โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“ปาล์มแดง” ทางเลือกใหม่ ลงทุนน้อย ราคาดี 1,200 บ./กก.

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 08 เม.ย. 2567 เวลา 04.38 น. • เผยแพร่ 08 เม.ย. 2567 เวลา 05.23 น.

วันที่ 24 กันยายน 2567 จะถือเป็นวันสิ้นสุดของการขยายเวลามาตรการลดการจ่ายเงินชดเชยราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีส่วนผสมของเชื้อเพลิงชีวภาพของ พ.ร.บ.กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ตามพระราชบัญญัติกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562 บทเฉพาะกาลมาตรา 55 อีกด้วย ซึ่งอาจจะกระทบต่อปริมาณการใช้น้ำมันปาล์มจนเกินภาวะอุปทานส่วนเกิน (Oversupply) ทำให้ราคาผลผลิตตกต่ำได้

เกษตรกรจึงต้องหาทางออก สร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Added) ให้กับ “ปาล์มน้ำมัน” ที่อาจจะมีราคาตกต่ำลง และยังต้องเตรียมพร้อมรับความเปลี่ยนแปลง ทั้งจากสภาพอากาศ เทรนด์ผู้บริโภค หรือแม้แต่นโยบายของรัฐ

น้ำมันปาล์มธรรมชาติ หรือ “ปาล์มแดง” เป็นทางเลือกหนึ่งที่จะมาสร้างโอกาสและมูลค่าเพิ่มจากผลผลิตปาล์มให้เกษตรกรชาวสวนปาล์มและวิสาหกิจชุมชน

ในโอกาสที่สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง นำคณะลงพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช และ จ.ตรัง เมื่อเร็ว ๆ นี้ ได้รับฟังผลงานวิจัยเพื่อพัฒนาเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนผลิตน้ำมันปาล์มแดงธรรมชาติ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และเยี่ยมชมวิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่ปาล์มน้ำมัน จังหวัดตรัง

ลงทุนต่ำ-ราคาดี

รศ.ดร.หมุดตอเล็บ หนิสอ อาจารย์ประจำสำนักวิชาวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เปิดเผยว่า น้ำมันปาล์มแดงคือการสกัดผลปาล์มด้วยวิธีการธรรมชาติสามารถทำได้ในชุมชน ด้วยเครื่องไมโครเวฟ ซึ่งใช้ต้นทุน 10 ล้านบาท ต่ำกว่าการผลิตแบบดั้งเดิมที่ต้องตั้งโรงสกัดน้ำมันปาล์ม ใช้เงินลงทุนกว่า 200 ล้านบาท หรือโรงกลั่นน้ำมันปาล์มก็ต้องลงทุนมากกว่า 100 ล้านบาท

เหตุผลด้านราคา น้ำมันปาล์มแดงยังให้ผลตอบแทนที่สูง เพราะเมื่อเทียบราคาน้ำมันปาล์มจากการทะลายปาล์ม 100 กิโลกรัม สามารถผลิตน้ำมันปาล์มแดงธรรมชาติได้ประมาณ 12 กิโลกรัม ราคากิโลกรัมละ 500 บาท หรือถ้านำไปขายที่ต่างประเทศอย่างเว็บไซต์ Amazon มูลค่าสินค้าก็สูงถึง 1,200 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งตอนนี้ปริมาณการผลิตยังไม่ตรงตามเป้าที่ควรจะเป็นที่ 18-20 กิโลกรัมต่อ 100 กิโลกรัม เนื่องจากปัญหาขาดแคลนเงินทุนที่จะยกระดับเครื่องจักรให้เป็นระดับอุตสาหกรรม

“กระบวนการทำน้ำมันปาล์มแดงนั้น เมื่อทำให้ผลปาล์มสุกด้วยกระบวนการอบผ่านเครื่องไมโครเวฟ ซึ่งไทยถือเป็นประเทศแรกในโลกที่มีการใช้ แล้วจากนั้นก็นำมาใส่เครื่องบีบเพื่อคั้นน้ำมันออกมาและเข้าเครื่องแยก ซึ่งจะได้น้ำมัน 2 ประเภท ได้แก่ น้ำมันอิ่มตัว และน้ำมันไม่อิ่มตัว เพื่อนำไปต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ได้ อาทิ น้ำมันสกัด ครีมเทียมจากธรรมชาติที่ไม่มีไขมันทรานส์ และกลุ่มเวชสำอาง เช่น สบู่ โลชั่นและครีมทาตัว รวมถึงกากปาล์มที่ได้จากกระบวนสกัดแบบนี้สามารถนำไปให้อาหารสัตว์เพื่อกระตุ้นการเติบโต โดยเฉพาะวัวนมที่สามารถช่วยกระตุ้นการเกิดน้ำนมได้”

1 อำเภอ 1 โรงงาน “ปาล์มแดง”

รศ.ดร.หมุดตอเล็บกล่าวว่า ตอนนี้มีโรงงานต้นแบบอยู่ที่วิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่ปาล์มน้ำมันท่าสะบ้า จังหวัดตรัง และเรามีแผนที่จะยกระดับกำลังผลิตของเครื่องไมโครเวฟจากเดิมด้วยกำลังไฟ 1 กิโลวัตต์ ให้เป็น 10 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมง ซึ่งจะเพิ่มกำลังผลิตจากเดิมที่ได้วันละประมาณ 500 กิโลกรัมต่อวัน เป็น 2 ตันต่อวัน รวมถึงต่อยอดให้ทุกวิสาหกิจชุมชนมี 1 อำเภอ 1 โรงงานน้ำมันปาล์มแดง”

แต่เกษตรกรบางส่วนระบุว่า ปัจจุบัน จ.ตรัง มีผลผลิตปาล์มที่ 1.12 ล้านตัน ใช้ในการอุปโภคบริโภคในประเทศและส่งออก ทว่าจากข้อมูล ณ เดือนมกราคม 2567 ของกรมการค้าภายในระบุว่า ยังมีสต๊อกน้ำมันปาล์มดิบ คงเหลือ 264,090 ตัน ซึ่งถือเป็นจำนวนที่มาก ทำให้แม้ปาล์มแดงจะตอบโจทย์ในเรื่องคุณภาพ และการเพิ่มคุณค่าของวัตถุดิบ แต่อาจไม่ตอบโจทย์ในเรื่องปริมาณที่ล้นตลาด เนื่องจากว่าปาล์มแดงยังไม่เป็นที่รู้จักของตลาดมากนัก จึงต้องอาศัยนโยบายของภาครัฐมาผลักดันเรื่องนี้่

ตลาดปาล์มแดงยังโตได้

นางจันทร์เพ็ญ ชิดเชื้อ ประธานวิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่ปาล์มน้ำมัน หมู่ที่ 3 ตำบลท่าสะบ้า อำเภอวังวิเศษ จังหวัดตรัง เปิดเผยว่า น้ำมันปาล์มแดงเกิดจากในฐานะชาวสวนปาล์มประสบปัญหาราคาปาล์มน้ำมันตกต่ำจากผลผลิตล้นตลาด เราจึงต้องการพึ่งพาตนเอง ด้วยการรวมกลุ่มเป็นเกษตรกรแปลงใหญ่ปาล์มน้ำมัน และจดทะเบียนรูปแบบกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผลิตน้ำมันปาล์มแดงธรรมชาติและแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะสบู่ก้อน สบู่เหลว เจลนวดสมุนไพร

“น้ำมันปาล์มแดงนั้นมีประโยชน์มากเพราะมีปริมาณวิตามินเอ วิตามินอีสูง และยังคงมีสารเบต้าแคโรทีน (Beta-Carotene) เพราะเราใช้กระบวนการสกัดธรรมชาติ ขณะที่กรรมวิธีผลิตทั่วไปของน้ำมันปาล์มดิบที่จะมีการฟอกสีทำให้สารอาหารเหล่านี้หายไป รวมถึงอาจมีโลหะหนักปนเปื้อนในสารสีส้มที่สกัดออกมา ไม่สามารถบริโภคสด ๆ ได้ ซึ่งต่างจากน้ำมันปาล์มแดงที่สามารถบริโภคเพื่อเป็นอาหารเสริมสุขภาพแบบเดียวกับน้ำมันมะกอกหรือน้ำมันมะพร้าวได้ นอกจากนี้ยังนำมาประกอบอาหารแบบใช้ความร้อนต่ำได้ รวมถึงยังมีสารเบตาแคโรทีนช่วยบำรุงผิว ลดริ้วรอย ลดรอยเหี่ยวย่น ลดการอักเสบ โดยเฉพาะคนที่ผิวแห้ง”

ต่อยอด GMP มูลค่าเพิ่ม 10 เท่า

นางจันทร์เพ็ญกล่าวเสริมว่า ปัจจุบันเราได้รับมาตรฐาน อย./GMP แล้วสำหรับผลิตภัณฑ์เวชสำอาง และผลักดันจนเป็นสินค้า OTOP ของชุมชน ภายใต้แบรนด์ “Peora” ส่วนผลิตภัณฑ์อาหารยังต้องรอการอนุมัติมาตรฐาน อย.สำหรับอาหารใหม่ (Novel Food) ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาอย่างน้อย 1 ปี ขณะนี้ก็พยายามใช้งานวิจัยต่อยอดผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายยิ่งขึ้น เช่น ซอฟต์เจลผสมสมุนไพร การผลิตเจลลี่สำหรับผู้สูงอายุ วิตามินสำหรับเด็ก มาร์การีนชีวภาพ ตลอดจนนำไปใช้ในการผลิตอาหารสัตว์เลี้ยง อาหารไก่ อาหารโค เป็นต้น

“สิ่งที่กลุ่มของเราคาดหวังจะให้เกิดในอนาคตคือโรงงานน้ำมันปาล์มธรรมชาติต้นแบบเชิงพาณิชย์ในชุมชนโดยมีเครื่องมือและขนาดที่เหมาะสมสำหรับสกัดน้ำมันปาล์มแดงธรรมชาติที่ได้มาตรฐาน อย./GMP เพื่อผลิตน้ำมันบริโภค และเครื่องสำอาง เวชสำอาง รวมถึงได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐช่วยขยายตลาดให้น้ำมันปาล์มแดงเป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น เพราะเราสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับปาล์มน้ำมันจากปาล์มแดงได้ถึง 10 เท่า”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “ปาล์มแดง” ทางเลือกใหม่ ลงทุนน้อย ราคาดี 1,200 บ./กก.

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...