โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Pixel 2 XL แพงกว่า iPhone 8 Plus แต่แรงเพียงครึ่งเดียว แถมขาดฟีเจอร์เพียบซะงั้น!!

BT Beartai

อัพเดต 15 ต.ค. 2560 เวลา 12.24 น. • เผยแพร่ 15 ต.ค. 2560 เวลา 08.13 น.
Pixel 2 XL แพงกว่า iPhone 8 Plus แต่แรงเพียงครึ่งเดียว แถมขาดฟีเจอร์เพียบซะงั้น!!

(บทความนี้แปลมาจาก Apple Insider)

สมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นล่าสุดจาก Google เปิดตัวออกมาพร้อมกับราคาที่สูงยิ่งกว่า Apple iPhone 8 Plus แต่หากเทียบเรื่องความเร็วแล้ว กลับพบว่า มันช้ากว่าเกือบครึ่งเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังไม่มีเลนส์ telephoto, ชาร์จไร้สาย, ไม่สามารถถ่ายวิดีโอ 60fps ความละเอียด 4k ได้ และยังไม่มีฮาร์ดแวร์ที่นำไปต่อยอดในการพัฒนาระบบ AR อีกด้วย

ราคาแพงกว่า iPhone 8 Plus ที่ดีกว่า

Pixel 2XL มาพร้อมความจุ 128GB ในขณะที่ iPhone 8 Plus ที่ให้ความจุ 256GB มีราคาต่ำกว่าถึง 100 ดอลล่าร์สหรัฐ หรือในรุ่นที่มีความจุเท่ากันคือเวอร์ชัน 64GB ก็สามารถซื้อ iPhone 8 Plus ได้ในราคาที่ถูกกว่าถึง 50 ดอลล่าร์สหรัฐครับ

จริงๆ แล้วการที่ราคาสูงกว่าก็ไม่ใช่เรื่องผิดอะไร หากบริษัทสามารถผลิตสมาร์ทโฟนที่คุณภาพดีกว่าออกมาได้ แต่หากผลิตออกมาแพงกว่า แต่คุณภาพน้อยกว่า ก็แน่นอนว่า ผู้ใช้งานก็ต้องอยากได้รุ่นที่ถูกและดีกว่าอยู่แล้วครับ

หากมอง Apple ในเรื่องของฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ สิ่งหนึ่งที่แน่ใจได้ก็คือคุณภาพของวัสดุและอุปกรณ์ที่ผลิตออกมา เพราะ Apple เป็นบริษัทที่มีเครดิตดีที่สุด

สเปคสูงกว่า ไม่ใช่ต้องดีกว่าเสมอไป

Pixel 2 XL มีแรมขนาด 4GB ในขณะที่ iPhone 8 Plus มาพร้อมกับแรม 3GB ซึ่งหากมองที่ตัวเลขก็จะพบว่า Pixel 2 XL นั้นชนะ iPhone 8 Plus อย่างแน่นอน แต่ในการทดสอบจริง กลับพบว่า iPhone 8 Plus สามารถจัดการความจำในเครื่องได้ดีกว่า โดยการทดสอบพบว่า ระบบ Android นั้นเมื่อเปิดใช้งานซอฟต์แวร์ต่างๆ โดยเฉพาะ “เกม” จะใช้ ram สูงกว่า iOS ถึง 4 เท่าทีเดียว

การทดสอบการเปิดใช้งานแอปฯจากสมาร์ทโฟนรุ่นเรือธงจากค่ายต่างๆ ที่ผ่านมาพบว่า OnePlus 3T ที่มี ram 6 GB สามารถทำได้ดีที่สุด แต่ก็ยังเร็วไม่เท่า iPhone 7 Plus ที่ ram 3 GB เท่านั้น

Pixel 2 XL ยังคงติดอยู่กับ Qualcomm

นอกจากเรื่องระบบการจัดการแล้วยังมีอีกเหตุผลที่ทำให้ Pixel 2 XL ช้ากว่า iPhone 8 Plus … สิ่งนั้นก็คือ “การยึดติดกับระบบประมวลผลจาก Qualcomm Snapdradon” ครับ

ก่อนหน้านี้ก็จะเห็นแบรนด์อื่นๆ อย่างเช่น Tegra จาก Nividia หรือ OMAP จาก TI ที่ผลิตชิปประมวลผลสำหรับ Android แต่เนื่องจากความไม่แน่นอนของยอดขายสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์แต่ละรุ่น ทำให้สุดท้าย ทั้ง 2 แบรนด์ก็ต้องยกเลิกการพัฒนาไป

การทดสอบพบว่า ชิป Apple A11 มีความเร็วกว่า Qualcomm Snapdragon 835 อย่างเห็นได้ชัด โดยการทำงานแกนเดียวเร็วกว่า 118% และการทำงานแบบหลายแกนนั้นเร็วกว่า 64% ตามตารางข้างล่างครับ

จากข้อมูลข้างต้น ทำให้คิดได้ว่า “ราคาของ Pixel 2 XL แพงเกินไป” หลักฐานไม่ใช่แค่เพียง Apple เท่านั้น แต่หากเทียบกับสมาร์ทโฟนแบรนด์อื่น อย่างเช่น Xiaomi Mi 6 จะเห็นว่า Mi6 ที่มีชิปประมวลผลตัวเดียวกัน และ RAM ขนาดความจุสูงกว่ากลับมีราคาเพียงแค่ครึ่งเดียวของ Google Pixel 2 XL เท่านั้น

กล้องยังไม่เด็ดพอ

ถึงแม้ว่า Pixel 2 XL จะมีกล้องที่เด็ดมากจากคะแนน DxOMark ที่สูงที่สุดในหมู่สมาร์ทโฟน แต่ถึงอย่างนั้น Pixel 2 XL ก็ยังขาดฟีเจอร์ที่น่าสนใจไปหลายอย่าง อย่างเช่นการซูม Optical 2X ซึ่งมีเฉพาะในกลุ่มกล้องคู่เท่านั้น และไม่มี LED Flash สี่ตัวเหมือน iPhone 8 Plus

ปีนี้ Apple ได้พัฒนา iPhone 8 Plus ให้ก้าวกระโดดไปมากกว่าเดิมในส่วนของกล้องคู่ นอกจากจะสร้างการละลายหลังในส่วนของ Portrait mode ได้เนียนขึ้นแล้ว แต่ยังมีโหมด Portrait Lightning ซึ่งช่วยเพิ่มลูกเล่นให้กับรูปภาพอีกด้วย

ในส่วนของการบันทึกวิดีโอ Pixel 2 XL สามารถถ่ายวิดีโอ 4K ที่ 30fps เท่านั้น ในขณะที่ iPhone 8 Plus นั้นสามารถถ่ายวิดีโอ 4K ที่ 60fps แล้ว และ 1080p Slomo ที่ 240fps ในขณะที่ Pixel 2 XL สามารถถ่ายได้เพียงครึ่งเดียวเท่านั้น

นอกจากนี้ iPhone 8 ยังมีเทคโนโลยีการบีบอัดรูปภาพแบบใหม่ High Efficiency HEVC ถึงแม้ Pixel 2 XL จะมีเทคโนโลยีการบีบอัดแบบใหม่ก็ยังสู้ iPhone ไม่ได้อยู่ดี

ไม่มีฟีเจอร์เจ๋งๆ : Haptic feedback, 3D touch, TrueTone

Google Pixel 2 XL ไม่มีฮาร์ดแวร์ที่มีหน้าที่สำหรับการทำงานในระบบ 3D Touch และ Haptic feedback โดย Pixel มีเพียงแค่ระบบสั่นตามปกติเท่านั้น

ยิ่งกว่านั้นยังไม่มีเทคโนโลยีที่จะมาสู้กับ TruTone ของ iPhone 8 ที่ใช้เซนเซอร์ตรวจจับแสงสำหรับลูกเล่นในการถ่ายรูป

เนื่องจากทั้ง 3 ฟีเจอร์นี้เป็นสิ่งที่สร้างไม่ได้จากฮาร์ดแวร์ปกติ ฉะนั้นจึงไม่มีทางเลยที่ Android จะปล่อยซอฟต์แวร์มาให้อัพเดท แล้วสามารถใช้งานฟีเจอร์ทั้ง 3 อย่างนี้ได้ครับ

อ้างอิง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...