พระประวัติ ‘สมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 20’ ทรงเจริญพระชนมายุครบ 8 รอบ 96 พรรษา
The Bangkok Insight
อัพเดต 25 มิ.ย. 2566 เวลา 18.16 น. • เผยแพร่ 25 มิ.ย. 2566 เวลา 18.09 น. • The Bangkok Insight26 มิ.ย.วันคล้ายวันประสูติ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช ทรงเจริญพระชนมายุครบ 8 รอบ 96 พรรษา
สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ มีพระนามเดิมว่า อัมพร ประสัตถพงศ์ ประสูติเมื่อเวลารุ่งเช้าของวันอาทิตย์ที่26 มิถุนายน พ.ศ. 2470 ตรงกับแรม12 ค่ำ เดือน7 ปีเถาะ ณ บ้านเลขที่28 หมู่1 ตำบลบางป่าอำเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี เป็นบุตรคนที่2 จากพี่น้องทั้งหมด9 คน
ในวัยเยาว์ ครอบครัวประกอบอาชีพค้าขาย พระชนกพระชนนี มีบุตรธิดามาก จึงได้ฝากท่านได้เรียนชั้นประถมศึกษาที่โรงเรียนเทวานุเคราะห์ กองบินน้อยที่4 ตำบลโคกกะเทียม อำเภอเมืองจังหวัดลพบุรี กับ นาวาอากาศโท ทรัพย์ วรกี ผู้เป็นลุง ซึ่งมารับราชการทหารอากาศ อยู่ที่ลพบุรี จนจบชั้นประถมศึกษาปีที่1 แล้วมาศึกษาต่อที่โรงเรียนประชาบาลวัดพเนินพลูจนจบชั้น ป. 4 ในปี พ.ศ. 2480
การบรรพชาอุปสมบท
เมื่อ พ.ศ. 2483 พระองค์ผนวชเป็นสามเณรณวัดสัตตนารถปริวัตรวรวิหาร ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี โดยมีพระธรรมเสนานี(เงิน นนฺโท) เป็นพระอุปัชฌาย์ แล้วย้ายไปอยู่วัดตรีญาติเพื่อศึกษาพระปริยัติธรรม โดยมีพระครูศรีธรรมานุศาสน์(โสตถิ์ สุมิตฺตเถร) เป็นพระอาจารย์คอยอบรมพระธรรมวินัย
ต่อมาได้ทรงเข้าพิธีผนวชเป็นพระภิกษุเมื่อวันที่9 พฤษภาคม พ.ศ. 2491 ณ พัทธสีมาวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม โดยมีพระเทพโมลี(วาสน์ วาสโน)เป็นพระอุปัชฌาย์ และพระจินดากรมุนี(ทองเจือ จินฺตากโร)เป็นพระกรรมวาจาจารย์
การศึกษาพระปริยัติธรรม
ขณะจำพรรษาที่วัดตรีญาติ ตำบลพงสวาย สามเณรอัมพร ประสัตถพงศ์ สามารถสอบได้นักธรรมชั้นตรีในปี พ.ศ. 2483 สอบได้นักธรรมชั้นโทในปีต่อมา ถึงปี พ.ศ. 2486 สามารถสอบได้นักธรรมชั้นเอกและเปรียญธรรม3 ประโยคและสอบได้เปรียญธรรม4 ประโยคในปี พ.ศ. 2488
เมื่อ พ.ศ. 2490 ทรงย้ายมาอยู่จำพรรษา ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม โดยสมเด็จพระพุทธปาพจนบดี(ทองเจือ จินฺตากโร)เมื่อครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่พระจินดากรมุนี นำมาฝากกับสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวราลงกรณ เมื่อครั้งทรงดำรงสมณศักดิ์ที่พระเทพโมลี และภายหลังอุปสมบท พระองค์ได้ศึกษาพระปริยัติธรรมต่อในสำนักเรียนวัดราชบพิธฯ จน พ.ศ. 2491 สามารถสอบได้เปรียญธรรม 5 ประโยคและ พ.ศ. 2493 สามารถสอบได้เปรียญธรรม6 ประโยค
หลังเป็นเปรียญ5 ประโยค พระองค์ได้ศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัยเป็นนักศึกษารุ่นที่5 จบศาสนศาสตรบัณฑิต เมื่อปี พ.ศ. 2500 และทรงเดินทางไปศึกษาต่อระดับปริญญาโท ณ มหาวิทยาลัยพาราณสี(Banaras Hindu University) ประเทศอินเดีย จบการศึกษาเมื่อปี พ.ศ. 2512 ด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดี
ปี พ.ศ. 2552 สภามหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัยถวายศาสนศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาพุทธศาสตร์
ปี พ.ศ. 2553 สภามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยถวายปริญญาพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาธรรมนิเทศ
สมเด็จพระสังฆราช
พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงสถาปนาสมเด็จพระมหามุนีวงศ์ขึ้นเป็นสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่20 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เมื่อวันที่12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560 ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม
วันที่7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560 พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระราชโองการโปรดสถาปนาสมเด็จพระมหามุนีวงศ์ขึ้นเป็นสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่20 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์และได้เสด็จพระราชดำเนินไปประกอบพระราชพิธีสถาปนาเมื่อวันที่12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560 เวลา16.50 น. ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม โดยนิมนต์สมเด็จพระราชาคณะ กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะภาค และเจ้าคณะจังหวัดทั่วราชอาณาจักร เข้าร่วมพระราชพิธี
เมื่อวันที่21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราชฯ เสด็จลงพระอุโบสถวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ทรงรับสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสประมุขแห่งคริสต์ศาสนานิกายโรมันคาทอลิกและนครรัฐวาติกัน ซึ่งเสด็จเยือนราชอาณาจักรไทยอย่างเป็นทางการ
ตำแหน่งปัจจุบัน
พระกรณียกิจด้านการปกครอง
- พ.ศ. 2531 - พ.ศ. 2550 เจ้าคณะภาค14-15 (ธรรมยุต)
- พ.ศ. 2539 - ปัจจุบัน กรรมการมหาเถรสมาคมคณะธรรมยุต
- พ.ศ. 2550 - ปัจจุบัน ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค14-15 (ธรรมยุต)
- พ.ศ. 2551 - ปัจจุบัน เจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร
- พ.ศ. 2560 - ปัจจุบันสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
- พ.ศ. 2560 - ปัจจุบันเจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุต
- พ.ศ. 2560 - ปัจจุบัน ประธานกรรมการมหาเถรสมาคม
พระกรณียกิจด้านการศึกษา
- พ.ศ. 2554 - ปัจจุบัน นายกสภามหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย
พระกรณียกิจด้านการเผยแพร่
- พ.ศ. 2558 - ปัจจุบัน แม่กองงานพระธรรมทูต
พระเกียรติยศและพระเกียรติคุณ
สมณศักดิ์
- 5 ธันวาคม พ.ศ. 2514 เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญเปรียญที่พระปริยัติกวี,(สป.)
- 5 ธันวาคม พ.ศ. 2524 เป็นพระราชาคณะชั้นราชที่พระราชสารสุธีศรีปริยัติวราทรยติคณิสสรบวรสังฆารามคามวาสี
- 5 ธันวาคม พ.ศ. 2533 เป็นพระราชาคณะชั้นเทพที่พระเทพเมธาภรณ์สุนทรธรรมานุนายกวิสุทธิสาธกสาธุกิจยติคณิสสรบวรสังฆารามคามวาสี
- 5 ธันวาคม พ.ศ. 2538 เป็นพระราชาคณะชั้นธรรมที่พระธรรมเมธาภรณ์สุนทรวาสนวงศวิวัฒศรีปริยัติกิจจานุกิจปาพจนวิภูษิตคุณาลงกรณ์ยติคณิสสรบวรสังฆารามคามวาสี
- 5 ธันวาคม พ.ศ. 2543 เป็นพระราชาคณะเจ้าคณะรองชั้นหิรัญบัฏ ที่พระสาสนโสภณวิมลญาณอดุลสุนทรนายกตรีปิฎกธรรมาลังการภูษิตธรรมนิตยสาทรศาสนกิจจานุกรธรรมยุติกคณิสสรบวรสังฆารามคามวาสี
- 5 ธันวาคม พ.ศ. 2552 เป็นสมเด็จพระราชาคณะชั้นสุพรรณบัฏ ที่สมเด็จพระมหามุนีวงศ์พิพัฒนพงศ์วิสุตพุทธปาพจนานุศาสน์วาสนวรางกูรวิบูลศีลสมาจารวัตรสุนทรตรีปิฎกธรรมวราลงกรณวิภูษิตธรรมยุตติกคณิสสรบวรสังฆารามคามวาสีอรัณยวาสี
- 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560 ทรงได้รับการสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายกมีพระราชทินนามตามจารึกในพระสุพรรณบัฏว่าสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณสุขุมธรรมวิธานธำรงสกลมหาสงฆปริณายกตรีปิฎกธราจารยอัมพราภิธานสังฆวิสุตปาพจนุตตมสาสนโสภณกิตตินิรมลคุรุฐานียบัณฑิตวชิราลงกรณนริศรปสันนาภิสิตประกาศวิสารทนาถธรรมทูตาภิวุฒทศมินทรสมมุติปฐมสกลคณาธิเบศรปวิธเนตโยภาสวาสนวงศวิวัฒพุทธบริษัทคารวสถานวิบูลสีลสมาจารวัตรวิปัสสนสุนทรชินวรมหามุนีวงศานุศิษฏบวรธรรมบพิตรสมเด็จพระสังฆราช
อนึ่ง วันจันทร์ ที่ 26 มิถุนายน 2566 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี จะเสด็จพระราชดำเนินมาทรงบำเพ็ญพระราชกุศลฉลองพระชนมายุ 8 รอบ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ณ พระอุโบสถ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม
ขอบคุณภาพจาก : สำนักงานเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช,wikipedia
อ่านข่าวเพิ่มเติม