โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ร.3 ยกเลิกอภิสิทธิข้าราชการไม่เสียค่านา ทรงมีพระราชปรารภ "..หากินโดยสติกำลังบ่าวไพร่"

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 05 พ.ย. 2564 เวลา 10.07 น. • เผยแพร่ 05 พ.ย. 2564 เวลา 10.04 น.
(ซ้าย) พระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาเจษฎาราชเจ้า รัชกาลที่ 3 ณ ลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์ (ขวา) ภาพจิตรกรรมฝาผนังภายในอุโบสถ วัดเสมียนนารี

กลายเป็นธรรมเนียมในหลายประเทศไปแล้วว่าเมื่อผู้นำคนใหม่ขึ้นมารับตำแหน่ง มักมีนโยบายมุ่งทำให้คนหมู่มาก “ถูกใจ” ตั้งแต่อดีตกาลจวบจนปัจจุบันก็มักเห็นนโยบายลักษณะนี้เกิดขึ้น สำหรับในไทย หากย้อนอดีตไปในสมัยรัชกาลพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 มีกฎหมายยกเลิกอภิสิทธิ “ไม่เรียกเก็บหางข้าวค่านา” กับข้าราชการ ทำให้ราษฎรมองเห็นความยุติธรรมมากขึ้นในระบบภาษี

ระบบค่าอากรภาษีนาในช่วงสมัยกรุงธนบุรี ถึงรัตนโกสินทร์ตอนต้น (พ.ศ. 2310-97) อากรค่านานั้น จะเก็บจากไพร่ที่นำนา ผู้ที่ได้รับยกเว้นคือขุนนาง ข้าราชการชั้นผู้น้อย เมื่อมาถึงสมัยรัชกาลที่ 3 (พ.ศ. 2367) จึงเก็บอากรค่านาจากกลุ่มนี้ดังที่กล่าวข้างต้น

เมื่อพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ขึ้นครองราชสมบัติวันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2367 ขึ้น 7 คํ่า เดือน 9 ปีวอกฉศก หลังจากนั้นได้ราว 2 เดือนเศษ มีประกาศกฎหมายฉบับหนึ่ง เรียกเป็น “พระราชกำหนดให้เรียกค่านารายคด 2 ถัง รายคง 2 ถัง”

ชัย เรืองศิลป์ ผู้เขียนหนังสือ “ประวัติศาสตร์ไทย สมัย พ.ศ. 2325-2453 ด้านสังคม” เรียงเรียงใจความสำคัญไว้ได้ 5 ข้อ ดังนี้

“(1) นาของข้าราชการแต่เดิมแยกเอาไว้ในบาญชีนารายคด ไม่เรียกเก็บหางข้าวค่านานั้น ให้เสียค่าหางข้าว ค่านาไร่ละ 2 ถัง เหมือนกับนาของราษฎร

(2) แต่เดิม หลวงเคยบังคับซื้อข้าวจากราษฎรไร่ละ 2 ถัง เท่ากับค่านา แต่เกี่ยงให้ราษฎรนำข้าวไปส่งที่ฉางหลวงนั้น ให้ยกเลิก เพราะสืบทราบว่าเงินหลวงค่าซื้อข้าวตกไม่ถึงราษฎร ถูกพวกข้าราชการใช้เล่ห์เหลี่ยมคดโกง เอาเงินหลวงไปแบ่งกันหมด

(3) บังคับให้เจ้าพนักงานใช้ถังหลวงจุ 21 ทะนานตวงหางข้าว เพราะสืบทราบว่า พวกเจ้าพนักงานกรมนาใช้ถังจุ 30 ถึง 40 ทะนานตวงข้าวของราษฎร พอถึงตอนตวงให้แก่หลวง จึงเปลี่ยนเอาถังหลวงจุ 21 ทะนานตวงเป็นเหตุให้ราษฎรผู้ทำนาเสียข้าวไปเปล่าๆ ส่วนหลวงก็เสียเงินไปเปล่าๆ เหมือนกัน

(4) ให้ราษฎรมีสิทธินำข้าวมาส่งฉางหลวงด้วยตนเองหรือจะยอมเสียค่าจ้างขนส่งแก่เจ้าพนักงานก็ได้

(5) นาที่อยู่ไกลฉางหลวงตามหัวเมืองหลวงเคยผ่อนผันผู้ทำนาให้เสียอากรค่านาเป็นเงินนั้น ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่มักจะเรียกเก็บเงินเกินพิกัดอัตราอยู่เสมอ เพื่อจะได้เบียดบังเอาเงินส่วนเกินเป็นประโยชน์ส่วนตัว ต่อนี้ไปให้เรียกเก็บเงิน ‘ไร่ละสลึงเฟื้องพอควรกับราคาข้าว (2 ถัง) จะได้เอาเงินมาจัดซื้อข้าวไว้จ่ายราชการ และให้กำนัน เสนา ข้าหลวง ผู้เรียกเงินค่านาแก่ผู้ทำนารายคดรายคง ให้เรียกเอาแค่โดยสัจโดยธรรมตามพระราชบัญญัติซึ่งโปรดเกล้าฯ ครั้งนี้ อย่าเบียดบังค่านาของหลวง และกระทำคุมเกงเบียดเบียนฉ้อราษฎร ให้ได้ความยากแค้นเดือดร้อนเป็นอันขาดทีเดียว'”

(กฎหมายลงวันอาทิตย์ แรม 3 ค่ำ เดือน 11 จุลศักราช 1186 ปีวอก ฉศก ในหนังสือประชุมกฎหมายประจำศก 4 น.59-62)

ผลสืบเนื่องจากการยกเลิกอภิสิทธิของข้าราชการตามประกาศกฎหมายข้างต้นนั้น เป็นผลให้อย่างน้อยก็เกิดความยุติธรรมในระบบภาษีอากร แน่นอนว่าราษฎรย่อมปลาบปลื้ม อย่างไรก็ตาม จากงานศึกษาของชัย เรืองศิลป์ บรรยายว่า การยกเลิกอภิสิทธินี้ย่อมทำให้เกิดความไม่พอใจในหมู่ข้าราชการเช่นกัน

ทั้งนี้ ในเอกสารยังมีระบุเหตุที่ยกเลิกอภิสิทธิข้าราชการไว้ ปรากฏในพระราชปรารภว่า (คงการสะกดคำตามเอกสารเดิม จัดย่อหน้าใหม่ – กองบก.ออนไลน์)

“…ไพร่ราษฎรเหล่านี้ก็ไปการรณรงค์สงครามทำราชการแผ่นดินหาได้เปล่าอยู่ไม่ ทำไร่นาหากินด้วยพักแรง แลข้าราชการผู้ใหญ่ผู้น้อยซึ่งทำราชการฉลองพระเดชพระคุณนั้นทำไร่นาหากินโดยสติกำลังบ่าวไพร่ ตามควรกับยศถาบรรดาศักดิ์ ไม่สู้ลำบากยากเหนื่อยหาต้องเสียหางข้าวค่านาไม่

แล้วราษฎรรายคงลาคนหลบหนีไม่เสียข้าวค่านา อาศัยแอบอิงผู้มีบรรดาศักดิ์รายคด อ้างเอาว่าเป็นไร่นาของมูลนายให้ทำ เสียข้าวให้ผู้รับสมอ้าง พอให้ได้ตั้งบาญชีเป็นรายคดนารายคดรายคงระคนปนกันฝั่นเฟือนอยู่ เห็นว่าข้าวค่านาซึ่งเรียกว่าทุกวันนี้ ไม่เสมอเป็นยุตยุติธรรม” 

ทั้งนี้ ดังที่เนื้อหาส่วนหนึ่งในประกาศเอ่ยถึงแล้วว่า ราษฎรที่ทำนาไม่เพียงต้องส่งอากรค่านา ยังถือเป็นภาระว่าต้องนำส่งมาที่ฉางหลวงในเมืองที่สังกัด

บางเมืองถูกบังคับซื้อข้าวในราคาถูก ไร่ละ 2 ถัง ถังละ 2 ไพ แต่ราคาปกติถังละ 12.5 สตางค์ กล่าวคือซื้อในราคาเพียงครึ่งหนึ่งของราคาปกติ

เท่านั้นไม่พอ ดังที่ประกาศเอ่ยถึงอีกว่า เจ้าหน้าที่ซึ่งออกไปรับข้าวและซื้อข้าว ณ ฉางหลวง มีพฤติกรรมโกงข้าว เวลาตวงจะใช้ถังขนาดใหญ่ตวงข้าวจากราษฎร ในประกาศระบุว่าตามที่สืบทราบคือ ใช้ 30-40 ทะนาน ทั้งที่ถังมาตรฐานคือ 21 ทะนาน เมื่อเจ้าหน้าที่จะส่งข้าวให้หลวงก็กลับมาใช้ถังมาตรฐาน ส่วนต่างที่ตวงก็เก็บเป็นของส่วนตัว

อ้างอิง:

“ภาษีนา-สวน-ไร่ สมัยกรุงธนบุรี-ต้นกรุงเทพฯ เก็บกันอย่างไร”. ศิลปวัฒนธรรม. ออนไลน์. เผยแพร่ 15 กุมภาพันธุ์ 2562. เข้าถึง 18 พฤษภาคม 2564.

ชัย เรืองศิลป์. ประวัติศาสตร์ สมัย พ.ศ. 2352-2453 ด้านสังคม. กรุงเทพฯ : ศิลปาบรรณาคาร. 2545.

เผยแพร่เนื้อหาในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 18 พฤษภาคม 2564

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...