Apple เปิดตัว iPad Pro (2018) รุ่นใหม่ ดีไซน์ไฉไลกว่าเดิม พร้อมราคาค่าตัวและวันจำหน่าย
ในที่สุดวันนี้ที่รอคอยก็มาถึง แบรนด์ผลไม้ชื่อคุ้นหู (Apple) ประกาศเปิดตัว iPad Pro (2018) รุ่นใหม่ล่าสุด ที่มาพร้อมดีไซน์ใหม่เอี่ยมกับขอบจอบางๆ และขนาดตัวเครื่องเล็กลง ใช้สเปคสุดแรงชิปเซ็ต A12X และใส่เทคโนโลยีสแกนใบหน้า Face ID เข้ามาด้วย (เหมือนกับ iPhone X และอื่นๆ) นอกจากนี้แล้วยังมีการปรับดีไซน์และขนาดของปากกา Apple Pencil ให้มีขนาดเล็กลงจับถือกระชับถนัดมืออีกด้วย (แจ่มสุดๆ)
โดยมันมีให้เลือก 2 รุ่น ตามขนาดหน้าจอ ได้แก่ 11 นิ้ว และ 12 นิ้ว ซึ่งแต่ละรุ่นก็มีให้เลือกความจุตามความต้องการ ตั้งแต่ เริ่มต้น 64GB, 256GB, 512GB และ 1TB โดยราคาค่าตัวเริ่มต้นมีดังนี้
iPad Pro รุ่นหน้าจอ 10.5 นิ้ว (ดีไซน์เดิม) : เริ่มต้นที่ $649 (ประมาณ 22,000 บาท)
iPad Pro รุ่นหน้าจอ 11 นิ้ว : เริ่มต้นที่ $799 (ประมาณ 27,000 บาท)
iPad Pro รุ่นหน้าจอ 12 นิ้ว : เริ่มต้นที่ $999 (ประมาณ 33,500 บาท)
ราคาที่เห็นด้านบนนี้ เป็นราคาเปิดตัวในต่างประเทศ ซึ่งเปิดให้จองแล้วตั้งแต่วันนี้ (30-10-61) พร้อมกับรับเครื่องในวันที่ 7 พฤศจิกายน 2561 (ในต่างประเทศ) ส่วนในประเทศไทยทาง Apple ยังไม่ได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่าจะเปิดขายราคาเท่าไร และเมื่อไร ยังไงคงต้องติดตามข่าวสารกันอีกที
และสำหรับใครที่อยากรู้รายละเอียดเพิ่มเติมว่าในงานเปิดตัว iPad Pro (2018) เขาหยิบยกเรื่องไหนมาพูดบ้าง มาอ่านกันที่ด้านล่างนี้เลย
iPad Pro (2018) รุ่นใหม่ มาพร้อมกับดีไซน์การออกแบบตัวเครื่องใหม่ ที่เป็นเอกลักษณ์ ทันสมัย เรียบหรูดูมีราคา น่าจับจอง
ตรงขอบข้างเป็นโลหะ ดีไซน์เรียบแบน ดูแล้วเท่ไม่หยอก ว่าไปก็คล้ายๆ ดีไซน์ของ iPhone 5s / SE เลย เพียงแค่จอใหญ่กว่า
มันมีขนาดบางลงกว่ารุ่นก่อนหน้าถึง 15% จาก 6.9 เป็น 5.9 มม.
ถามว่าบางแค่ไหน ไม่ต้องเดาให้ยาก บางมากแน่นอน
นอกจากนี้ขอบจอยังบางลงด้วย ตามภาพที่เห็น รุ่น 10.5 / 12.9 นิ้ว (2017) เทียบกับรุ่นใหม่ (2018) ขอบบางๆ หากลองสังเกตดูจะเห็นว่าตัวเครื่องก็มีขนาดเล็กลงด้วยนะ
และทีเด็ดของ iPad Pro (2018) ที่เรียกเสียงฮือฮาลั่นฮอลเลยก็คือ มันรองรับระบบสแกนใบหน้า Face ID
ด้วยเทคโนโลยี TrueDepth Camera ทำให้เจ้า iPad Pro รุ่นใหม่ สามารถปลดล็อคเครื่องหรือยืนยันตัวตนด้วยใบหน้าเหมือนกับ iPhone X ได้แล้ว
มาถึงหัวใจหลักที่จะขาดไปไม่ได้ นั่นก็คือ ชิปเซ็ตประมวลผล A12X Bionic รุ่นใหม่ล่าสุด ที่แรงสุดๆ เช่นกัน
ชิปเซ็ตที่ว่าเนี่ย ผลิตด้วยเทคโนโลยี 7 นาโนเมตร มี CPU 8-Core และ GPU 7-Core ทำงานรวมกับเทคโนโลยี Neural Engine ที่อัดแน่นอยู่ภายใน
โดยทางแบรนด์ผลไม้เคลมว่าการประมวลผล CPU แบบ Single Core เร็วกว่า iPad รุ่นเดิม (2017) ถึง 35% ส่วนแบบ Multi-Core นี่เร็วแบบทิ้งขาดถึง 90%
ส่วนตัว GPU ที่ใช้ประมวลภาพกราฟฟิก ก็มีอยู่ 7 Core แบรด์ผลไม้ก็ยังเคลมอีกว่า มันทำงานได้เร็วกว่ารุ่นเดิม (2017) แบบ x2 และถ้าเทียบกับ iPad รุ่นแรกสุด (2010) นะ เร็วกว่าถึง x1000 เลย
ต่อกันด้วยเรื่องของแบตเตอรี่ไลฟ์ เขาบอกว่าใช้งานได้สบายๆ ทั้งวัน
และอีกอย่างที่พีคมากๆ จนคนในฮอลถึงกับร้องว๊าวออกมาเลยก็คือ iPad Pro (2018) จะมาพร้อมกับพอร์ต USB-C
มันสามารถแปลงร่างเป็นแบตสำรอง (Power Bank) ที่แชร์แบตฯ ไปชาร์จให้กับสมาร์ทโฟนได้ด้วย
สำหรับสายทำงานก็สามารถต่อจอแยกได้ด้วยนะ โดยรองรับความละเอียดสูงสุดอยู่ที่ 5K
สายพิมพ์งานก็มีคีย์บอร์ดเคสเวอร์ชั่นอัพเกรด ให้ต่อพิมพ์งานเหมือนเดิม
และทีเด็ดอีกอย่างหนึ่งของ iPad Pro (2018) ก็คือ Apple Pencil ตัวใหม่ ที่มีการปรับเปลี่ยนดีไซน์ให้มีขนาดเล็กลง จับถือถนัดมือมากยิ่งขึ้น
และตัว Apple Pencil ยังพกพาสะดวกสบาย มีแม่เหล็กในตัวด้วย สามารถติดกับตัวเครื่อง iPad Pro (2018) ได้เลย แถมยังรองรับการชาร์แบบไร้สาย (Wireless Charge) อีกด้วย (แต่จะใช้งานกับ iPad รุ่นเก่าได้ไหมต้องรอดูกันอีกที)
iPad Pro (2018) ยังรองรับการดูคอนเทนต์ และสร้างสรรค์คอนเทนต์ AR ในตัวได้เลย ครบเครื่องสุดๆ
ส่วนการเล่นเกมส์ เขาก็ได้สาธิตโดยนำเกมส์ภาพสวยอย่าง NBA2K19 มาเล่นให้ดู ก็ดูเล่นได้ลื่นๆ แถมแสดงรายละเอียดกราฟฟิกได้ในระดับดีเยี่ยมเลย
สำหรับข้อมูลหลักๆ เกี่ยวกับ iPad Pro (2018) ที่ทางทีมงานนำมาฝาก มีแต่เพียงเท่านี้ หากผิดพลาด หรือตกหล่นประการใด ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย อย่างไรก็ดีหวังว่าข้อมูลนี้จะมีประโยชน์แก่ผู้อ่านทุกคนนะ