โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ไขความลับกว่าจะเป็นสตาร์ตอัพแถวหน้า QueQ - TAKE ME TOUR ล้มแล้วต้องลุก

เส้นทางเศรษฐี

อัพเดต 05 มิ.ย. 2562 เวลา 04.18 น. • เผยแพร่ 05 มิ.ย. 2562 เวลา 02.24 น.

 

DITP จุดประกาย 2 แนวคิดสตาร์ตอัพไทย เผย ปัญหา และประสบการณ์ คือกุญแจธุรกิจสู่ยูนิคอร์น

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) โดยสถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ (NEA) จับมือกับ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA จัดโครงการ “Pitch2Success : สานฝันสตาร์ตอัพไทยสู่สากล” โดยมุ่งติดอาวุธสำคัญอย่าง “การพิชชิ่ง : Pitching” ให้กับเหล่าสตาร์ตอัพ เพื่อสร้างทักษะที่ดีในการนำเสนอแผนธุรกิจ และสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนในการจัดตั้งและขยายธุรกิจได้มากยิ่งขึ้นในอนาคต ทั้งยังได้มีการจัดเสวนาในหัวข้อ “เคล็ดลับการทำสตาร์ตอัพให้ประสบความสำเร็จ” โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากวงการสตาร์ตอัพมาร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ซึ่งได้แชร์ข้อคิดดีๆ ไว้ได้แก่

  • “ปัญหาคือที่มาของสิ่งใหม่” จุดเริ่มต้นแรงบันดาลใจของคุณรังสรรค์ พรมประสิทธิ์ ผู้สร้างสรรค์และก่อตั้งแอพพลิเคชั่นคิวคิว แอพเพื่อคนไม่ชอบรอคิว ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาให้กับร้านอาหารและลูกค้าทั่วไป ที่ไม่อยากเสียเวลารอคิวให้หมดไปอยู่หน้าร้าน เทคนิคง่ายๆ ที่ฝากไว้ให้รุ่นน้องสตาร์ตอัพนำไปใช้ก็คือ ต้องรู้จักวิเคราะห์ปัญหาจากสิ่งใกล้ตัว ตีโจทย์ให้แตกว่าจะแก้ไขปัญหานั้นได้อย่างไร และที่สำคัญคือ คิดแล้วต้องลงมือทำ หาช่องทางในการนำนวัตกรรมมาช่วยพัฒนาระบบ มองตลาดที่รองรับให้กว้าง และไม่หยุดยั้งในการพัฒนาสินค้าและบริการ

“สำหรับผมการเขียนโปรแกรม มันคือการแก้ปัญหาจากเมื่อก่อนเราพยายามจะแก้ปัญหาของคนอื่น ส่วนใหญ่เป็นปัญหาที่เกี่ยวกับการทำธุรกิจหลายๆ อย่าง จนมาตอนนี้เราก็แก้ปัญหาเหมือนเดิม เพียงแต่มองที่ปัญหาของตัวเองเป็นจุดเริ่มต้น เอาเทคโนโลยีเข้ามาแก้ แล้วบังเอิญมันมีคนจำนวนมากที่มีปัญหาเหมือนเรา และมีคนพร้อมจะจ่ายเพื่อโซลูชั่นที่เราคิดเราทำขึ้นมา มันก็เลยเกิดเป็นธุรกิจ ทีนี้วิธีการและรูปแบบที่จะใช้มันคือโมเดลธุรกิจ เราจะให้มันโตไปทางไหน แบบไหน แบบที่เราเลือกเราเลือกวิธีแบบสตาร์ตอัพมันก็เลยเกิดแบรนด์คิวคิว ขึ้นมาแบบที่ได้เห็นกัน” นอกจากนี้ ยังได้ทิ้งท้ายข้อคิดที่ฝากไว้ให้รุ่นน้องที่เพิ่งเริ่มทำธุรกิจสตาร์ตอัพ คือ“หาสิ่งที่ชอบ หาตัวเองให้เจอเร็วที่สุด โฟกัสในเรื่องนั้น และลุยให้มันสุดๆ ไปเลย” คุณรังสรรค์ กล่าว**

  • ธุรกิจสตาร์ตอัพต้องสร้างคุณค่าและประสบการณ์ใหม่ๆ ให้แก่ลูกค้า นี่คือเทคนิคการทำธุรกิจสไตล์ของ คุณนพพล อนุกูลวิทยา ผู้ก่อตั้ง เทกมีทัวร์ : TAKE ME TOUR ธุรกิจท่องเที่ยวแนวคิด Local Experience หรือประสบการณ์ร่วมกับชุมชน โดยคุณนพพล เล่าว่า

“เทกมีทัวร์ ถือกำเนิดจากการเป็นคนชอบเที่ยวและไม่อยากเป็นลูกน้อง จึงริเริ่มก่อตั้ง เว็บไซต์ ที่เป็นตลาดกลางให้นักท่องเที่ยวมาพบปะไกด์ท้องถิ่น ซึ่งบริษัทได้สร้างแพลตฟอร์มในการสร้างทริป ตั้งราคาและพาเที่ยวได้ด้วยตนเอง หรือที่เรียกว่า Local Expert ถ้าคุณรู้จักย่านที่คุณอยู่เป็นอย่างดี และมีไอเดียพาเที่ยวก็สามารถเข้ามาสร้างทริปได้ฟรี เพราะเราเชื่อว่า “ใครๆ ก็พาเที่ยวได้” ส่วนในด้านนักท่องเที่ยวต่างชาติก็จะเข้ามาเลือกทริปและจองออนไลน์ผ่านหน้าเว็บไซต์ได้เช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตาม เทกมีทัวร์ มีโมเดลธุรกิจเดินตามแนวคิดแบบ Sharing Economy หรือเศรษฐกิจแบ่งปัน ซึ่งเป็นคอนเซ็ปต์ใหม่ของโลกที่เราพยายามสร้างให้เห็นว่า Local Experience มันมากกว่าแค่การไปในที่ชุมชน หรือชนบทไกลๆ หรือการเที่ยวเมืองไทยอาจไม่ใช่เรื่องของวัดพระแก้ว หรือวัดอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องทั่วๆ ไปในชีวิตรอบๆ ตัวเราทั้งหมดเลย ด้วยคอนเซ็ปต์นี้ทำให้เกิดความหลากหลายในกิจกรรมการท่องเที่ยวค่อนข้างมากขึ้น เปรียบเสมือนการสร้างคุณค่าและประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับลูกค้า” ส่วนข้อคิดที่ฝากไว้ให้รุ่นน้องที่เพิ่งเริ่มทำธุรกิจสตาร์ตอัพ คือ“จิตใจต้องพร้อม ต้องสู้ระดับหนึ่ง แต่ต้องชอบในสิ่งที่คุณทำเมื่อเห็นปัญหา และนำมาเพื่อแก้ไข”

คุณปริวรรต วงษ์สำราญ ผู้อำนวยการศูนย์ Startup Thailand สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน)  กล่าวว่า การเริ่มต้นทำสตาร์ตอัพ สิ่งสำคัญจะต้องเข้าใจกลุ่มลูกค้า เข้าใจกระบวนการในการพัฒนาเรื่องของสินค้า และผู้ประกอบการต้องไม่ย่อท้อ ยกตัวอย่างจากทั้งคิวคิวและเทกมีทัวร์ กว่าที่จะประสบความสำเร็จในตลาดต่างประเทศและได้มาพูดบนเวทีนี้ได้นั้น เมื่อ 3-4 ปีที่แล้วเขาค่อนข้างทรหด ล้มแล้วลุกเสมอไม่ย่อท้อ นอกจากนี้ ไม่มีใครรู้ว่าในสิ่งที่เรากำลังทำมันจะประสบความสำเร็จหรือไม่ เพราะการทำสตาร์ตอัพส่วนใหญ่แล้วเป็นสิ่งใหม่ในตลาด เราจึงต้องรู้จักเตรียมความพร้อม ไม่ว่าจะเป็นข้อมูล เงินทุน เครือข่ายธุรกิจ แผนการทำตลาด ฯลฯ

อีกอย่างหนึ่งก็คือเราล้มเมื่อไหร่ก็ต้องลุกเสมอ เพราะว่าจะไม่มีใครเป็นไอดอลหรือเป็นตัวอย่างที่ดีให้เราได้เราต้องเรียนรู้ด้วยตัวเอง ต้องทดสอบสมมติฐานเรื่อยๆ อยู่เสมอ และประเด็นสำคัญที่สุดก็คือ ปัญหาทุกอย่างมีทางออก ไม่มีเงินก็มีหน่วยสนับสนุน ไม่มีตลาดเราก็ต้องหาวิธีทำ Business Model ใหม่ขึ้นมา เพราะฉะนั้น ปัญหาพวกนี้สามารถทำได้ แก้ไขได้ เพียงแค่อย่าเพิ่งยอมแพ้อะไรง่ายๆ

ด้าน คุณนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ หรือสถาบัน NEA กล่าวว่า ภายใต้นโยบายส่งเสริมสตาร์ตอัพของรัฐบาล NEA ไม่เพียงแต่จะสนับสนุนในด้านองค์ความรู้ และการฝึกปฏิบัติการเท่านั้น แต่ยังมุ่งสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ที่มีความเชี่ยวชาญในการส่งเสริมผู้ประกอบการเพื่อให้กลุ่มดังกล่าวเติบโตได้อย่างเต็มที่ ทั้งด้วยการสนับสนุนเรื่องการระดมทุน การสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ การพัฒนานวัตกรรม งานวิจัย และเทคโนโลยี การต่อยอดสู่เวทีต่างๆ ที่สามารถผลักดันให้สตาร์ตอัพก้าวสู่ระดับที่สูงขึ้น โดยมีความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ อาทิ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงอุตสาหกรรม สถาบันการเงินและธนาคารพาณิชย์ สถาบันการศึกษาในระดับอุดมศึกษา สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย รวมถึงภาคเอกชนที่ประกอบธุรกิจสตาร์ตอัพ ซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบการไทยได้รับโอกาสในการต่อยอดธุรกิจไปสู่เวทีการค้านานาชาติได้ง่ายขึ้น

นอกจากนี้ ยังมีการอบรมสัมมนาตลอดปีอีกกว่า 100 หลักสูตร ที่จะช่วยส่งเสริมความสามารถผู้ประกอบการทั้งในด้านการค้าออนไลน์ การส่งออก ด้านการตลาดทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงไอเดียใหม่ๆ ในการทำธุรกิจ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเป็นแนวทางสำคัญในการยกระดับธุรกิจต่างๆ ในประเทศไทยให้มีมูลค่าสูงขึ้นและเติบโตได้อย่างเต็มกำลัง

ท่านสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารและปฏิทินกิจกรรมได้ที่ nea.ditp.go.th หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 1169 หรือ Facebook.com/nea.ditp

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...