โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

"สมคิด" เชิญทูต-นักลงทุนทั่วโลก ชิงรถไฟไฮสปีด-สนามบิน-ท่าเรือ EEC

ประชาชาติธุรกิจ

เผยแพร่ 01 มี.ค. 2561 เวลา 01.45 น.

การประชุมคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ครั้งที่ 2/2561 ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี-หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธาน เห็นชอบโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูง 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เชื่อม 3 สนามบิน ระยะทาง 220 กม. มูลค่าการลงทุน 2 แสนล้านบาท เป็น “ไฮสปีดเทรน” เชื่อมกรุงเทพฯ-อู่ตะเภา ในพื้นที่โครงการระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC)

กรุงเทพฯถึงอู่ตะเภา 45 นาที

นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการอีอีซี กล่าวว่า โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน จากสนามบินดอนเมือง-อู่ตะเภา ระยะทาง 220 กม. โดยสถานีมักกะสันจะเป็น main station เป็นรถไฟสายอนาคตสำหรับภาคตะวันออก ผลตอบแทนทางด้านเศรษฐกิจสูง มีความสำคัญ 4 ด้าน

1.รถไฟความเร็วสูงสายนี้จะเชื่อมโยง 3 สนามบิน ใน 45 นาที อนาคตจะยกระดับสนามบินอู่ตะเภาเป็นสนามบินนานาชาติแห่งที่ 3 ทำให้การเดินทางจากสนามบินอู่ตะเภา-กรุงเทพฯ รองรับผู้โดยสารจากสนามบินดอนเมืองและสนามบินสุวรรณภูมิที่เกินความจุแล้ว 17 ล้านคนต่อปี

2.เปิดพื้นที่การพัฒนาจากกรุงเทพฯเชื่อมฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง 5 สถานี ได้แก่ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ศรีราชา พัทยา และอู่ตะเภา มีการพัฒนาบริเวณสถานีเชื่อมโยงกับชุมชนเก่า

“ไฮสปีด” เฟส 2 ระยอง-จันทบุรี-ตราด

3.ระยะต่อไปจะเป็นการศึกษาในระยะที่ 2 เส้นทางระยอง จันทบุรี และตราด คาดว่าจะใช้ระยะเวลาเดินทางจากกรุงเทพฯ-ระยอง 60 นาที กรุงเทพฯ-จันทบุรี 100 นาที และกรุงเทพฯ-ตราด 120 นาที

4.การวิเคราะห์ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจตลอดทั้งโครงการ ตั้งแต่สร้างจนกระทั่งเสื่อมราคา 700,000 ล้านบาท โดยแบ่งเป็น 50 ปีแรก มีมูลค่าเศรษฐกิจ 400,000 ล้านบาท ซึ่งมากกว่าเงินลงทุน 200,000 ล้านบาท ผลตอบแทนที่ได้จากการพัฒนาเศรษฐกิจตลอดแนว 2 ข้างทาง คุ้มค่าทางเศรษฐกิจ เมื่อครบกำหนด 50 ปีแล้ว โครงการทั้งหมดจะตกเป็นของรัฐ มีผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจอย่างน้อย 300,000 ล้านบาท

โครงการจะครอบคลุมเส้นทางรถไฟความเร็วสูงจากสนามบินดอนเมือง-สนามบินอู่ตะเภา โดยแบ่งออกเป็น 3 ช่วง ได้แก่ 1.รถไฟความเร็วสูงส่วนต่อขยายแอร์พอร์ตลิงก์ ดอนเมือง-พญาไท ระยะทาง 21 กม. ซึ่งเป็นแนวรางแอร์พอร์ตลิงก์เดิม 2.รถไฟแอร์พอร์ตลิงก์ พญาไท-สนามบินสุวรรณภูมิ ระยะทาง 29 กม. 3.รถไฟความเร็วสูงจากสนามบินสุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา ระยะทาง 170 กม.

4.พัฒนาพื้นที่สถานีและสนับสนุนการให้บริการผู้โดยสาร 2 จุด ได้แก่ จุดที่ 1 สถานีมักกะสัน 150 ไร่ สำหรับการเป็นสถานีหลักรถไฟความเร็วสูง รวมที่จอดรถและเชื่อมโยงกับรถไฟใต้ดิน เป็นการแก้ปัญหาของสถานีมักกะสัน เนื่องจากการเดินทางไม่เชื่อมโยงกับรถไฟในเมือง และจุดที่ 2 สถานีศรีราชาประมาณ 100 ไร่ สำหรับการเป็นสถานี ที่จอดรถ และอู่ซ่อม แบ่ง 75 ไร่ อีก 25 ไร่พัฒนาเชิงพาณิชย์ และจ่ายค่าเช่าให้การรถไฟฯตามราคาตลาด และเมื่อมีกำไรเกินปกติต้องมีการนำกำไรแบ่งปันกับรัฐ

โดยจะมี 1 ช่วงที่จะต้องเวนคืน คือ พื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา เนื่องจากรถไฟความเร็วสูงเวลาเลี้ยวโค้งต้องใช้รัศมีของหัวโค้งเป็นวงกว้าง

รูปแบบลงทุน PPP net cost

การดำเนินการเป็นโครงการร่วมทุนกับเอกชน (PPP) เพื่อลดการใช้งบประมาณภาครัฐและความเสี่ยงจากความล่าช้าของโครงการ ขณะที่การกู้เงินจากต่างประเทศทำให้เกิดภาระหนี้สาธารณะ ความเสี่ยงในอัตราแลกเปลี่ยน บางครั้งทำให้ต้นทุนโดยรวมสูงและเงินลงทุนถูกถ่ายเทกลับประเทศเจ้าของเงินจนทำให้ประเทศเหลือแต่หนี้และการบำรุงรักษา

การประมูลจะเป็น PPP net cost ผู้สนอผลประโยชน์สูงสุด-รัฐลงทุนน้อยที่สุดเป็นผู้ชนะ โดยเอกชนแต่ละรายจะคำนวณผลตอบแทนสูงสุด ทั้งการจัดหาขบวนรถไฟ การหารายได้ การบริหารอสังหาริมทรัพย์ ได้พัฒนาเต็มที่

พ่วงพัฒนาที่ดินมักกะสัน-ศรีราชา

“สำหรับเรื่องอ่อนไหวหลายประการที่ที่ประชุมหารือกันอย่างกว้างขวาง ได้แก่ เรื่องที่ดินมักกะสัน 150 ไร่ มีพื้นที่ี่เชิงพาณิชย์ ผู้รับไปพัฒนาต้องจ่ายค่าเช่าที่ดินให้ ร.ฟ.ท.ตามราคาตลาด และให้รัฐมีส่วนร่วมรับกำไร หรือ revenue shar-ing” นายคณิศกล่าว

ถกสัมปทาน 50 ปีกันรัฐลงทุนเพิ่ม

ด้านการรวมแอร์พอร์ตลิงก์เพื่อแก้ปัญหาการขาดทุนสะสม 1,785 ล้านบาท และเป็นหนี้จากการก่อสร้างประมาณกว่า 33,000 ล้านบาท จึงนำมารวมและแก้ปัญหาการขาดทุนในคราวเดียว ผู้ที่จะมาลงทุนต้องจ่ายเงินเพื่อซื้อแอร์พอร์ตลิงก์เพื่อไปพัฒนา โดย ร.ฟ.ท.จะนำเงินไปใช้หนี้ของแอร์พอร์ตลิงก์

สำหรับอายุโครงการ 50 ปี เพื่อให้รัฐบาลใช้งบประมาณน้อยที่สุด ถ้าให้เวลาโครงการน้อยก็จะขาดทุนมาก เพราะกำไรของโครงการจะอยู่ในช่วงปีหลัง ๆ ถ้าเหลือ 30 ปี รัฐอาจต้องจ่ายเงินลงทุนไปกับเอกชนเพิ่ม

สำหรับการใช้วิศวกรไทยและการใช้ชิ้นส่วนในประเทศไทยจะอยู่ในเงื่อนไขร่าง TOR การกำกับโครงการ มีคณะกรรมการขึ้นมาดูแลการดำเนินโครงการ ค่าโดยสารจากมักกะสัน-พัทยา 270 บาท และจากมักกะสัน-สนามบินอู่ตะเภา 330 บาท

เปิดประมูลทั่วโลกมีนาคม

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขั้นตอนต่อไป คือ เสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติและนำไปสู่การประกาศเชิญชวนนักลงทุนในเดือนมีนาคม ในรูปแบบอินเตอร์เนชั่นแนลบิดดิ้งเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้สนใจทั่วโลกเข้าร่วมประมูลและเปิดกว้างให้ทุกค่ายที่สนใจขณะนี้ อาทิ ยุโรป ญี่ปุ่น จีน คาดว่าจะได้ผู้ชนะการประมูลภายในไตรมาสสองและลงนามเซ็นสัญญากับผู้ชนะการประมูลภายในปีนี้ สร้างเสร็จปี 2566

หลังจากนี้ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี มีคำสั่งให้เชิญทูตทุกประเทศ ร่วมฟังความคืบหน้าในโครงการอีอีซีทั้งหมด เพื่อให้เห็นโอกาสที่กำลังเปิดในประเทศไทย โดยจะเชิญชวนและเปิดประมูลแก่นักลงทุนและเซ็นสัญญาภายในปีนี้ อาทิ รถไฟความเร็วสูง สนามบินอู่ตะเภา ท่าเรือแหลมฉบังและมาบตาพุด

นายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า ที่ประชุมยังเห็นชอบในหลักการให้สำนักงานอีอีซีไปศึกษาการขยายพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษในพื้นที่รอบ ๆ ใกล้เคียงเพื่อเชื่อมโยงกับ 3 จังหวัดเดิม เช่น ปราจีนบุรี สระแก้ว และสมุทรปราการ เชื่อมโยงจากกรุงเทพฯไปยังการค้าการลงทุนชายแดน ใช้เวลาศึกษา 4 เดือน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...