โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ช่วยเหลือลุงติดโควิด ดื่มน้ำประทังชีวิต

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 20 ก.ค. 2564 เวลา 01.10 น. • เผยแพร่ 20 ก.ค. 2564 เวลา 01.10 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

กรุงเทพฯ 20 ก.ค. - 5 วันที่รอการช่วยเหลือ ลุงติดโควิดอาการทรุด กินแค่น้ำประทังชีวิต นอนจมกองอุจจาระ-ปัสสาวะ ไม่มีใครกล้าเข้าไปช่วย กลัวติดเชื้อ กลุ่มเส้นด้ายรุดช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาลสนาม

หลังประเทศไทยเจอวิกฤติโควิด-19 อย่างหนัก มีผู้ติดเชื้อรายวันสูงถึงกว่า 10,000 คน ขณะเดียวกันยังมีผู้ป่วยที่ยังคงตกค้างอยู่ในบ้าน กำลังรอความหวังที่จะได้เตียงรักษา หรือมีใครเข้าช่วยเหลือ ล่าสุดกลุ่มเส้นด้ายได้ให้การช่วยเหลือลุงริน ซึ่งติดเชื้อโควิด-19 อยู่อย่างโดดเดี่ยวมานานถึง 5 วัน ไร้การช่วยเหลือ ได้แต่กินน้ำประทังชีวิต ไม่มีใครกล้าเข้าไปช่วย เพราะกลัวติดเชื้อ กระทั่งทีมงานเส้นด้ายเข้าไปช่วยเหลือส่งโรงพยาบาล โดยระบุข้อความว่า 5 วันในการรอคอยการช่วยเหลืออย่างโดดเดี่ยวของคุณลุงริน คุณลุงมีโรคปอดเป็นโรคประจำตัว ทำให้เมื่อติดเชื้อมีอาการทรุดอย่างรวดเร็ว อยู่ห้องเพียงคนเดียว ไม่มีคนดูแล ได้แต่ดื่มน้ำประทังชีวิต เพราะหลายคนไม่กล้าเข้าไปดู เนื่องจากกลัวการติดเชื้อ สภาพห้องลุงรินที่เราเจอเต็มไปด้วยอุจจาระและปัสสาวะ

ภารกิจนี้เราได้น้องอาสาเส้นด้ายที่เคยติดเชื้อแต่หายป่วยแล้วมาช่วยอุ้มคุณลุงริน ร่วมกับมาร์มุดแห่งบ้านครัวเหนือ โดยมีทีมงานเอราวัณคอยควบคุมในการอุ้มคุณตาลงมาจากชั้น 2 ทีมงานอาบน้ำให้ลุงริน ทันทีที่ตัวสัมผัสน้ำ ลุงรินมีสีหน้าดูดีขึ้นมาทันที และพอพูดคุยโต้ตอบกันได้ เราส่งต่อการรักษาโดยได้รับความช่วยเหลือจาก นพ.พรเทพ ที่ได้เร่งสั่งการนำรถเอราวัณและทีมงานมาช่วยดูแลตั้งแต่ต้นจนนำส่งถึงโรงพยาบาลบุษราคัม จบภารกิจ เราได้แต่ตั้งคำถามกับตัวเอง มันมาถึงจุดนี้กันได้ยังไง.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...