โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

สินค้าอุปโภคบริโภค vs. สินค้าฟุ่มเฟือย ลงทุนกลุ่มไหนดี?

เด็กการเงิน DekFinance

เผยแพร่ 18 ก.ย 2564 เวลา 10.00 น.

ติดตามบทความการเงิน การลงทุนเพิ่มเติมได้ที่ Facebook | Blockdit

วันนี้ #เด็กการเงิน ขอมาอธิบายและเปรียบเทียบ 2 กลุ่มสินค้าสำคัญที่นักลงทุนควรรู้จัก ซึ่งเป็นกลุ่มที่อาจสร้างความสับสนให้นักลงทุนได้ว่าแตกต่างกันอย่างไร ระหว่างกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย (Consumer Discretionary) และกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็น (Consumer Staple) มาดูกันว่า 2 กลุ่มนี้แตกต่างกันอย่างไร และจะเจอ 2 กลุ่มนี้ในกองทุนประเภทใดบ้าง

กลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย (Consumer Discretionary) เป็นกลุ่มสินค้าที่ทำให้มูลค่าเพิ่มขึ้นสูงได้จากการผลิต สินค้าในกลุ่มนี้จัดเป็นสินค้าฟุ่มเฟือย แฟชั่น ธุรกิจโรงแรม รีสอร์ต เรือสำราญ รวมถึงรถยนต์ และ e-commerce platform ก็จัดอยู่ในกลุ่มนี้ด้วย นอกจากนี้ Consumer Discretionary ในมุมของสินค้าแฟชั่นคือ สินค้าที่คนพอมีกำลังซื้อ ต้องการมีไว้เพื่อให้ดูน่าเชื่อถือ หรือทำให้ภาพลักษณ์ดูดีขึ้นนั่นเอง รวมไปถึงกลุ่มสินค้า Luxury ซึ่งมีอำนาจต่อรองด้านราคา และเน้นลูกค้า High-end หรือลูกค้ากำลังซื้อสูง ที่ไม่ว่าราคาจะเพิ่มขึ้นมากเท่าไหร่ก็พร้อมจ่าย ตัวอย่างเช่น กระเป๋าแบรนด์เนม เครื่องสำอางเเบรนด์หรู เป็นต้น

กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค (Consumer Staples) เป็นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต เป็นสินค้าที่ไม่ว่าเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร ผู้คนก็ยังมีความจำเป็นต้องใช้สินค้าหรือบริการนั้นอย่างต่อเนื่อง เช่น อาหารและข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน

ตัวอย่างหุ้นระดับโลกในแต่ละกลุ่ม

กลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย เช่น Amazon แพลตฟอร์ม e-commerce ขนาดใหญ่ โดยมีสัดส่วนมากถึง 21% ตามด้วยบริษัทรถยนต์ขนาดใหญ่ Tesla ศูนย์จำหน่ายสินค้าตกแต่งและซ่อมบ้านอย่าง Home Depot (คล้ายๆโฮมโปรบ้านเรา) นอกจากนี้ยังมี Nike, LVMH (บริษัทกระเป๋าหลุยส์ วิคตอง), Sony, Toyota, McDonald และ Starbucks เป็นต้น

กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค เช่น บริษัทอาหารขนาดใหญ่ของโลก Nestle 8.76% เครื่องดื่ม Coca-Cola, Pepsio แบรนด์ผลิตของใช้ที่ใช้ในครัวเรือนเช่น P&G แบรนด์ผลิตของใช้ส่วนตัว เช่น Unilever, L’oreal หรือซุปเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่เช่น Walmart และ Costco Wholesale

ผลตอบแทนและความเสี่ยง

Consumer Discretionary เป็นกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย โดยความผันผวนของสินค้ากลุ่มนี้มาจาก รายได้ที่ขึ้นอยู่กับสภาวะเศรษฐกิจนั่นเอง โดยถ้าหากเศรษฐกิจเปิด หรือขยายตัว จะส่งเสริมให้สินค้ากลุ่มนี้ขายดีขึ้น เพราะผู้บริโภคมีกำลังซื้อและมั่นใจที่จะจ่ายเงินออกไป ในทางกลับกัน หากคนไม่มั่นใจ หรือมีกำลังซื้อหดหาย กลุ่มนี้ก็จะโดนกระทบก่อนเป็นอันดับแรก

ในขณะที่ Consumer Staple เป็นกลุ่มสินค้าจำเป็นที่ส่วนใหญ่มีรายได้คงที่ เพราะคนต้องจับจ่ายใช้สอยเป็นประจำ ดังนั้นกลุ่มนี้ก็จะมีความผันผวนน้อยกว่าเมื่อเทียบกับกลุ่มแรก

โดยปกติแล้ว กองทุนประเภทเติบโตสูง (Growth) จะมีกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย (Consumer Discretionary) อยู่แล้วค่อนข้างมาก ร่วมกับกลุ่ม IT นอกจากนี้ยังมีกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค (Consumer Staple) ติดพอร์ตอยู่ด้วยเล็กน้อย เป็นการกระจายความเสี่ยง เช่น KFGG, ONE-UGG-RA

นักลงทุนอาจไม่จำเป็นต้องมีกองทุนที่ลงทุนในกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย 100% ก็ได้ เพียงแค่มีกองทุนประเภทเติบโตสูง (Growth) อยู่ก็เพียงพอแล้ว เว้นแต่ว่านักลงทุนที่ชอบกลุ่มนี้จริงๆ และรับความเสี่ยงจากความผันผวนที่ค่อนข้างสูงได้

สำหรับกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค (Consumer Staple) จะเป็นหนึ่งในกลุ่มของ Defensive (สายตั้งรับ ผันผวนน้อย) ซึ่งนักลงทุนที่ไม่ชอบความเหวี่ยงมาก สามารถมีกลุ่มนี้ติดพอร์ตไว้ได้ เช่น KFGBRAND, TISCOGC

กองทุนที่กล่าวมาเป็นเพียงการยกตัวอย่างเท่านั้น ไม่ได้เป็นการชี้แนะให้ลงทุน และหลายกองทุนมีความกระจุกตัวในหมวดอุตสาหกรรมใดอุตสาหกรรมหนึ่ง หรือประเทศใดประเทศหนึ่ง ซึ่งการลงทุนมีความเสี่ยง ดังนั้นผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุน

ติดตามบทความการเงิน การลงทุนเพิ่มเติมได้ที่ Facebook | Blockdit

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...