โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

เกษตรนครพนม ลุยสวนเช็คยอดลิ้นจี่ เตรียมหาช่องทางการตลาด พร้อมแนะเกษตรกรเพิ่มผลผลิต

77kaoded

เผยแพร่ 13 ม.ค. 2564 เวลา 04.33 น. • 77 ข่าวเด็ด

https://youtu.be/9rBNqewtnhA

นครพนม - วันที่ 13 มกราคม 2564 ที่บ้านขามเฒ่าและบ้านนาโดน ตำบลขามเฒ่า อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เกษตรกรมีการปลูกลิ้นจี่พันธุ์นครพนม 1 หรือ นพ.1 และเป็นพืชเศรษฐกิจตัวแรกของจังหวัดนครพนมที่ได้รับการทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เป็นสินค้า GI มาตั้งแต่ปี 2560 ด้วยมีลักษณะเด่นเฉพาะตัว มีรสหวานอมเปรี้ยว ไม่มีรสฝาด จึงทำให้เป็นที่นิยมรับประทานของประชาชนทั่วไป

และในช่วงนี้ต้นลิ้นจี่กำลังเริ่มจับดอกและออกผล เนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นมาเร็วกว่าทุกปี ทั้งยังมีความต่อเนื่องทำให้คาดว่าในปีนี้เกษตรกรจะได้ผลผลิตที่มากกว่าปีที่ผ่านมา ดังนั้นนายวินัย คงยืน รักษาราชการแทนเกษตรจังหวัดนครพนม พร้อมด้วยเกษตรอำเภอเมืองนครพนม และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง จึงได้ลงพื้นที่ประเมินปริมาณผลผลิตร่วมกับเกษตรกรในพื้นที่ ว่าจะได้มากน้อยขนาดไหนเพื่อวางแผนการจำหน่าย รวมถึงการให้คำแนะนำ แนะแนวทาง เพื่อให้เกษตรกรได้ผลผลิตที่มากขึ้นด้วยเทคนิคและวิธีการต่าง ๆ ที่ควรดูแลต้นลิ้นจี่ในช่วงนี้จนถึงฤดูเก็บเกี่ยว
นายวินัย คงยืน รักษาราชการแทนเกษตรจังหวัดนครพนม เปิดเผยว่า เบื้องต้นจากการลงพื้นที่สำรวจและพูดคุยกับเกษตรกร คาดว่าในปีนี้จะมีผลลิ้นจี่ออกมาวางจำหน่ายในช่วงเดือนเมษายนประมาณ 300 - 400 ตัน ถ้าเกษตรกรมีการนำเทคนิคและวิธีการในการดูแลไปปฏิบัติเพิ่มเติมก็คาดว่าจะมีมากกว่านั้น เพราะในช่วงนี้เป็นระยะดอกบาน ที่เกษตรกรควรให้น้ำต้นลิ้นจี่อย่างสม่ำเสมอ ทั้งต้องหาวัสดุมาคลุมบริเวณโคนต้นเพื่อรักษาความชื้นในดิน รวมถึงต้องพ่นปุ๋ยหรือฮอร์โมนทางใบเพื่อบำรุงช่อดอกและการติดผล โดยใช้ปุ๋ยสูตร 10-45-10 หรือ 10-52-17 ในอัตรา 20-30 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร และถ้าภายในสวนมีการนำผึ้งมาเลี้ยงในระยะนี้ก็จะช่วยในการผสมเกสรได้ดีขึ้น
ที่สำคัญคือต้องงดการพ่นสารเคมีที่จะกำจัดโรคแมลงทุกชนิด เพื่อให้แมลงมาช่วยกันผสมเกสรให้ได้มากที่สุด ส่วนในช่วงเดือนกุมภาพันธ์เกษตรกรยังต้องให้น้ำอย่างสม่ำเสมอเช่นเดิม เพราะถ้าขาดน้ำจะทำให้ผลลิ้นจี่แคระแกรนและร่วงหล่น เมื่อติดผลมีขนาดประมาณ 5 มิลลิเมตรก็ควรใส่ปุ๋ยสูตร 13-13-21 ประมาณ 1 กิโลกรัมต่อต้น เพื่อบำรุงให้ผลโตสม่ำเสมอ เมื่อผลโตปานกลางให้ใส่ปุ๋ยสูตร 13-13-21 ในอัตรา 1-3 กิโลกรัมต่อต้น ระยะนี้ต้องระวังการระบาดของหนอนเจาะขั้วผลมวนลำไยด้วย

จากนั้นในช่วงเดือนมีนาคมต้องเพิ่มการให้ปุ๋ยทางใบเพื่อช่วยให้ผลมีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น โดยใส่ปุ๋ยสูตร 10-20-30 ในอัตรา 20-30 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร และก่อนการเก็บเกี่ยวผลผลิต 30 วัน ให้ใส่ปุ๋ยสูตร 13-13-21 เพื่อเพิ่มคุณภาพของผลให้ดีขึ้น

โดยระยะนี้ที่ผลลิ้นจี่กำลังเจริญเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ จะมีน้ำหนักมากก็ควรหาไม้ไผ่หรือวัสดุที่มีความแข็งแรงมาค้ำกิ่งเพื่อช่วยพยุงไม่ให้กิ่งต้นลิ้นจี่ฉีกหัก เมื่อผลเริ่มเปลี่ยนสีก็ต้องระวังการเข้าทำลายของผีเสื้อมวนหวานและแมลงวันทอง และเมื่อถึงเดือนเมษายนที่จะเก็บเกี่ยวผลผลิต เกษตรกรก็ต้องงดให้น้ำก่อนการเก็บเกี่ยวประมาณ 7-10 วัน เพื่อให้ผลมีคุณภาพดี ซึ่งหากเกษตรกรปฏิบัติตามคำแนะนำที่กล่าวมาแล้ว จะทำให้ต้นลิ้นจี่มีโอกาสติดดอกออกผลมากยิ่งขึ้น นั้นหมายถึงเกษตรกรจะมีรายได้เพิ่มมากยิ่งขึ้นตามไปด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...