หนุ่มขับกระบะชนยับ 5 คันรวด ก่อนโกยแน่บช่วงชุลมุน คาดกลัวโดนจับเป่าแอลกอฮอล์
หนุ่มขับกระบะชนยับ 5 คันรวด ก่อนโกยแน่บช่วงชุลมุน คาดกลัวโดนจับเป่าแอลกอฮอล์ ตร.เช็กวงจรปิด เร่งล่าตัวมาแจ้งข้อหา ไม่มาโทษถึงติดคุก
เมื่อวันที่ 9 ก.ค.66 พ.ต.ต.นิพนธ์ ศรนรินทร์ สารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองราชบุรี จ.ราชบุรี รับแจ้งเหตุรถกระบะชนรถยนต์และบ้านเรือนของประชาชนจนเกิดความเสีย บริเวณถนนเขางู - เจดีย์หัก ฝั่งขาเข้าตัวเมืองราชบุรี หมู่ 3 ต.เจดีย์หัก อ.เมือง จ.ราชบุรี เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา จึงรุดตรวจสอบ พร้อมด้วยมูลนิธิประชานุกูลราชบุรี
ที่เกิดเหตุพบรถกระบะ 4 ประตู ยี่ห้ออีซูซุ ดีแมกซ์ สีบรอนซ์เทา ทะเบียน กม 6169 ราชบุรี ได้รับความเสียหายรอบคัน จอดอยู่กลางถนน ใกล้กันพบรถกระบะ 4 คัน และรถยนต์เก๋งอีก 1 คัน ที่จอดอยู่ และบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายจากการถูกรถคันดังกล่าวขับชน ส่วนคนขับรถเป็นชาย อายุประมาณ 35 ปี ไม่ได้รับบาดเจ็บ
เมื่อทางตำรวจจะสอบปากคำคนขับอ้างว่า ตนมีคนเป็นพยานว่า ถูกรถเก๋งตัดหน้าจนเสียหลัก และขอรอญาติก่อนให้ปากคำเพิ่มเติม ทางตำรวจจึงให้ยื่นรอเพื่อสอบปากคำและรอเป่าเครื่องวัดปริมาณแอลกอฮอล์ แต่ในช่วงที่ตำรวจสอบปากคำกลุ่มผู้เสียหาย คนขับติดต่อให้ผู้หญิงมารับออกไป
จากการสอบถามเจ้าของบ้านและเจ้าของรถยนต์ที่ได้รับความเสียหาย ทราบว่า เมื่อเวลาประมาณ 21.50 ขณะที่ทุกคนกำลงพักผ่อนอยู่ภายในบ้าน ได้ยินเสียงรถกระบะขับมาด้วยความเร็ว ก่อนจะได้ยินเสียงเบรกรถยาว และเสียงชนดังสนั่น เมื่อออกมาดูก็พบว่ารถยนต์ที่จอดไว้บริเวณหน้าบ้านและตัวบ้านเรือนถูกชนจนได้รับความเสียหาย ส่วนรถกระบะคันเกิดเหตุจอดอยู่กลาง ทุกคนจึงเข้าไปดูและช่วยเหลือคนขับ
แต่ทว่าหลังจากให้ปากคำกับตำรวจ ก็ไม่พบคนขับคู่กรณี จึงไม่ทันได้พูดคุยค่าเสียหายและเป่าวัดแอลกอฮอล์ จึงทำให้ทุกคนเชื่อว่าคนขับอาจจะเมาและกลัวโดนเป่าวัดแอลกอฮอล์ ผู้เสียหายทุกคนจึงตกลงกันว่า จะเดินทางไปแจ้งความเพิ่มเติมต่อที่ สภ.เมืองราชบุรี เพื่อเอาผิดกับคนขับรถ
ทั้งนี้ เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน และตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง ก่อนติดตามตัวคนขับรถมาสอบปากคำ เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย
โดยเบื้องต้นได้ตั้งข้อหา ขับรถโดยประมาณทำให้ทรัพย์ผู้อื่นเสียหาย แต่หากคนขับรถไม่ยอมมา จะแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมคือ ขับรถเฉี่ยวชนแล้วไม่ยอมแสดงตนชื่อสกุลที่อยู่ และขับรถเฉี่ยวชนแล้วหลบหนี โดยมีโทษจำคุก 3 เดือน หรือปรับตั้งแต่ 2,000 - 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ