โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ค่าไฟแพง-ค่าแรงจ่อขึ้น โรงงานอาหารแช่แข็งสะเทือน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 07 มิ.ย. 2566 เวลา 02.55 น. • เผยแพร่ 07 มิ.ย. 2566 เวลา 02.55 น.

ประเด็นร้อนแรงที่สุดในตอนนี้สำหรับผู้ผลิตอาหารแช่แข็ง คงหนีไม่พ้นภาระต้นทุนที่พุ่งขึ้น ทั้งราคาน้ำมันที่ปรับสูงจนกระทบต้นทุนการผลิตและการขนส่ง ตามติดมาด้วยปัญหาค่าไฟฟ้าเพิ่มขึ้นกระทบต้นทุนอุตสาหกรรมที่ใช้ไฟแช่แข็ง และไม่เพียงเท่านั้น หากรัฐบาลชุดใหม่เดินหน้าปรับขึ้นค่าแรง 450 บาท/วัน ทันทีภายใน 100 วันแรก ก็จะยิ่งซ้ำเติมต่อต้นทุนการผลิตในอุตสาหกรรมนี้

ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานอย่างเข้มข้น ทำให้แข่งขันลำบาก โดยเฉพาะกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนามที่ผลิตสินค้าในลักษณะใกล้เคียงกัน ในปีที่ผ่านมา “ธุรกิจอาหารแช่แข็ง” ถือว่าเป็นอุตสาหกรรมที่สร้างรายได้จากการส่งออกได้ถึง 1.1 แสนล้านบาท

GSI ติดโซลาร์แก้ไฟแพง

นายพงศ์ เลิศชูสกุล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัทโกลเด้น ซีฟู้ด อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (GSI) กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปัญหาค่าไฟแพงส่งผลกระทบกับต้นทุนการผลิตอุตสาหกรรมอาหาร เพราะอุตสาหกรรมนี้มีการใช้พลังงานไฟฟ้าในกระบวนการผลิตค่อนข้างสูง โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจอาหารแช่แข็ง เนื่องจากการแช่แข็งอาหารต้องใช้อุณหภูมิติดลบ 18 องศาเซลเซียล ต้องใช้ไฟฟ้าตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรักษาคุณภาพของสินค้า

ในส่วนของการแก้ปัญหาเรื่องค่าไฟ ทางบริษัทก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ดำเนินการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์เพื่อผลิตไฟฟ้าใช้ในโรงงานเป็นบางส่วนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จากการสนับสนุนของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือบีโอไอ หลังการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์สามารถช่วยลดค่าไฟฟ้าให้ธุรกิจ 8% ของราคาค่าไฟทั้งหมดที่ใช้ แต่อย่างไรก็ตาม ก็ขึ้นอยู่กับปริมาณการใช้พลังงานของแต่ละโรงงานด้วยเช่นกัน

“แม้โซลาร์เซลล์จะมาช่วยลดราคาค่าไฟบางส่วนได้ แต่อีกด้านราคาขายของสินค้าโภคภัณฑ์กลับตกต่ำลง เพราะราคาต้นทุนการผลิตอื่น ๆ เช่น ค่าวัตถุดิบอย่างถั่วเหลืองที่ได้รับผลกระทบจากสงครามรัสเซีย-ยูเครนนั้น ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตโดยรวมเพิ่มขึ้น”

PFP ใช้พลังงานสะอาด 100%

ขณะที่ นางสาวปิยกาญจน์ ปิยะพัฒนา ผู้อำนวยการฝ่ายตลาดต่างประเทศ บริษัท แปซิฟิคแปรรูปสัตว์น้ำ จำกัด และบริษัท พี.เอฟ.พี.เทรดดิ้ง จำกัด (PFP) กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า บริษัทเตรียมมาตรการรับมือปัญหาค่าไฟไว้ล่วงหน้ามาหลายปี โดยการติดตั้งโซลาร์เซลล์และวางแผนในอนาคตที่จะใช้พลังงานสะอาด 100% ในกระบวนการผลิต ทำให้บริษัทไม่ได้รับผลกระทบของค่าไฟที่เพิ่มขึ้น

“ปัจจุบันบริษัทมีเป้าหมายที่จะลดปริมาณคาร์บอนลง โดยเริ่มจากการลดคาร์บอนฟุตพรินต์กับบางผลิตภัณฑ์ เช่น เต้าหู้ปลา ปูอัด ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ยอดนิยมของทางบริษัท เพื่อเตรียมตัวกับมาตรการนำเข้าสินค้าของต่างประเทศเรื่องคาร์บอนเครดิตในอนาคต”

นอกจากนี้ ทางบริษัทเตรียมที่จะขยายตลาดส่งออกไปสู่ตลาดอินเดียและตะวันออกกลาง เพราะอินเดียเป็นประเทศที่มีประชากรอันดับ 1 ของโลก ทำให้มีปริมาณการบริโภคที่สูง ส่วนตะวันออกกลาง ด้วยความที่ผลิตภัณฑ์อาหารส่วนใหญ่ของบริษัทมีตราฮาลาล ประกอบกับรัฐบาลไทยผลักดันสินค้าไทยเข้าสู่ตลาดตะวันออกกลางผ่าน Lulu Hypermarket ซึ่งเป็นร้านค้าขายปลีกที่ใหญ่ที่สุดในตะวันออกกลาง ทำให้ตลาดตะวันออกกลางก็เป็นอีกตลาดที่น่าเข้าไปลงทุนเช่นเดียวกัน

ตั้งรับระเบิดเวลา “ค่าแรง”

ขณะที่เรื่องการเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ จากเดิมอยู่ประมาณ 328-353 บาท มาเป็น 450 บาท ตามนโยบายของรัฐบาลชุดใหม่ นายพงศ์ให้ความเห็นว่า การขึ้นค่าแรงก้าวกระโดดไปสู่ 450 บาทอาจจะเป็นการกระชากมากเกินไป

โดยมองว่าการขึ้นค่าแรงควรขึ้นไม่เกิน 400 บาทในช่วงแรก เพื่อให้เวลาผู้ประกอบการ โดยเฉพาะกลุ่ม SMEs สามารถปรับตัวได้ทัน นอกจากนี้ ยังเป็นห่วงว่าการขึ้นค่าแรงอาจมีผลกระทบต่อการแข่งขันราคาในตลาดโลก เพราะบริษัทเน้นการส่งออกไปขายที่ต่างประเทศเป็นหลัก

ส่วนนางสาวปิยกาญจน์กล่าวว่าเห็นด้วยกับการขึ้นค่าแรงดังกล่าว เพราะมองว่าเป็นเรื่องของการปรับตัวทั้งภาคธุรกิจที่อาจนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วย และการปรับตัวของแรงงานที่ต้องมีการอัพสกิลและรีสกิล แต่อย่างไรก็ตาม การขึ้นค่าแรงควรดำเนินการอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพื่อไม่ให้กระทบต่อธุรกิจ SMEs

อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้ยังต้องประเมินสถานการณ์อีกครั้ง ว่ารัฐบาลใหม่เข้ามาสานต่อนโยบายค่าแรงงานตามที่ได้หาเสียงไว้ จะมีมาตรการเยียวยาผลกระทบต่อผู้ประกอบการอย่างไร เพราะแน่นอนว่าค่าแรงจะกลายเป็นระเบิดเวลาที่กำลังนับถอยหลังอีกลูก ที่จะซ้ำเติมเอกชนที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูหลังจากโควิด และการส่งออกยังอยู่ในภาวะลูกผีลูกคน เพราะต้องเผชิญกับปัญหาเศรษฐกิจโลกซบเซา ตลาดส่งออกหลักชะลอการสั่งซื้อเพื่อระบายสต๊อก

หากรัฐบาลไม่มีทางออกที่ชัดเจนอาจจะฟาดหางกลับมาที่ภาคอุตสาหกรรมและการจ้างแรงงานของไทยได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...