ตุลย์ - มิว สถานะ คนรู้ใจ ถ้ากฎหมายสมรสเท่าเทียมผ่าน100% บอกถึงความสัมพันธ์
ตุลย์ ภากร - มิว ศุภศิษฏ์ ตอนนี้ให้เป็น “พาร์ตเนอร์ที่ดี-คนรู้ใจ” ลั่น! ถ้ากฎหมายสมรสเท่าเทียมผ่าน100% จะออกมาบอกถึงความสัมพันธ์
เรียกว่าควงกันออกงานอีเวนต์คู่กันเป็นครั้งแรก สำหรับนักแสดงหนุ่ม มิว ศุภศิษฏ์ จงชีวีวัฒน์ กับหนุ่มรุ่นน้องคนสนิท ตุลย์ ภากร ธนศรีวนิชชัย ในงาน "UItherapy Seenomenon" ฉลองความสำเร็จ UItherapy @นวัตกรรมเครื่องยกกระชับ ณ บล็อกไอ สยามสแควร์ กรุงเทพมหานครฯ
จากนั้นทั้งคู่ได้ออกมาเปิดใจถึงความสัมพันธ์ ที่ก่อนหน้านี้แม้จะเคยออกมาให้สัมภาษณ์ว่าอยู่ในช่วงเรียนรู้กัน
ออกคู่กันงานแรก?
ตุลย์ “ตื่นเต้นๆ แต่คงความอุ่นใจอยู่แล้ว พี่มิวเขาเอาอยู่”
อะไรที่ทำให้ตัดสินใจว่ามางานนี้? มิว “คิดว่าเป็นช่วงเวลาที่ดีด้วย เราไปพักผ่อนกันมาช่วงสงกรานต์ และได้ไปพบปะครอบครัว แล้วห่างหายจากการมางานอีเวนต์ กลับมาหลังสงกรานต์มีงานคู่กันก็น่ารักดี”
แต่ก่อนหน้านี้ก็มีงานคู่กันเรื่อยๆ? ตุล “พี่มิวทำงานบันเทิงเป็นหลักใช่ไหม ถ้ามีอะไรที่เราช่วยเหลือได้เราก็ไปกับเขา ได้ช่วยหยิบจับอะไร”
มิว “แต่ก่อนหน้านี้ก็เป็นงานพวกถ่ายแบบ ถ่ายแฟชั่นที่ถ่ายคู่กัน”
มีติดต่อมาเยอะไหม งานคู่? มิว “มีเยอะ มีแฟนมีตติ้งด้วย แต่ยังไม่ได้ตอบตกลงว่าจะยังไง เพราะตอนนี้ทางน้องจะไปทำธุรกิจ ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวแม่เขาด่าผม (หัวเราะ)”
ตุล “เรื่องบริหารเวลาตุลยังทำได้ไม่ดี ทีนี้เราต้องมีภาระทำงานกับที่บ้านเยอะ เป็นส่วนสำคัญในการทำโครงการ ถ้าเลือกบริหารเวลาได้ก็จะรับ แต่ก็เฟดลง ซีรีส์ไม่พร้อมรับเลยทั้งๆ ที่มีติดต่อกันเยอะมาก แล้วผมไม่สามารถบริหารให้ไปถ่ายได้ คือทำที่บ้านเป็นหลักเลย (เสียดายไหมเป็นโอกาสเลย?) ก็เดี๋ยวดูความเหมาะสมครับ”
ถ้าเล่นคู่กันได้ไหม? มิว “ที่ติดต่อมาก็เล่นคู่กันเยอะมากเลย (เป็นคู่จิ้นคู่ใหม่?) คู่จิ้นหรือเปล่า (หัวเราะ)”
ตุลย์ “คู่จิ้นเยอะแล้ว เป็นคู่อื่นมั่ง (คู่อะไรดี? ) เป็นอะไรก็ได้เพราะโตแล้ว ปล่อยจอย เป็นพาร์ตเนอร์”
มิว “เป็นคู่ที่พัฒนาความสัมพันธ์ (ยาวไป?) คนรู้ใจกำลังดีใช่ไหม เป็นพาร์ตเนอร์ที่ดีแล้วกัน”
ตอนนี้รอระยะเวลาหรือรออะไร กับการให้คำจำกัดความ?
มิว “เรื่องความละเอียดของความสัมพันธ์ใช่ไหม(หัวเราะ)”
ตุลย์ “อากาศมันร้อนเนอะ”
มิว “เขาเรียกว่า..”
ตุลย์ “ไม่ต้องรู้หรอกว่าคบกันแบบไหน (หัวเราะ) เป็นพาร์ตเนอร์ครับ”
ก่อนหน้านี้เห็นมิวให้สัมภาษณ์ไหม? ตุลย์ “วันไหนไม่ได้เรียนไม่ได้เรียนหนักเกินไปก็เห็นครับ (เวลาเขาพูดถึงความรัก เรื่องแฟน เรารู้สึกยังไง?) ปล่อยจอยครับ ผมเชื่อว่าพี่มิวเป็นผู้ใหญ่ แล้วเขาอยากพูดอะไรเขาจัดการได้อยู่แล้ว เราเคารพการตัดสินใจครับ”
มีอารมณ์เขินไหม เวลาเขาหยอด? ตุลย์ “เวลาคุยกันเขินกว่านี้อีกครับ (หัวเราะ) (ปกติเวลาคุยกันหวานกว่านี้?) เขาเป็นคนที่ใส่ใจความรู้สึก”
รอบนี้รับงาน ครอบครัวว่ายังไงไหม? ตุลย์ “ครอบครัวผมให้ตัดสินใจอยู่แล้วตั้งแต่เรื่องไปเรียนแล้ว เขาเชื่อว่าตุลย์เลือกได้หมด เขาเชื่อใจ แล้วอย่างไปเรียนแล้วเอาความรู้ที่ได้กลับมาทำงานอันนี้ก็สำคัญกว่า ผมก็ต้องจัดการให้ได้เป็นเป้าหมายของเราด้วย
ผมให้ความสำคัญกับเป้าหมายระยะยาว แค่ถ้าจะสลับมาทำงานกับโอกาสที่มาก็ควรคว้าไว้ แล้วที่บ้านก็ไม่ติดเหมือนกัน (ที่บ้านเราเคารพการตัดสินใจ?) ครับ (ทุกเรื่องไหม?) ทุกเรื่องครับ ที่บ้านซัพพอร์ตทุกเรื่อง”
มิวไปเที่ยวกับที่บ้านตุลย์ เป็นยังไงบ้าง? ตุลย์ “เขาก็อยากรู้พี่มิวทำงานอะไรบ้าง ก็จะถามเป็นห่วง พักผ่อนพอไหมลูก ประมาณนี้ (หัวเราะ)”
เจอคุณพ่อคุณแม่เกร็งไหม? มิว “รู้สึกว่าก่อนช่วงที่ไปเที่ยวด้วยกัน ไปกินข้าวด้วยกัน ก็ทำความรู้จักกับครอบครัวเขามาสักระยะหนึ่งแล้ว ก็รู้สึกว่าความเกร็งก็ลดน้อยลงมาเรื่อยๆ ถ้าครั้งแรกเกร็ง แต่ครอบครัวเขาน่ารักมากๆ เราผ่อนคลายครับ พ่อตุลย์ไม่ดุ”
เป็นเหมือนคนในครอบครัวแล้ว?
มิว “ต้องถามครอบครัวเขาสิ (หัวเราะ)”
ตุลย์ “ครับ ไปมาหาสู่กันได้ตลอด”
ใครคลั่งรักกว่ากัน? ตุลย์ “พอๆ กัน”
มิว “ถ้าเราบัฟแล้วกลับไปตีกันทำยังไงเนี่ย (หัวเราะ)”
ตุลย์ “จะถามความเห็นกัน เพื่อให้ความสัมพันธ์มันดีขึ้นหรือเปล่า”
มิว “ในความสัมพันธ์จะไม่มีใครแพ้ใครชนะ”
ส่วนมากเรื่องอะไรที่จะทะเลาะกัน? มิว “มีเรื่องหนึ่งตลกๆ คือเขาโกรธผมว่าถ่ายรูปใส่แว่นดำ ถึงเขาคิดว่าผมไม่ตั้งใจถ่าย แต่ความจริงแว่นมันใสนะ ตั้งใจถ่ายนะ ถ่ายทีเป็นร้อยรูปไม่ตั้งใจได้ไง”
หลังจากวันนี้เขียนว่าแฟนได้ไหม? มิว “เขียนว่าคนรู้ใจก็ได้ เพราะว่าเราสองคนชอบดูดวง พอดูแล้วก็เลยรู้ใจไง”
ได้มั้ย คนรู้ใจ?
ตุลย์ “รู้หลายเรื่องนะ ก็ต้องใส่ใจซึ่งกันและกัน (หัวเราะ)”
มิว “อยู่ด้วยกันก็ได้กำลังใจ มีพลังบวกด้วยกันตลอดเวลา ไม่ว่าต่างฝ่ายต่างมีภาระหน้าที่ทำงาน แต่พอมาอยู่ด้วยกันรู้สึกว่าสิ่งเหล่านี้มันสามารถแก้ไขได้ ทำให้สภาพจิตใจดีขึ้นมาก (เป็นคนรู้ใจ?) ถึงบอกว่าเป็นคนรู้ใจไง”
ก่อนหน้านี้ออกงานคนละที ต่างฝ่ายต่างพูดความในใจกัน รอบนี้พูดต่อหน้ากันหน่อย?
มิว “ปกติพูดอยู่แล้ว”
ตุลย์ “อย่างผมคือเห็นพี่มิวเป็นตัวอย่างหลายๆ อย่าง มีมุมมองที่แตกต่างกัน เราสามารถเรียนรู้กันและกัน แล้วเขาเป็นคนที่ตัดสินใจอะไรได้เด็ดขาดมาก เรารู้สึกว่ามีอะไรที่เข้ามาก็จะพัฒนาตัวเองได้ ทำให้รู้สึกดีครับ”
มิว “ผมว่าเราสองคนมีความเหมือนและต่างกันที่ลงตัว บางทีอย่างนี้ตุลย์บอกว่าผมเด็ดขาดมาก แต่ผมก็คิดว่าบางทีมันเร็วไปหน่อย ก็ต้องมีคนที่คิดอะไรแบบเขานะ ว่ามันมีทางไหนอีกไหม หรือระยะเวลาในการตัดสินใจก็มากขึ้น เหมือนชีวิตเราดีมากขึ้นด้วยในการตัดสินใจ”
ตั้งแต่รู้จักกันมันก็สมบูรณ์มากขึ้นใช่ไหม?
ตุลย์ “ถ้านับตั้งแต่รู้จักกันมา 12-13 ปี สมัยนั้นยังเป็นรุ่นพี่สถาปัตย์รุ่นน้องวิศวะอยู่เลย”
ตอนนี้กฎหมายสมรสเท่าเทียมผ่านมาแล้ว?
มิว “ดีใจนะครับ ต่อไปนี้ทิศทางต่างๆ ของประเทศไทยจะดีมากขึ้น หวังว่าทุกคนจะแฮปปี้มากขึ้นในทุกทางเลย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องหลักๆ เรื่องการคมนาคม คิดว่าไปในทางที่ดีครับ”
ตุลย์ “เหมือนร่างสุดท้ายจากสว.ใช่ไหม ก็อย่างที่ทุกคนเห็นผมกับพี่มิวเป็นผู้สนับสนุนสมรสเท่าเทียมมาตลอด อันนี้คือจุดที่ใกล้ความเป็นจริงสุดแล้ว ผมเองก็ดีใจ หลายๆ คนจะได้ใช้ประโยชน์ทางกฎหมายที่ตอบโจทย์ว่าทุกคนเท่าเทียมไม่ว่าจะเพศสภาพไหน ความรักแบบไหน สุดท้ายก็นี่แหละคือสิทธิพื้นฐานของคนครับ”
มิว “เอาอย่างนี้ไหม ถ้าร่างกฎหมายผ่านเราแบบ 100 เปอร์เซ็นต์ผมจะมาบอกว่าความสัมพันธ์เราเป็นยังไง (จะใช้เลยใช่ไหม?) จะได้ช่วยรณรงค์เรื่องนี้กันมากขึ้น ช่วยกันเชียร์ให้ผ่านมากขึ้น”
ตุลย์ “ถึงตอนนั้นค่อยว่ากัน”
ตอนนี้รักกันแหละเนอะ?
มิว “รักกัน” /ตุลย์ “ผมซัพพอร์ต”
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ตุลย์ - มิว สถานะ คนรู้ใจ ถ้ากฎหมายสมรสเท่าเทียมผ่าน100% บอกถึงความสัมพันธ์
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th