โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

5 วิธี เปลี่ยนห้องเหม็นอับให้สดชื่น

DDproperty

เผยแพร่ 10 มิ.ย. 2563 เวลา 00.42 น.
5 วิธี เปลี่ยนห้องเหม็นอับให้สดชื่น

เมื่อห้องภายในบ้านไม่ว่าจะเป็นห้องครัว ห้องนั่งเล่น หรือแม้แต่ห้องนอน ที่เคยหอมสดชื่นกลับเริ่มไม่น่าอยู่ เพราะกลิ่นไม่พึงประสงค์ที่ทำให้บรรยากาศบ้านแสนสุขเปลี่ยนแปลงไป ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นอับชื้นของห้องที่ไม่ค่อยเปิดใช้งาน กลิ่นอาหาร กลิ่นบุหรี่ กลิ่นเหงื่อ หรือกลิ่นเสื้อผ้าใช้แล้ว ทั้งหมดสามารถเป็นเหตุที่ทำให้ห้องเหม็บอับไม่น่าอยู่ได้ทั้งสิ้น ลองดู 5 วิธีเปลี่ยนห้องเหม็นอับให้สดชื่นได้ที่นี่

 

1. ใช้ธรรมชาติเข้าช่วย

พื้นฐานของการคืนความสดชื่นให้ห้องหรือบ้านของเราแบบที่ไม่ต้องลงทุน แต่อาจจะต้องลงแรงบ้าง ด้วยการให้สายลมแสงแดดที่อยู่ในธรรมชาติเป็นผู้ช่วยขจัดกลิ่นเหม็นอับ โดยใช้เวลาในวันหยุดพักผ่อนให้เป็นประโยชน์

วิธีนี้เพียงแค่เปิดประตูหน้าต่างให้อากาศถ่ายเทในห้อง เพื่อให้อากาศหมุนเวียนและให้แสงแดดช่วยขจัดกลิ่นอับ แต่ไม่ควรเปิดหน้าต่างทิ้งไว้หากเราไม่อยู่บ้าน เพราะไม่ใช่แค่กลิ่นหายเท่านั้น แต่อาจจะทำให้ทรัพย์สินหรือข้าวของมีค่าของเราสูญหายไปด้วย

 

9 จุดในบ้านที่มักเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค

 

2. เก็บกวาดห้องให้หมดจด

ข้าวของระเกะระกะอาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้ห้องเกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ เช่น จานชามช้อนส้อมที่ยังไม่ได้ล้าง ถุงขนม อาหารหมดอายุ ซึ่งเราควรจัดการเก็บกวาดให้เรียบร้อย โดยเฉพาะผ้าเปียกที่ไม่ควรไว้ในห้อง เพราะเป็นตัวการสำคัญของกลิ่นอับชื้น รวมถึงการดูแลรักษาพื้นพรมไม่ให้โดนน้ำหรือขนม เพราะเป็นแหล่งสะสมของสิ่งสกปรกและทำให้เกิดกลิ่นที่ยากต่อการกำจัด

นอกจากนั้น เรายังควรให้ความสำคัญกับการทำความสะอาดที่นอน ไม่ว่าจะเป็น หมอน ผ้าปูที่นอน ผ้าห่ม เตียงนอน ผ้าคลุมเตียง เป็นต้น เพื่อขจัดหนึ่งในต้นเหตุสำคัญที่ให้ห้องของเรามีกลิ่นอับ ทั้งยังช่วยด้านสุขอนามัย และป้องกันไรฝุ่นได้ โดยควรนำชุดเครื่องนอนมาตากแดดฆ่าเชื้อโรคและหมั่นทำความสะอาดเป็นประจำทุก ๆ 2 สัปดาห์ ทำให้ห้องสดชื่นได้

หลังจากจัดการเก็บกวาดข้าวของภายในห้องแล้ว เรายังสามารถใช้น้ำยาฆ่าเชื้อโรคถูพื้นห้องให้สะอาด เพื่อเพิ่มความหอมสดชื่นและช่วยกำจัดเชื้อโรคในห้องได้เป็นอย่างดี หรือจะเลือกใช้สเปรย์ปรับอากาศเพิ่มความสดชื่นภายในห้องได้ตามความต้องการ

 

หาต้นตอช่วยกำจัดกลิ่นเหม็นในบ้านได้ง่ายขึ้น

 

3. สำรวจหาต้นเหตุและจัดการมัน 

หากต้องการแก้ปัญหาเรื่องกลิ่นไม่พึงประสงค์ในระยะยาว เราควรพิจารณาหาต้นเหตุของกลิ่น และกำจัดให้ถูกต้อง เช่น กลิ่นในห้องครัวที่ทำอาหาร อันเนื่องมาจากถังขยะ แม้จะปิดฝาให้มิดชิดแล้วก็ยังไม่รอดพ้นจากกลิ่นเหม็น เราสามารถแก้ไขได้ด้วยการนำมะนาวฝานทิ้งลงถังขยะ หรือใช้ใช้หนังสือพิมพ์รองก้นถังขยะ และปิดฝาถังให้มิด เพื่อป้องกันกลิ่นไม่ให้ฟุ้งกระจาย

ส่วนกลิ่นในห้องครัวที่มาจากอาหารไหม้ เราสามารถใช้มะนาวฝานต้มน้ำในกระทะ เพื่อให้กลิ่นหอมของมะนาวช่วยดับกลิ่นไหม้ได้ ทั้งยังสามารถช่วยดับกลิ่นอาหารที่ติดไมโครเวฟได้เช่นกัน ด้วยการนำมะนาวที่หั่นเป็นชิ้นบาง ๆ ในลงในน้ำเดือดและตั้งทิ้งไว้แบบปิดฝาให้ไอน้ำระเหยออกมา ทำให้กลิ่นในห้องครัวดีขึ้น

สำหรับกลิ่นที่เกิดขึ้นในตู้เย็น เราควรใช้ถ่านหุงข้าววางไว้ชั้นบนข้างในตู้เย็น โดยดึงปลั๊กตู้เย็นออกก่อนและเปิดประตูแง้มไว้ให้อากาศถ่ายเท รวมถึงใช้ผงกาแฟเทใส่ถ้วยเป็นตัวช่วย ด้วยการตั้งทิ้งไว้ให้ดูดกลิ่นอับในตู้เย็นจนกว่ากลิ่นกาแฟจะหายไป

 

ของใช้ในครัว ช่วยดับกลิ่นเหม็นในบ้านได้

 

4. ของคู่ครัวสารพัดประโยชน์

ลองสำรวจห้องครัวของคุณว่า มีน้ำส้มสายชูใช้แล้วหรือซื้อไว้แต่ยังไม่ได้ใช้หรือไม่ เพราะน้ำส้มสายชูคู่ครัวมีคุณสมบัติที่สามารถช่วยขจัดกลิ่นอับได้ เพียงแค่นำน้ำส้มสายชูใส่ในภาชนะ เช่น แก้วน้ำหรือจานชาม และตั้งทิ้งไว้ในห้อง กลิ่นอับในห้องจะค่อยๆลดลงและหมดไปได้

นอกจากนั้น เรายังสามารถใช้ผงฟูที่เป็นส่วนประกอบช่วยให้ขนมปังพองฟูเป็นก้อนนำใส่จานและวางไว้ในห้อง เพื่อให้ผงฟูช่วยดูดซับกลิ่นทำให้ห้องปราศจากกลิ่นอับได้ รวมถึงการนำขนมปังขาวเทใส่ชามและน้ำส้มสายชู เพื่อนำไปวางทิ้งไว้ในตู้เสื้อผ้าที่มีกลิ่นประมาณ 24 ชั่วโมง เพื่อช่วยกำจัดกลิ่นในตู้เสื้อผ้า

ส่วนปัญหาเรื่องกลิ่นรองเท้าที่ทำให้บรรยากาศบ้านไม่สุนทรีย์ เราสามารถใช้เบกกิ้งโซดาโรยในรองเท้า และนำรองเท้าใส่ถุงพลาสติกผูกให้แน่น โดยนำไปแช่ช่องแข็งในตู้เย็นทิ้งไว้ประมาณ 1-2 คืน ก่อนจะนำรองเท้าทิ้งไว้ในอุณหภูมิห้องและเทผงเบคกิ้งโซดาทิ้ง โดยใช้กระดาษหนังสือพิมพ์อัดเข้าไปในรองเท้า เพื่อให้หมึกพิมพ์ช่วยดูดกลิ่นในรองเท้าได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น

 

หลากวิธีกำจัดกลิ่นเหม็นภายในบ้าน

 

5. ก้อนดับกลิ่นทำมือ

ถ้าไม่อยากใช้สเปรย์ปรับอากาศทั่วไปหรือน้ำหอมปรับอากาศที่ระคายเคือง เราสามารถทำก้อนดับกลิ่นด้วยตัวเอง โดยการนำตะไคร้สด ชิงสด และข่าสด หั่นเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย หรือใช้ครกตำสมุนไพรเหล่านี้แบบไม่ต้องละเอียดมาก และห่อด้วยผ้าขาวบางในลักษณะเป็นก้อนกลมแบบลูกประคบ หลังจากนั้น เราสามารถนำก้อนดับกลิ่นทำมือไปแขวนในห้องที่มีกลิ่นอับ เพื่อให้ช่วยดูดซับกลิ่นได้อย่างเป็นธรรมชาติ

ในกรณีที่ไม่ต้องการความยุ่งยากในการเตรียมสมุนไพรไทย เราสามารถสร้างห้องกลิ่นใบเตยได้แบบง่าย ๆ ในหลักการเดียวกับการใช้ใบเตยดับกลิ่นภายในรถ เพียงนำใบเตยสดหั่นเป็นชิ้นความยาวประมาณ 1 ข้อนิ้ว และนำใส่จานวางไว้กลางห้อง โดยสามารถวางทิ้งไว้ในช่วงเช้าก่อนออกจากบ้าน และเก็บใบเตยทิ้งในเวลาเย็นหลังจากกลับบ้านได้ เพื่อช่วยให้ห้องมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของใบเตยแบบที่ไม่ต้องลงทุนลงแรงให้เหนื่อยเลย

 

สนใจรับบทความดีดี อัปเดต ข่าวอสังหาริมทรัพย์ และ อ่านคู่มือซื้อขาย พร้อม รีวิวโครงการคอนโดฯ ใหม่ บ้านใหม่ หลากหลายทำเลและราคา รวมถึง ทำความรู้จักกับทำเลฮอตทั่วกรุง เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการซื้อ-ขาย-เช่า

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...