โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"กรีนเมโทร" ร่วมวงบ้านล้านหลังลุยสร้าง 1.2 พันหลัง 6 จังหวัดอีสาน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 25 ก.พ. 2563 เวลา 08.20 น. • เผยแพร่ 25 ก.พ. 2563 เวลา 08.20 น.

“กรีน เมโทร” อุดรร่วมโครงการบ้านล้านหลัง ธอส. ประเดิมทาวน์โฮม 2 ชั้น เฟสแรก 170 ยูนิตขายเกลี้ยง เล็งขึ้นเฟส 2 อีก 150 ยูนิต พร้อมสยายปีกอีก 1,200 ยูนิต ใน 6 จังหวัดอีสาน รองรับความต้องการ

นายวิชัย ประเสริฐสิทธิ์ ประธานกรรมการ บริษัท กรีน เมโทร จำกัด ผู้พัฒนาโครงการหมู่บ้านจัดสรรโครงการ ดิ เอนทรีโอ จังหวัดอุดรธานี เปิดเผย“ประชาชาติธุรกิจ” ว่า กลุ่มกรีน เมโทร เป็นทุนท้องถิ่นอสังหาริมทรัพย์ในจังหวัดอุดรธานี มีโครงการบ้านในเครือประกอบด้วย เมโทรปาร์ค, ดิ เอนทรีโอ และลิเวลโล่ (Livello) ได้ร่วมกับธนาคารอาคารสงเคราะห์ ดำเนินโครงการบ้านล้านหลัง เพื่อสนับสนุนนโยบายรัฐบาลที่ต้องการช่วยเหลือประชาชนให้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง

จึงได้จัดทำโครงการ ดิ เอนทรีโอ ซึ่งเป็นทาวน์โฮม 2 ชั้น เฟสแรกจำนวน 170 ยูนิต มูลค่ารวมกว่า 180 ล้านบาท ตั้งอยู่บริเวณริมถนนซอยส่งนํ้าชลประทาน ต.เชียงพิณ อ.เมือง จ.อุดรธานี และห่างจากตัวเมืองประมาณ 2.5 กิโลเมตร โดยได้รับการสนับสนุนวงเงินกู้จำนวน 50 ล้านบาท จาก ธอส. เพื่อก่อสร้างบ้านและพัฒนาสาธารณูปโภคในโครงการ และล่าสุดเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2563 พบว่าสามารถจำหน่ายได้ทั้ง 170 ยูนิต พร้อมเตรียมสร้างเฟส 2 จำนวน 150 ยูนิต อยู่ติดกับเฟสแรก จะเปิดให้จองเร็ว ๆ นี้

นอกจากนี้ บริษัท กรีน เมโทร จำกัด ยังมีแผนขยายการก่อสร้างที่อยู่อาศัยที่สามารถเข้าร่วมโครงการบ้านล้านหลังอีก จำนวน 1,200 ยูนิต มูลค่า 1,300 ล้านบาท ในพื้นที่ 6 จังหวัด ประกอบด้วย อุดรธานี, หนองคาย, ขอนแก่น, สกลนคร, ร้อยเอ็ด และนครราชสีมา โดย 6 จังหวัดนี้ถือว่ามีความพร้อม ความต้องการ และกำลังซื้อ ในราคาเท่ากันทุกจังหวัด ซึ่งทั้ง 6 จังหวัดอยู่ห่างจากตัวเมืองไม่เกิน 5 กิโลเมตร หรือขับขี่รถจักรยานยนต์โดยใช้เวลาไม่เกิน 20 นาที คาดว่าจะส่งมอบบ้านได้กลางปี 2565 โดยคาดว่าจะ kick off เปิดจองพร้อมกันกลางปี 2563 พร้อมกันทั้ง 6 จังหวัด

“บริษัทดูการตอบรับจากโครงการบ้าน 1,200 ยูนิต ใน 6 จังหวัดภาคอีสานแล้ว จังหวัดอื่น ๆ ในภาคอีสานจะเปิดพร้อมกันในปีต่อ ๆ ไปอีก 6,000 ยูนิต” นายวิชัยกล่าว

ด้านนายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ตามที่ ธอส.ได้จัดทำโครงการบ้านล้านหลัง เพื่อสนับสนุนนโยบายรัฐบาลที่ต้องการช่วยเหลือประชาชนให้ได้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง โดยมุ่งเน้นกลุ่มผู้มีรายได้น้อย กลุ่มคนวัยทำงาน หรือผู้ที่กำลังเริ่มต้นสร้างครอบครัว รวมถึงกลุ่มผู้สูงอายุได้มีที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท กรอบวงเงินโครงการรวม 60,000 ล้านบาท แบ่งเป็น สินเชื่อที่อยู่อาศัยสำหรับลูกค้ารายย่อย (post finance) วงเงิน 50,000 ล้านบาท และสินเชื่อพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย (prefinance) วงเงิน 10,000 ล้านบาท ตัวเลข ณ วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2563 พบว่ามีผู้ติดต่อยื่นคำขอกู้แล้วจำนวน 23,766 ราย วงเงิน 17,513 ล้านบาท และ ธอส.ได้อนุมัติสินเชื่อให้ลูกค้าได้มีบ้านในฝันเป็นของตนเองได้แล้วทั้งสิ้น 22,463 ราย วงเงินกู้ 15,988 ล้านบาท

“ลูกค้าที่ร่วมโครงการบ้านล้านหลัง ล่าสุด ธอส.ได้อนุมัติสินเชื่อไปแล้วถึง 15,935 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นถึงว่าความต้องการที่อยู่อาศัยในระดับราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท มีอยู่จริงในตลาด โดยเฉพาะในกลุ่มผู้มีรายได้น้อยที่หากซื้อบ้านราคา 1 ล้านบาท จะผ่อนชำระเริ่มต้นเพียงแค่ 3,800 บาทต่อเดือนเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีสิทธิ์ได้รับเงินสนับสนุนจากภาครัฐเพื่อลดภาระการผ่อนดาวน์ (cash back) จำนวน 50,000 บาทต่อราย หากลงทะเบียนและมีคุณสมบัติตามเงื่อนไขของโครงการบ้านดีมีดาวน์ และจดทะเบียนนิติกรรมจำนองภายในวันที่ 31 มีนาคม 2563 ซึ่งคาดว่าผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ทั่วประเทศจะพร้อมลงทุนก่อสร้างโครงการที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และธนาคารจะสามารถอนุมัติสินเชื่อตามโครงการบ้านล้านหลัง ได้ไม่น้อยกว่า 1,000 ล้านบาท/เดือน”

ขณะที่สินเชื่อพัฒนาโครงการ ให้กู้สำหรับผู้ประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่มีคุณสมบัติตามเงื่อนไขนำไปจัดทำที่อยู่อาศัยที่มีราคาขายไม่เกิน 1 ล้านบาทต่อหน่วย ไม่น้อยกว่าร้อยละ 40 ของหน่วยขายทั้งหมดในโครงการ อัตราดอกเบี้ย MLR -1.25% ต่อปี เฉพาะกรณีสร้างที่อยู่อาศัยที่มีราคาขายไม่เกิน 1 ล้านบาท ส่วนกรณีที่อยู่อาศัยราคาขายเกิน 1 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย MLR -0.75% ต่อปี (ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ย MLR อยู่ที่ 5.875% ต่อปี) ซึ่งมีผู้ประกอบการได้รับการอนุมัติสินเชื่อแล้ว 2 โครงการ วงเงินรวม 141.49 ล้านบาท ประกอบด้วย โครงการ City Park Condo อาคาร B จำนวน 210 หน่วย ตั้งอยู่ที่ตำบลในเมือง อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น ดำเนินการโดยบริษัท อีสาน พิมานกรุ๊ป จำกัด และโครงการดิ เอนทรีโอ ทาวน์เฮาส์ 2 ชั้น จำนวน 170 ยูนิต ตั้งอยู่ที่ตำบลเชียงพิณ อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี โดยบริษัท กรีน เมโทร จำกัด และปัจจุบันทั้ง 2 โครงการได้ก่อสร้างแล้วเสร็จ และมีลูกค้าประชาชนเข้าอยู่อาศัยเรียบร้อยแล้ว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...