โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ZTE เปิดราคาสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ ชิงเค้กตลาดไทย

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 26 พ.ค. 2566 เวลา 08.56 น. • เผยแพร่ 26 พ.ค. 2566 เวลา 06.50 น.

ZTE เปิดราคาสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ 4 รุ่นรวด ไม่หวั่นยอดขายทั่วโลกลด เน้นสร้างการรับรู้ พร้อมชิงเค้กส่วนแบ่งตลาดสมาร์ทโฟน 5G ไทยเพิ่ม 1.5%

วันที่ 26 พฤษภาคม 2566 นายหลัว เหว่ย รองประธาน แซดทีอี คอร์ปอเรชั่น ผู้ผลิตและจำหน่ายสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์โทรคมนาคม เปิดเผยว่า ZTE เดินกลยุทธ์ทางธุรกิจทั่วโลก ด้วยการวางตำแหน่งแบรนด์เป็น “Driver of Digital Economy” หรือผู้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลด้วยการเดินหน้าธุรกิจอย่างมุ่งมั่นตามกลยุทธ์ ควบคู่ไปกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ตามแนวโน้มการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล และการลดคาร์บอน

กลยุทธ์ได้รับการยกระดับอย่างเป็นทางการให้เป็นระบบนิเวศอัจฉริยะทุกสภาวการณ์ 2.0 (Full-Scenario Intelligent Ecosystem 2.0) หรือ “1+2+N” เป็นผลิตภัณฑ์หรือสินค้าที่ตอบโจทย์ยุคดิจิทัลแบบครบวงจร ครอบคลุมทุกสถานการณ์เพื่อใช้ในชีวิตประจําวัน ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านหรือนอกบ้าน

รวมทั้งมือถือ โดยจะมีระบบ MyOs เป็นตัวกลางเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นเชิงอุตสาหกรรมในตระกูลบรอดแบนต์เคลื่อนที่ (MBB) บรอดแบนด์ไร้สาย (FWA) และอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อผ่านระบบอินเทอร์เน็ต (IOT) เพื่อตอบสนองต่อการขยายตัวอย่างรวดเร็วของผู้บริโภคทั่วโลก

ผนวกกับความสามารถของเทคโนโลยี 5G ได้เข้ามาช่วยยกระดับการทำงานและชีวิตของผู้คนมากขึ้น ทั้งยังผลักดันให้ผู้บริโภคมีอุปกรณ์เคลื่อนที่ในครอบครองมากกว่าหนึ่งเครื่อง ด้วยอุปกรณ์ที่ทรงพลังขึ้น “คลาวด์ เครือข่าย เอดจ์ และอุปกรณ์” ระบบปฏิบัติการ ZTE MyOS เข้ามาช่วยทลายพรมแดนของอุปกรณ์ที่แตกต่างกัน และสร้างการเชื่อมต่อระหว่างกันอย่างไร้รอยต่อบนระบบนิเวศรูปแบบ “1+2+N” อันประกอบไปด้วยโทรศัพท์มือถือ เทอร์มินอลสัญญาณส่วนตัวและประจำบ้าน และผลิตภัณฑ์ต่อพ่วงในระบบนิเวศเดียวกัน

เกม-5G ยังดันความต้องการมือถือเติบโต

นายจัสติน ลี ซีอีโอ กลุ่มธุรกิจโมบาย ดีไวเซส ประจำภูมิภาคเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวเสริมว่า แม้ภาพรวมตลาดสมาร์ทโฟนทั่วโลกจะได้รับผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวมากนัก แต่ทว่าสมาร์ทโฟน 5G ยังคงได้รับความนิยมและมีแนวโน้มเติบโตขึ้นรวมถึงตลาดโมบายเกมเช่นเดียวกัน”

คาดการณ์ว่าตลาดเกมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) อยู่ที่ 8.5% โดยในปีที่แล้วมีจํานวนผู้เล่นเกมออนไลน์บนมือถือในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพิ่มขึ้นกว่า 250 ล้านคน จากมาเลเซีย ไทย เวียดนาม อินโดนีเซีย สิงคโปร์ และฟิลิปปินส์ ถือเป็นหกตลาดเกมมือถือหลักที่สำคัญที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงได้

ทั้งนี้เป็นผลมาจากการลงทุนขยายเครือข่าย 5G และเพิ่มความเร็วอินเทอร์เน็ตที่เป็นปัจจัยหลักผลักดันศักยภาพการเติบโตอย่างมหาศาล รวมถึงความนิยมที่เพิ่มขึ้นของ e-Sports ยังเข้ามาช่วยกระตุ้นตลาดเกมในภูมิภาคอีกด้วย ZTE ตั้งเป้าชิงส่วนแบ่งตลาดสมาร์ทโฟน 3% ในเอเชียและเอเชียตะวันออกเฉียงได้ หรือเติบโตกว่า 100% ภายใน 3 ปีนับจากนี้

ตั้งเป้าชิงส่วนแบ่ง 1.5% ในปี 2566

ด้านนายชอว์น เผย ผู้จัดการประจำประเทศไทย แซดทีอี ดีไวซ์ ประเทศไทย กล่าวว่า ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในตลาดที่ ZTE มองเห็นโอกาสและศักยภาพสำหรับสมาร์ทโฟน กลายเป็นปัจจัยสําคัญในการดำเนินชีวิต พฤติกรรมของผู้บริโภคในประเทศไทยเปลี่ยนแปลงไป มีการใช้งานสมาร์ทโฟนเพิ่มขึ้นในชีวิตประจําวัน

ทั้งการทำธุรกรรมทางการเงินและการสั่งซื้อสินค้าผ่านแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ โดยเฉพาะในกลุ่มสมาร์ทโฟน 5G คุณภาพดีในราคาที่เอื้อมถึงกำลังเป็นที่ต้องการ

ส่วนตลาดสมาร์ทโฟนระดับเริ่มต้นเองก็ยังคงมีความต้องการอยู่มากเช่นกัน และ ZTE เองก็มีเป้าหมายสร้างยอดขายสมาร์ทโฟนให้มีส่วนแบ่งตลาดในปีนี้ 1% เพิ่มส่วนแบ่งการตลาดเป็น 1.5% ในปี 2567 และเติบโตเพิ่มเป็น 3% ภายในปี 2568

“สำหรับแผนการทำตลาดสมาร์ทโฟน ZTE ในประเทศไทยจะเป็นกลยุทธ์ด้านผลิตภัณฑ์ โดยใช้แบรนด์สมาร์ทโฟนของบริษัท ได้แก่ ZTE Blade นูเบีย (Nubia) และ Redmagic รวมทั้งผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ในอีโคซิสเต็มของ ZTE โดยเน้นสร้างการรับรู้ให้แบรนด์เป็นรู้จักมากขึ้น ผ่านการสื่อสารการตลาด และการประชาสัมพันธ์ ทั้ง ออฟไลน์และออนไลน์ เพื่อขยายฐานลูกค้าและการตลาดที่เข้มแข็ง

สำหรับสมาร์ทโฟนที่กำลังเข้ามาทำตลาดในไทยตอนนี้จะมี 4 รุ่น

  • ZTE Blade A31 Plus 2023 ดีไซน์สีเขียวน้ำเงินหม่น มาพร้อมหน้าจอใหญ่ขนาด 6 นิ้ว กล้องออโต้โฟกัส ชิปเซต ซีพียู Octa-core ความจุ 2+32GB ราคา 1,990 บาท
  • ZTE Blade A33s จอแบบหยดน้ำ ขนาดกว้าง 6.3 นิ้ว ความจุแบตเตอรี่ 4000mAh ซีพียู Octa-core 1.6GHz ปลดล็อกด้วยระบบสแกนใบหน้า กล้องหลัง 8MP กล้องหน้า 5MP ความจุ 4+32GB ราคา 2,299 บาท
  • ZTE Blade A53 Pro กล้องคู่หลังความละเอียด 13MP+2MP และกล้องหน้าความละเอียด 5MP หน้าจอ หยดน้ำ หน้าจอใหญ่ 6.52 นิ้ว HD+ แบตเตอรี่ 5000mAh ซีพียู Octa-core 1.6GHz ปลดล็อคด้วย ลายนิ้วมือ ความจุ 8+64GB ราคา 2,699 บาท
  • Nubia Neo 5G สมาร์ทโฟนเกมเมอร์ที่เป็นแบรนด์ย่อย และเป็นเรือธงของ ZTE ในเซ็กเมนต์ Mid-High โดยรุ่นนี้จะเปิดสั่งจองในเดือนมิถุนายนที่จะถึง โดยยังไม่มีการเปิดราคาที่เป็นทางการ

นายพงศ์นริทร์ ตันตระกูล ผู้จัดการฝ่ายขาย บริษัท แซดทีอี ดีไวซ์ ประเทศไทย เปิดเผยว่า กลยุทธ์สำคัญคือการเจาะกลุ่มฐานผู้ใช้ที่กว้างด้วยมือถือที่คุณภาพสูงราคาเข้าถึงง่าย เพื่อสร้างการรับรู้ให้กว้างขึ้น โดยอาศัยพาร์ตเนอร์ที่เป็นดิสทริบิวเตอร์และรีเทลกว่า 16 ราย มีจุดวางขาย 2 พันกว่าจุดในการทำตลาด

สำหรับสมาร์ทโฟนแบรนด์ย่อยของ ZTE ไม่ว่าจะเป็นระดับพรีเมี่ยมอย่าง AZON หรือสำหรับเกมมิ่งอย่าง Red Magic จะทยอยเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยภายในปีนี้ พร้อมกับการพัฒนาระบบหน้าร้านและะศูนย์บริการหลังการขายแน่นอน

นอกจากนี้ ZTE ยังได้พัฒนาแท็บเลตจอ 3 มิติ ที่ไม่ต้องใช้แว่น ในชื่อ Nubia PAD 3D ที่จะมาสร้างประสบการณ์การสร้าง/ชมคอนเทนต์ยุคใหม่

สเป็กของแท็บเลตดังกล่าว ใช้ซีพียู Qualcomm Snapdragon 888 หน้าจอขนาด 12.4 นิ้ว มีระบบ AI จับดวงดา สามารถเปลี่ยนคอนเทนต์ธรรมดาให้เป็นสามมิติได้แบบ Real-time แบตเตอรี่ 9700mAh (Typical) ชาร์จเร็ว 33 วัดด์ USB Type-C 3.1 ระบบปฏิบัติการ Android 12 ความจุ 12+256GB ราคา 46,900 บาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...