ฝันสลาย! 30 ชีวิต จ่ายเงินซื้อบ้านหลักแสน กลับได้บ้านสังกะสี ยิ่งกว่าแคมป์คนงาน
ฝันสลาย! 30 ชีวิต ร้องว่าที่ ส.ส.ก้าวไกล จ่ายเงินซื้อบ้านหลักแสน กลับได้บ้านสังกะสี ยิ่งกว่าแคมป์คนงาน ผนังมีรู ผุพัง ลมมาแรงๆ หอบสังกะสีปลิวว่อน
เมื่อวันที่ 12 มิ.ย.66 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ซอยเลียบคลองเจ็ก ต.บางบัวทอง อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ชาวบ้านกว่า 30 คน เดินทางหอบนำหลักฐานเข้าขอความช่วยเหลือกับนายเกียรติคุณ ต้นยาง ว่าที่ ส.ส.พรรคก้าวไกล เขต 7 จังหวัดนนทบุรี ประธานชมรมทนายความจิตอาสา หลังซื้อบ้านโครงการมั่นคง ส่งเงินไปแล้วหลักแสน กลับได้บ้านสังกะสี ยิ่งกว่าแคมป์คนงาน ผนังมีรู ผุพัง
ช่วงหน้าฝนสังกะสีปลิวหลุดเสียหาย ฝนตกต้องคอยรองน้ำ ต้องเปลี่ยนปลั๊กหลายจุดเพราะไม่ได้มาตรฐาน เคยมีชาวบ้านถูกไฟดูด ต้องอยู่ท่ามกลางสัตว์มีพิษ ทั้งงูเห่า และตะขาบ ชาวบ้านหลายคนทนไม่ไหวต้องย้ายไปอยู่ที่อื่น แต่บางครอบครัวกลับต้องทนอยู่ เพราะไม่มีเงินไปซื้อบ้าน
สอบถามนายอัฐ อายุ 48 ปี ผู้เสียหาย พาผู้สื่อข่าวไปดูรอบๆ บ้านที่อยู่อาศัย พร้อมเล่าความเดือดร้อนให้ฟังว่า แม่ตนเป็นคนซื้อบ้านในโครงการบ้านมั่นคง ตนเคยอยู่ที่นี่แรกๆ 4-5 เดือน จะคอยมาตัดหญ้าบริเวณบ่อบำบัดตลอด แต่ตอนหลังๆ ไม่ได้อยู่แล้ว เลยไม่เข้ามาตัด ซึ่งตนต้องลงทุนซื้อเครื่องตัดหญ้าเอง ทางประธานโครงการบ้านมั่นคงไม่เคยมาเหลียวแลหรือดูแลที่นี่เลย ไม่ปรับปรุง ทำให้ที่นี่ทรุดโทรมและเสื่อมโทรม มีงูเห่า ตะขาบ เดินกันเพ่นพ่าน ทางสหกรณ์ก็ไม่มีงบมาสนับสนุนหรือพัฒนาปรับปรุงใดๆ ถ้ามีต้องเบิกจ่ายยุ่งยากวุ่นวาย
นายอัฐ กล่าวต่อว่า ตนอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาปรับปรุงห้องพักของสมาชิกในสหกรณ์ เพราะจริงๆ แล้วตรงนี้คือบ้านพักของสมาชิกชั่วคราว ไม่ใช่เป็นบ้านตามแบบที่ตกลงซื้อ ห้องที่ตนอยู่ ต้องมาตีตะปูใหม่เอง กันหลุดแทนของเดิมเพราะพายุแรงๆ แผ่นสังกะสีหลุด ไล่หลุดเป็นจุดๆ ต้องมาทำไฟเพิ่มบางจุด เพื่อไม่ให้อยู่กับความมืด ซึ่งได้รับความเดือดร้อนมาก ที่นี่เวลาลมพัดแรงๆ สังกะสีจะหลุดแล้วปลิว เนื่องจากโครงสร้างไม่แข็งแรง ทุกตัวต้องตอกตะปูเพิ่ม เพื่อความแข็งแรงมากขึ้น
"หลายอย่างผมต้องใช้งบส่วนตัวมาทำ ไม่ว่าจะเป็นเต้าไฟ ปลั๊กบางจุดต้องทำใหม่ เพราะเวลากดไฟดูด ระแวงเรื่องสัตว์มีพิษ จะเข้าห้องน้ำไม่เคยมีความสุข คืนหนึ่งเข้า 3-4 รอบ ห้องเก่าที่เคยมาอยู่ เมื่อก่อนตอนใช้โฟมมาบุเป็นฝ้า เพื่อกันความร้อนและกันฝนหยด ผมมาทำห้องนี้เป็นห้องแรก แต่มีงูเข้า เลยย้ายไปอยู่อีกห้องหนึ่ง ซึ่งแม่เป็นสมาชิกอยู่ที่นี่ ผมเลยมาอยู่
ผมตัดสินใจที่มาซื้อสาเหตุคืออยากได้บ้าน และตอนนั้นมีโปรเจกต์ในการทำงาน ทำสินค้าขายแล้วจึงอยากได้สถานที่เพื่อทำของขาย ซึ่งตอนนี้ความฝันของผมได้ดับสลายแล้ว และอยากได้เงินของแม่คืนประมาณ 100,000 กว่าบาท แต่ตอนนี้เหลืออยู่เพียง 10,000 กว่าบาท ซึ่งไม่รู้ว่าเงินไปไหน คงต้องให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องตรวจสอบอีกที โครงการตรงนี้ไม่เคยมีหน่วยงานใดเข้ามาดูหรือเหลียวแลใดๆ" นายอัฐ กล่าว
ด้าน นางอรุณศรี สุตนาม อายุ 67 ปี แม่บ้าน กล่าวว่า ตนมาซื้อบ้านมั่นคงตั้งแต่ปี 2559 น้องสาวแนะนำมาบอกว่าให้มาซื้อบ้านมั่นคง เพราะเขาซื้ออีกสถานที่หนึ่งแล้วได้บ้านจริง ตนจึงตกลงมาซื้อตรงนี้ ส่งเดือนละ 800/900/1,000 ส่งมาเรื่อยๆ และตนก็ทบเรื่อยๆ เป็น 2,000/2,500/3,380 มีคนเป็นประธาน และตั้งรับเงินที่โรงเรียนแห่งหนึ่งย่านบางบัวทอง ต้องไปจ่ายเงินทุกเดือน ซึ่งในความเป็นจริงสภาพบ้านที่ได้รับ คืออยู่ไม่ได้เลย ตอนแรกตนไม่เคยเห็นบ้านจริง คิดแต่ว่ารีบส่งให้ได้มาก เพราะเขาอ้างว่าถ้าจ่ายเงินมากส่งเร็วบ้านก็จะขึ้นเร็ว ใครส่งช้าก็จะได้บ้านทีหลัง
นางอรุณศรี กล่าวต่อว่า ตั้งแต่ส่งไปก็ไม่มีบ้าน มีแต่สภาพบ้านแบบนี้ ซึ่งจะพังอยู่แล้ว ตนไม่อยากคิดว่าจะมาหาผลประโยชน์กันอย่างเดียว ตนจ่ายเงินไปประมาณ 170,000 บาท เสียใจมากและเสียความรู้สึก ไม่คิดว่าคนจนจะมาหลอกคนจนด้วยกันแบบนี้ สงสัยไม่เคยเห็นเงินหมื่น เงินแสน ไม่เคยคิดว่าจะมาทำแบบนี้
ตนอยู่ตรงนี้ปีนี้บ้านเริ่มพังเยอะขึ้นแล้ว อยู่ที่นี่ตั้งแต่ปี 64 บ้านสภาพแบบนี้เหมือนแคมป์คนงาน ทั้งที่ตนเสียเงินไป เขาหลอกว่าจะขึ้นบ้านตอนปีใหม่ เชื่อใจเลยเชื่อว่าเขาจะขึ้นบ้านให้จริงๆ เขาจะพูดตลอดว่าเขาไม่โกงเงินใคร ไม่โกงใครกิน แต่เขามาทำแบบนี้ตนเสียใจมาก จะคุยกับใครก็หายเงียบไป ไม่เคยโผล่หัวมา ไม่เคยเห็นหน้าตา อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาช่วยเหลือคนจนที่อยากได้บ้านทั้งหลาย ถ้าไม่ได้บ้านได้เงินคืนก็ยังดี จะได้มีกินบ้าง
"ดิฉันหาเช้ากินค่ำ บางคนต้องไปกู้เงินบังมาส่งบ้าน เพราะเขาขู่ว่าถ้าไม่ส่งจะปรับ ซึ่งตอนนี้ดิฉันไม่ส่งเงินแล้ว เพราะไม่รู้ว่าส่งไปแล้วจะได้บ้านเมื่อไหร่ หยุดส่งมา 3 เดือนแล้ว วันนี้เลยมาปรึกษาทนายโป้งและร้องสื่อให้ช่วยเหลือด้วย" นางอรุณศรี กล่าว
น.ส.หทัยกาญจน์ ฉิมมาลีมีชัย อายุ 50 ปี อาชีพค้าขาย กล่าวว่า ตนส่งบ้านไปประมาณ 70,000 บาท ตั้งแต่ปลายปี 62 หลังจากที่โครงการซื้อที่ดินตรงนี้แล้ว หลังจากซื้อเขาบอกว่าบ้านตรงนี้จะสร้างเป็นบ้านพักชั่วคราวให้อยู่ก่อน แต่มันอยู่ไม่ได้ ฝนตกก็รั่ว งูเงี้ยวเขี้ยวขอก็เยอะ เสาบ้านก็เริ่มพัง ตนเสียใจคำพูดไม่เป็นคำพูด เงินที่ออมไปก็เอาไปกินกันหมด
"รู้จักโครงการตรงนี้เพราะเพื่อนชวนมา มันมีโครงการแบบนี้ตรงจุดอื่นที่เขาขึ้นเลยนึกว่า เหมือนกันจึงตัดสินใจซื้อ พอซื้อมาประธานโครงการบ้านมั่นคงไม่ส่งเงินให้ซึ่งตรงนี้เป็นโครงการหมู่บ้านมั่นคง จัดตั้งขึ้นเอง และรวมเงินไปกู้กับ พอช.และจัดตั้งสหกรณ์เพื่อให้เงินรองรับที่โครงการนี้ เอาเงินมาซื้อที่ดิน" น.ส.หทัยกาญจน์ กล่าว
น.ส.หทัยกาญจน์ กล่าวต่อว่า ซึ่งประธานโครงการเขาไม่ให้เหตุผลอะไรได้ยินแต่ว่า พอช.บอกปิดงบสหกรณ์ไม่ได้ ตอนนี้ตนจ่ายแค่ค่าน้ำ ค่าไฟ อย่างเดียวแต่มันอยู่ไม่ได้ มันรั่ว ไม่น่าอยู่ แต่ต้องอดทนอยู่เพราะว่าไม่มีบ้าน ตอนนี้เหลืออยู่ประมาณ 6 ห้องที่มีคนอาศัยอยู่ บางคนอยู่ไม่ได้ต้องย้ายไปอยู่ที่อื่น ซึ่งผู้เสียหายมีค่อนข้างเยอะ สภาพบ้านไม่น่าอยู่ อยากให้หน่วยงานมาช่วยเหลือเพราะว่าตนและสมาชิกอยากได้บ้าน อยากได้ที่อยู่อาศัยที่ดีกว่านี้ ไม่อยากอยู่ในสภาพแบบนี้
อยากให้ดำเนินการเรื่องบ้านและเรื่องที่ไปแจ้งความ เพราะสมาชิกบางคนเขาลาออกไปเขาอยากได้เงินคืน พอไปแจ้งความอายัดเงินไป 1,200,000 บาท แต่ก็ไม่มีเงินจะมาคืนให้ ตอนนี้มีหลายคนไปแจ้งความแล้วซึ่งบางส่วนก็ไม่ได้แจ้งความไปแล้วไม่ได้มีการพูดคุยอะไร ประธานโครงการก็เงียบไป ซึ่งได้ข่มขู่ด้วยกรณีที่ว่าหากมีคนไปแจ้งความและทางโครงการบอกว่าถ้าเขาแจ้งกลับบ้างจะเป็นยังไง ซึ่งบางคนกลัวก็เลยไม่กล้าไปแจ้งความ
ขณะที่ นายเกียรติคุณ ต้นยาง หรือทนายโป้ง ว่าที่ ส.ส.พรรคก้าวไกล เขต 7 จังหวัดนนทบุรี กล่าวว่า จากที่ตนได้รับฟังข้อมูลข้อเท็จจริงและประกอบกับหลักฐานที่มีอยู่ ชาวบ้านได้มีการไปแจ้งความที่ สภ.บางบัวทองตั้งแต่เดือนธันวาปีที่แล้ว จนมาถึงวันนี้ได้ 6 เดือนแล้ว ก็ยังไม่มีความคืบหน้า
ตนติดต่อกับพนักงานสอบสวนและจะพาผู้ร้อง ผู้เสียหายไปให้ข้อมูลและสอบปากคำเพิ่มเติม ให้มันครบถ้วนมากยิ่งขึ้น วันอังคารนี้ตนจะพาผู้เสียหายไปพบพนักงานสอบสวนอีกครั้ง เพื่อให้ข้อมูลให้ครบถ้วนและพนักงานสอบสวนจะได้ส่งสำนวนและหมายเรียก ไปให้กับผู้ถูกกล่าวหารับทราบข้อกล่าวหา
ก่อนที่ผู้เสียหายไปแจ้งความเมื่อเดือนพฤศจิกายน ชาวบ้านไปร้องทุกข์กับหน่วยงานของกระทรวงมหาดไทยแล้ว และได้รับเรื่องราวร้องทุกข์ไว้แล้ว ชี้แจงและหนังสือจากสหกรณ์จังหวัดนนทบุรีชี้แจงมา และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องได้ชี้แจงออกมาแล้ว แต่มันเป็นกระบวนการขั้นตอนของผู้ที่ถูกกล่าวหา มาอ้างกับชาวบ้านเพื่อที่จะเป็นการยืดระยะเวลาในการที่ไม่ต้องถูกดำเนินคดี
และมีเทคนิคหลอกให้ชาวบ้านไปสหกรณ์ยกเลิกกลุ่มสหกรณ์ เพื่อที่จะให้ชาวบ้านไว้เนื้อเชื่อใจ และไม่แจ้งความดำเนินคดีกับพวกเขา แต่สุดท้ายสิ่งที่ชาวบ้านไปร้องทุกข์ที่ศูนย์ดำรงธรรมแล้ว ร้องทุกข์กับผู้ว่าราชการจังหวัดหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งไปแจ้งความที่ สภ.บางบัวทอง
ปรากฏว่าไม่มีอะไรดีขึ้น ชาวบ้านเลยสงสัยว่าทั้งหมดนี้เป็นความผิดของใคร ความผิดของชาวบ้านเองหรือมีใครมาหลอกลวงเลยมาปรึกษาตนให้ช่วยเหลือ ตนจึงมาลงพื้นที่เห็นว่าสภาพบ้านมันผิดแปลกจากตัวอย่าง แต่บ้านจริงเป็นสังกะสีเหมือนแคมป์คนงานก่อสร้าง ชาวบ้านต้องทนร้อนให้ได้ ต้องทนอยู่ในสถานภาพแบบนี้ทั้งๆ ที่เสียเงินเป็นหมื่นเป็นแสนกัน กลับได้บ้านไม่ตรงปก
"ฝากถึงพี่น้องประชาชนคนที่จะมีบ้านเป็นของตัวเอง ที่พักอาศัยของตัวเอง บ้านถือเป็นปัจจัยสี่ทุกคนอยากมีที่ดิน มีบ้านเป็นของตัวเอง พยายามขวนขวายที่จะมี แต่เราต้องดูเหตุผล บ้านที่เขาให้ดูมันราคาหลักแสนจริงมั้ย สภาพเป็นยังไง ราคาน่าจะเป็นหลักล้านไม่ใช่หลักแสน" นายเกียรติคุณ กล่าว
นายเกียรติคุณ กล่าวว่า บางคนเห็นภาพแต่ลืมนึกไปว่าราคามันไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง ซึ่งราคาไม่กี่แสนบาท แต่ได้บ้านสวยงามอาจจะไม่ใช่เรื่องจริง ที่ดินและบ้านกว่า 40 ตารางวาในราคาไม่กี่แสน ซึ่งความเป็นจริงมันเป็นไปไม่ได้ ฝากพ่อแม่พี่น้องว่าจะซื้ออะไรควรดูให้ครบถ้วนก่อนว่าราคากับสิ่งของมันสอดคล้องกัน และเป็นไปได้จริงไหม
อะไรที่มันถูกเกิน มันก็เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว เป็นกลยุทธ์ของมิจฉาชีพที่หลอกลวง ต้องคิดให้ดี เสร็จแล้วเอามาคำนวณให้ดีว่า ราคาที่เสียไปมันคุ้มกับสิ่งของที่ได้มาหรือเปล่า หรือมันแตกต่างกันเกินไป จะได้ไม่เป็นเหยื่อของมิจฉาชีพได้
ที่มา มติชนออนไลน์