โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

'วิทวัส' เผย 'ผู้ตรวจฯ' ใช้เวลาวินิจฉัยเรื่องร้องเรียนนานขึ้น เหตุซับซ้อน-ข้อ กม.ต่างกัน

MATICHON ONLINE

อัพเดต 28 ธ.ค. 2562 เวลา 09.58 น. • เผยแพร่ 28 ธ.ค. 2562 เวลา 04.56 น.

ผู้ตรวจการแผ่นดิน – เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม พล.อ.วิทวัส รชตะนันทน์ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวถึงภาพรวมการทำงานของผู้ตรวจการแผ่นดินในปี 2562 ว่าได้มีการปรับปรุงรูปแบบการจัดทำคำวินิจฉัยของผู้ตรวจการแผ่นดิน การร้องเรียนตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน มาตรา 22 (1) (2) (3) เกี่ยวกับการเสนอปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย ข้อบังคับที่ไม่เป็นธรรมกับประชาชน การเสนอแนะความเห็นไปยังหน่วยงานรัฐ และรายงาน ครม.หากหน่วยงานไม่ปฏิบัติตามข้อเสนอแนะ คำวินิจฉัยที่จะต้องส่งศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อแยกคำวินิจฉัยเป็นส่วนๆ ก็จะง่ายต่อการส่งคำวินิจฉัย ทำให้รับทราบรายละเอียดของคดี เช่นหน่วยงานที่ถูกร้อง ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ขั้นตอนการแสวงหาข้อเท็จจริง รวมถึงเหตุผลของการสั่งให้ยุติเรื่องหรือส่งไปยังศาลฯให้พิจารณา

พล.อ.วิทวัสกล่าวต่อว่า สำหรับเรื่องร้องเรียนในปี 2562 มีประมาณกว่า 4,000 เรื่อง เป็นเรื่องใหม่ 2,600 เรื่อง เป็นเรื่องที่ค้างมาจากปี 2561 กว่า 1,400 เรื่อง โดยพิจารณาแล้วเสร็จ 2,600 เรื่อง คิดเป็นร้อยละ 55 ยอมรับว่าตัวเลขน้อยกว่าปีที่ผ่านมา เพราะในขั้นตอนการแสวงหาข้อเท็จจริงต้องทำให้ละเอียดมากขึ้น ต้องใช้เวลาในการติดตามผลการหารือร่วมกับหน่วยงาน อีกทั้งเรื่องร้องเรียนในระยะหลังๆ มีความซับซ้อน เกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงานรัฐ ซึ่งแต่ละหน่วยงานก็ยึดถือกฎหมายที่ตัวเองดำเนินการเป็นหลัก ดังนั้น ต้องเอาเรื่องหลักนิติธรรมไปแก้ไขปัญหา อีกทั้งบางเรื่องต้องใช้เวลาพิสูจน์ว่ากฎหมายของหน่วยงานรัฐใดที่มีศักดิ์เหนือกกว่ากัน เพื่อหาทางออกที่ดีที่สุด ที่จะช่วยแก้ไขปัญหาของประชาชน นอกจากนี้ ยังพบว่าหน่วยงานรัฐไม่ปฏิบัติด้วยเหตุว่ายึดกฎหมายเป็นหลัก จึงต้องมีการรายงานต่อ ครม. และก่อนเสนอไปยัง ครม.ก็ต้องสอบถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง จึงทำให้ต้องใช้เวลานาน แต่ก็มีกรอบเวลาต้องดำเนินการไม่ช้ากว่า 2 ปี

ประธานผู้ตรวจการแผ่นดินยอมรับว่ามีหน่วยงานรัฐร้อยละ 99 ยอมให้ความร่วมมือ แต่ก็มีบางหน่วยงานที่ยังพูดยากอยู่ เช่น กรมอุทยาน กรมป่าไม้ ที่มีปัญหาพื้นที่ทับซ้อนกับ ส.ป.ก. การประกาศพื้นที่อุทยานทับซ้อนกับที่ราชพัสดุของกรมธนารักษ์ ก็เป็นปัญหาค้างคา เพราะการขีดแนวในอดีตไม่ได้ใช้หลักวิชาการ และนำไปสู่การยึดถือเป็นข้อกฎหมาย เมื่อมีการสำรวจตามหลักแผนที่สมัยใหม่ก็จะเกิดปัญหาทับซ้อน ขณะที่การบังคับใช้กฎหมายเข้มงวดมาก ซึ่งผู้ตรวจฯเห็นว่าอาจจะมองข้ามหลักนิติธรรม ย้ำว่าผู้ตรวจฯทำงานโดยยึดผลประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติและความผาสุกของประชาชน

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...