแพร่ 12 ส.ค. 2561 เวลา 15.24 น.

สมาคมประกันชีวิต-ประกันวินาศภัยชง คปภ.ขอปรับขึ้น “เบี้ยสุขภาพ” เหตุต้นทุนค่ารักษาพยาบาลพุ่งปีละ 8% กระทบอัตราเคลมสูง เสี่ยงขาดทุน เผย “ประกันสุขภาพเด็ก 0-5 ปี” แบกภาระหนักสุดขู่อาจต้องเลิกขาย คปภ.เปิดทางเอกชนเสนอโครงสร้างใหม่หารือปลาย ส.ค.นี้ค่ารักษาพยาบาลพุ่ง

แหล่งข่าววงการธุรกิจประกันชีวิตเปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า เนื่องจากขณะนี้อัตราค่ารักษาพยาบาลที่เพิ่มขึ้นปีละเกือบ 8% จึงส่งผลกระทบกับพอร์ตประกันสุขภาพซึ่งถือเป็นตัวเล่นหลักของตลาดประกันชีวิต ต้องเจอปัญหาขาดทุนอย่างหนัก ดังนั้น บริษัทประกันชีวิตจึงต้องการขอปรับเบี้ยประกันสุขภาพใหม่

โดยที่ผ่านมาทางสมาคมประกันชีวิตไทยและสมาคมประกันวินาศภัยไทยได้เข้าไปหารือกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) แต่ยังไม่มีข้อสรุป เนื่องจากภาคธุรกิจต้องการปรับเบี้ยประกันสุขภาพทั้งหมด (พอร์ตเดิมและในอนาคต) เนื่องจากพอร์ตเดิมเป็นพอร์ตใหญ่ที่ยังคงขาดทุน ขณะที่ คปภ.มองว่าการปรับอัตราเบี้ยใหม่ต้องเป็นการปรับสำหรับลูกค้าใหม่ในอนาคตเท่านั้น ทำให้เรื่องยังเดินหน้าต่อไม่ได้

แหล่งข่าวกล่าวว่า เคสหลัก ๆ ที่ทำให้ตัวประกันสุขภาพขาดทุนหนัก คือประกันสุขภาพเด็กอายุ 0-5 ปี ที่ทุกบริษัทเจอปัญหาอัตราการเคลมสูง ซึ่งถ้าสถานการณ์เป็นแบบนี้ หลายบริษัทอาจจะต้องเลิกขายโปรดักต์ตัวนี้ ซึ่งก็จะทำให้ผู้บริโภคไม่มีทางเลือก ซึ่งก็อาจจะต้องให้ภาครัฐออกมาซับซิไดซ์แทนผู้บริโภค

“คปภ.ไม่ได้ปิดกั้น แต่ให้โจทย์กลับมาทำการบ้าน ซึ่งเรากำลังรวบรวมข้อมูลทุกอย่าง และขอนัด คปภ.เพื่อเข้าไปชี้แจงเหตุผลในช่วงปลายเดือน ส.ค.นี้ หากได้ข้อสรุปก็จะใช้เป็นมาตรฐานใหม่” แหล่งข่าวธุรกิจประกันชีวิตกล่าว

คปภ.สั่งทำสถิติพิจารณา

นางคนึงนิจ สุจิตจร ผู้ช่วยเลขาธิการสายกำกับผลิตภัณฑ์ประกันภัย สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ยอมรับกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ทางภาคธุรกิจประกันภัยได้เข้ามาหารือเพื่อขอให้มีการปรับปรุงอัตราเบี้ยประกันสุขภาพใหม่ ซึ่งเบื้องต้น คปภ.ให้ทั้งสองสมาคมกลับไปรวบรวมข้อมูลสถิติย้อนหลังความคุ้มครองแต่ละหมวดของแบบประกันสุขภาพอย่างน้อย 5 ปี ตามหลักการคณิตศาสตร์ประกันภัย เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาปรับโครงสร้างราคาใหม่ รวมถึงข้อมูลอื่น ๆ เช่น สภาพเศรษฐกิจ ค่ารักษาพยาบาล อัตราเงินเฟ้อและทิศทางดอกเบี้ย

นอกจากนี้ยังอาจต้องนำประเด็นเรื่องข้อกฎหมายใหม่ที่เกี่ยวกับ พ.ร.บ.ค่ารักษาพยาบาลฯของกระทรวงสาธารณสุขมาสนับสนุนอีกทางหนึ่งด้วย เพราะจะมีความเกี่ยวเนื่องกัน พร้อมกันนี้ก็ให้ภาคธุรกิจเสนอรูปแบบที่ต้องการเพื่อเข้ามาปรึกษาหารือกันอีกครั้ง

ทั้งนี้ ปัจจุบันประกันสุขภาพมีความคุ้มครองหลัก ๆ คือความคุ้มครองผู้ป่วยใน (IPD) ความคุ้มครองผู้ป่วยนอก (OPD) ค่าผ่าตัด ค่าแพทย์เยี่ยมไข้ ส่วนความคุ้มครองที่ซื้อเพิ่มจะเป็นค่าคลอดบุตรและค่าทำฟัน โดยความคุ้มครองทั้งผู้ป่วยใน/ผู้ป่วยนอกและค่าผ่าตัดจะคิดอัตราเบี้ยประกันสุขภาพแบบสูงสุด-ต่ำสุด (maximum-minimum) อยู่แล้วต่อผลประโยชน์ และจะแยกตามขั้นอายุเริ่มตั้งแต่ 0-5 ปี

ชงเบี้ยมาตรฐานราคากลาง

ขณะที่นางนุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์ นายกสมาคมประกันชีวิตไทย กล่าวว่า ปัจจุบันภาคธุรกิจประกันชีวิตค่อนข้างต้องการโปรดักต์สุขภาพที่ยืดหยุ่นมากขึ้น สมาคมอาจจะประสานกับสมาคมนักคณิตศาสตร์ประกันภัยแห่งประเทศไทย เพื่อจัดทำมาตรฐานกลางของอัตราเบี้ยประกันสุขภาพออกมาเพื่อที่จะไปนำเสนอ คปภ. เนื่องจากปัจจุบันเบี้ยประกันสุขภาพคิดเป็นสัดส่วนกว่า 80% ของธุรกิจประกันชีวิต หรือคิดเป็นเบี้ยประกันสุขภาพราว 60,000 กว่าล้านบาท

“ยุคนี้โปรดักต์ประกันต้องปรับเปลี่ยนเร็วตามพฤติกรรมลูกค้า ความเสี่ยงจากโรคใหม่ ๆ และปัญหาการฉ้อฉลที่เกิดขึ้น ขณะที่ขั้นตอนการขออนุมัติจาก คปภ.ค่อนข้างลำบาก เพราะฉะนั้นการกำหนดโครงสร้างราคาโดยอิงจากสถิติย้อนหลังแบบเดิมนั้นอาจไม่สอดคล้องกับสภาพการณ์ปัจจุบัน โดยเฉพาะประกันชีวิตที่เป็นสัญญาระยะยาว ภาคเอกชนจึงอยากจะเห็นเบี้ยประกันที่เป็นมาตรฐานราคากลางแบบกำหนดอัตราต่ำสุด-สูงสุด ซึ่งประกันสุขภาพบางแบบที่ง่าย ๆ ก็สามารถปรับเบี้ยได้ก่อน” นางนุสรากล่าว

ปัญหายอดเคลมสุขภาพสูง

นายสาระ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เมืองไทยประกันชีวิต กล่าวว่า หลายครั้งที่บริษัทประกันต้องรับยอดเคลมสุขภาพที่สูงมาก เบี้ยที่วางไว้อาจจะรองรับไม่ไหว ดังนั้นอาจจะต้องให้บริษัทประกันสามารถปรับเบี้ยขึ้นมาได้ ซึ่งเชื่อว่า คปภ.น่าจะเห็นด้วย เพียงแต่ต้องนำข้อมูลสถิติย้อนหลังแบบยาว ๆ มาประกอบการพิจารณา

“หากได้สถิติข้อมูลประกันสุขภาพที่เป็นจริงและชัดเจนมากเท่าไร การปรับเบี้ยประกันสุขภาพให้เหมาะสมก็จะมีโอกาสมากขึ้น เพราะหากสถิติการเคลมที่สูงมากก็ควรที่จะให้บริษัทประกันสามารถปรับเบี้ยขึ้นได้ เพื่อให้บริษัทประกันสามารถรองรับลูกค้าได้ต่อไป เพราะถ้าสุดท้ายบริษัทประกันที่รับไม่ไหวก็อาจจะต้องหยุดให้บริการสินค้าเหล่านั้น ซึ่งไม่ก่อให้เกิดความยั่งยืนทางธุรกิจ”

ปัจจุบันอัตราเบี้ยประกันสุขภาพในธุรกิจประกันชีวิตจะแตกต่างกับธุรกิจประกันวินาศภัย โดยจะพิจารณาตามช่วงอายุทั้งหมดซึ่งจะมีการกำหนดเพดาน เมื่อใกล้เต็มเพดานจึงต้องขอขยายเพิ่มขึ้น

สุดอั้นเบี้ยชนเพดาน

ด้านนายปิติพงศ์ พิศาลบุตร ประธานคณะกรรมการประกันภัยอุบัติเหตุและสุขภาพ สมาคมประกันวินาศภัยไทย กล่าวว่า สำหรับเบี้ยประกันสุขภาพในธุรกิจประกันวินาศภัยก็ขยับเพิ่มขึ้นจนใกล้ชนเพดานแล้วเช่นกัน เนื่องจากค่ารักษาพยาบาลที่ปรับสูงขึ้นทุกปี โดยเฉพาะโรงพยาบาลเอกชน จะยิ่งทำให้อัตราเบี้ยประกันสุขภาพแพงขึ้นจนลูกค้าจ่ายไม่ไหว ทำให้สมาคมฯหยิบยกเรื่องนี้เข้าหารือ คปภ.ถึงแนวทางการขอปรับเบี้ยประกันสุขภาพที่เหมาะสม คาดว่าจะมีความชัดเจนเร็ว ๆ นี้

“ผมอยากจะให้ลูกค้ามีสิทธิ์เลือกซื้อแบบประกันสุขภาพได้ตามต้องการ โดยไม่ต้องครอบคลุมความคุ้มครองทุกอย่าง เพราะจะทำให้เบี้ยแพง เช่นกรณีทำกรมธรรม์ราคาประหยัดภายใต้เงื่อนไขความคุ้มครองเฉพาะโรงพยาบาลรัฐเท่านั้น แต่หากเข้ารักษาในโรงพยาบาลเอกชนต้องจ่ายเพิ่มบางส่วน” นายปิติพงศ์กล่าว

นอกจากนี้สมาคมก็อยู่ระหว่างพิจารณาปรับปรุงความคุ้มครองและค่าชดเชยรายวันในกลุ่มโรคร้ายแรงบางโรค โดยเฉพาะค่าชดเชยรายวันที่ปัจจุบันอัตราการเคลมอยู่ในเกณฑ์สูง

รวมถึงบริหารจัดการต้นทุนของประกันสุขภาพ ซึ่งกำลังพิจารณาว่าจะทำอย่างไรให้ระบบการจัดการเป็นแบบอัตโนมัติมากขึ้น เช่น เมื่อลูกค้าเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลทำอย่างไรที่ไม่ต้องมีคนมาแฟกซ์ใบเคลม แต่ใช้เทคโนโลยีอินชัวร์เทคหรือเอไอเข้ามาช่วยสนับสนุน บอกได้เลยว่าผู้ป่วยเข้าเงื่อนไขกรมธรรม์หรือไม่ ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายได้ในระดับหนึ่ง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...