โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

FDA อนุมัติใช้ Remdesivir เป็น ยารักษาโควิด-19

Businesstoday

เผยแพร่ 23 ต.ค. 2563 เวลา 02.20 น. • Businesstoday

องค์การอาหารและยาของสหรัฐ (FDA) ได้อนุมัติให้ยาต้านไวรัส Remdesivir จากบริษัท Gilead Sciences’ เป็นยาสำหรับใช้รักษาโรคโควิด-19 อย่างเป็นทางการแล้วเมื่อวันพฤหัสบดีนี้ ตามเวลาในสหรัฐอเมริกา ส่งผลให้หุ้นของบริษัท Gilead ปรับตัวเพิ่มขึ้น 5% ในวันเดียวกัน

เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา FDA ได้อนุมัติให้ใช้วัคซีนดังกล่าวในกรณีฉุกเฉินในโรงพยาบาล แม้ว่าในขณะนั้นตัวแทนผู้ผลิตยายังไม่อนุมัติตัวยาดังกล่าวอย่างเป็นทางการก็ตาม ตัวยาในวัคซีนช่วยย่นระยะเวลาการฟื้นตัวของคนไข้ที่ป่วยด้วยโรคโควิด-19 ที่เข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล และเป็นตัวยาชนิดหนึ่งที่ใช้รักษาอาการป่วยของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา

Remdesivir เป็นตัวยาแรกและตัวยาชนิดเดียวที่ได้รับอนุมัติอย่างเป็นทางการในสหรัฐให้ใช้ในการรักษาโรคโควิด-19 ในขณะนี้ โดยบริษัท Gilead ระบุว่าจะนำมาใช้กับผู้ป่วยโรคโควิด-19 ที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 12 ปี ที่รักษาตัวในโรงพยาบาลเท่านั้น และบริษัทได้อนุมัติให้สามารถนำตัวยาดังกล่าวไปใช้รักษาอาการของโรคโควิด-19 เป็นการชั่วคราวใน 50 ประเทศทั่วโลก

ผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาจะได้รับยา Remdesivir จำนวน 6 หลอด ภายในระยะเวลาการรักษา 5 วัน นอกจากนี้บริษัทกำลังอยู่ระหว่างการพัฒนาตัวยาชนิดสูดเข้าทางลมหายใจ ซึ่งต้องใช้กับเครื่องพ่นละออง แต่ตัวยาดังกล่าวไม่สามารถผลิตเป็นยาเม็ดได้ เนื่องจากองค์ประกอบทางเคมีของยาจะส่งผลกระทบต่อตับ

ตัวยา Remdesivir จะออกสู่ท้องตลาดภายใต้ชื่อยี่ห้อ Veklury โดยชุดรักษาแบบห้าวันมีราคา 2,340 ดอลลาร์ สำหรับผู้ป่วยชาวอเมริกันที่ถือบัตรสวัสดิการและบัตรประกันสุขภาพของรัฐ และราคา 3,120 ดอลลาร์ สำหรับผู้ป่วยที่ถือบัตรประกันสุขภาพเอกชน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...