โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สวิฟต์ (Swift) คืออะไร การตัดรัสเซียออกจากระบบนี้มีความหมายอย่างไร

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 28 ก.พ. 2565 เวลา 07.13 น. • เผยแพร่ 28 ก.พ. 2565 เวลา 02.39 น.
REUTERS/Nacho Doce

รัสเซีย-ยูเครน: สวิฟต์คืออะไร และทำไมการตัดรัสเซียออกจากระบบนี้จึงมีความสำคัญ ?

วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2565 บีบีซีรายงานว่า สหภาพยุโรป สหรัฐอเมริกา อังกฤษ และพันธมิตร ตกลงกันว่าจะตัดธนาคารรัสเซียจำนวนหนึ่งออกจากระบบสวิฟต์ (Swift) ซึ่งเป็นระบบการชำระเงินระหว่างประเทศ ที่สถาบันการเงินหลายพันแห่งใช้งาน

ความเคลื่อนไหวนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างผลกระทบต่อรัสเซียในแง่เครือข่ายการธนาคารและการเข้าถึงเงินทุนผ่านสวิฟต์ ซึ่งมีส่วนสำคัญสำหรับการทำธุรกรรมทางการเงินอย่างราบรื่นทั่วโลก

สวิฟต์ (Swift) คืออะไร ?

สวิฟต์เป็นเครือข่ายการเงินระดับโลกที่ช่วยให้การโอนเงินข้ามพรมแดนเป็นไปอย่างราบรื่นและรวดเร็ว โดยคำว่า สวิฟต์ (Swift) ย่อมาจากคำว่า Society for Worldwide Interbank Financial Telecommunication ซึ่งแปลว่า สมาคมโทรคมนาคมทางการเงินระหว่างธนาคารทั่วโลก

สวิฟต์ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2516 ตั้งอยู่ในเบลเยียม โดยเชื่อมโยงกับธนาคารและสถาบันกว่า 11,000 แห่งในกว่า 200 ประเทศ

แต่สวิฟต์ยังไม่ใช่ธนาคารค้าปลีกรายใหญ่ที่มีสาขามากมาย อย่างที่พบตามประเทศต่าง ๆ ทว่าเป็นระบบส่งข้อความโต้ตอบแบบทันทีที่แจ้งให้ผู้ใช้ทราบเมื่อมีการส่งและชำระเงิน

ระบบดังกล่าวจะส่งข้อความมากกว่า 40 ล้านข้อความต่อวัน ในระหว่างที่เงินหลายล้านล้านเหรียญมีการเปลี่ยนมือระหว่างบริษัทและรัฐบาลต่าง ๆ โดยมีมากกว่า 1% ของข้อความ ที่คาดว่าจะเกี่ยวข้องกับการชำระเงินของรัสเซีย

ใครเป็นเจ้าของและควบคุมสวิฟต์ ?

สวิฟต์ถูกสร้างขึ้นโดยธนาคารในอเมริกาและยุโรป ซึ่งไม่ต้องการให้มีสถาบันใดสถาบันหนึ่งพัฒนาระบบของตัวเองและเกิดการผูกขาด

ปัจจุบันเครือข่ายนี้มีธนาคารและสถาบันการเงินมากกว่า 2,000 แห่งเป็นเจ้าของร่วมกัน อยู่ภายใต้การดูแลโดยธนาคารแห่งชาติเบลเยียม ซึ่งร่วมมือกับธนาคารกลางรายใหญ่ทั่วโลก ซึ่งรวมถึงธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) และธนาคารแห่งอังกฤษ

สวิฟต์ช่วยให้การค้าระหว่างประเทศปลอดภัยสำหรับประเทศสมาชิก และไม่ควรเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหากเกิดกรณีพิพาท

อย่างไรก็ตาม อิหร่านเคยถูกตัดออกจากสวิฟต์เมื่อปี 2555 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการคว่ำบาตรโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน ครั้งนั้นอิหร่านสูญเสียรายได้จากการส่งออกน้ำมันเกือบครึ่งหนึ่ง และสูญเสียรายได้ 30% จากการค้าระหว่างประเทศ

สวิฟต์กล่าวว่า ไม่มีอิทธิพลเหนือต่อการคว่ำบาตร และทุกการตัดสินใจเพื่อให้มีผลบังคับใช้ ขึ้นอยู่กับรัฐบาลต่าง ๆ

การตัดรัสเซียออกจากสวิฟต์ส่งผลอย่างไร ?

ในขั้นตอนนี้ ยังไม่ทราบว่าธนาคารใดของรัสเซียที่จะถูกตัดออกจากสวิฟต์ แต่คาดว่าจะมีความชัดเจนในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

ถ้อยแถลงจากสหภาพยุโรป สหรัฐฯ อังกฤษ และประเทศอื่น ๆ ระบุว่า การเคลื่อนไหวดังกล่าวจะทำให้แน่ใจว่าธนาคารของรัสเซียจะถูกตัดขาดจากระบบการเงินระหว่างประเทศ และสร้างความเสียหายต่อความสามารถในการดำเนินงานทั่วโลก

เป้าหมายเพื่อให้บริษัทต่าง ๆ ของรัสเซีย ไม่สามารถเข้าถึงธุรกรรมทางการเงินได้อย่างราบรื่นและรวดเร็วของสวิฟต์ โดยการชำระเงินค่าพลังงานและสินค้าเกษตรต่าง ๆ จะถูกทำลายย่อยยับ

มีแนวโน้มว่าธนาคารต่าง ๆ จะต้องจัดการกันเองโดยตรง ซึ่งจะทำให้เกิดความล่าช้าและมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ท้ายที่สุดจะเป็นการตัดรายได้ของรัฐบาลรัสเซีย

รัสเซียเคยเกือบถูกตัดจากระบบสวิฟต์มาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อปี 2557 ซึ่งเป็นปีที่รัสเซียผนวกแหลมไครเมีย ตอนนั้นรัสเซียระบุว่า การตัดรัสเซียออกจากสวิฟต์จะเท่ากับการประกาศสงคราม

พันธมิตรตะวันตกจึงไม่เดินหน้าต่อ แต่การขู่ครั้งนั้นทำให้รัสเซียต้องพัฒนาระบบการโอนเงินข้ามพรมแดนของตัวเอง ซึ่งยังอยู่ในระยะเริ่มต้นเท่านั้น

เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการถูกคว่ำบาตรดังกล่าว รัฐบาลรัสเซียได้สร้างระบบบัตรชำระเงินแห่งชาติ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “เมียร์” (Mir) เพื่อดำเนินการชำระเงินผ่านบัตร อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมีต่างชาติเพียงไม่กี่ประเทศที่ใช้ระบบนี้

เหตุใดชาติตะวันตกจึงแตกแยกกันเรื่องสวิฟต์

บางประเทศ เช่น เยอรมนี ฝรั่งเศส และอิตาลี ไม่เต็มใจที่จะใช้สวิฟต์คว่ำบาตรรัสเซีย

รัสเซียเป็นผู้ให้บริการน้ำมันและก๊าซธรรมชาติรายใหญ่ของสหภาพยุโรป และการหาผู้ให้บริการรายอื่นไม่ใช่เรื่องง่าย ด้วยราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้น หลายรัฐบาลจึงพยายามหลีกเลี่ยงการสร้างความยุ่งยากเพิ่มเติม

บางคนกล่าวว่า บริษัทต่าง ๆ ที่เป็นเจ้าหนี้รัสเซีย จะต้องหาวิธีอื่นในการรับเงิน ความเสี่ยงจากความสับสนวุ่นวายของธนาคารระหว่างประเทศจึงมีมากเกินไป

“อเล็กซี คูดริน” อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของรัสเซีย ชี้ว่า การถูกตัดขาดออกจากสวิฟต์ อาจทำให้เศรษฐกิจรัสเซียหดตัว 5%

อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับผลกระทบระยะยาวต่อเศรษฐกิจรัสเซีย

ธนาคารรัสเซียอาจกำหนดเส้นทางการชำระเงินผ่านประเทศที่ไม่มีการคว่ำบาตร เช่น จีน ซึ่งมีระบบการชำระเงินของตนเอง

 

 

 

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...