โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

8 เหตุผลทำไมคนลงทุนใน “ทองคำ”

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 28 มี.ค. 2567 เวลา 02.39 น. • เผยแพร่ 28 มี.ค. 2567 เวลา 01.05 น.

คอลัมน์ : นอกรอบ ผู้เขียน : ชนาภา มานะเพ็ญศิริ Bnomics ธนาคารกรุงเทพ

ทองจะขึ้นทะลุ 40,000 บาทมั้ย ? น่าจะเป็นคำถามที่เราได้ยินกันบ่อยมากในช่วงนี้ ที่ราคาทองพุ่งสูงทำลายสถิติใหม่ให้เราตื่นเต้น และคอยลุ้นกันอยู่ทุกวันว่า ถ้าไม่เข้าไปตอนนี้จะตกขบวนหรือเปล่า

“ทองคำ” เป็นสิ่งที่คนทั้งโลกมองว่ามีมูลค่า และมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่าพันปี เหรียญที่มีส่วนผสมของทองนั้น ปรากฏขึ้นมาตั้งแต่ 550 ปีก่อนคริสตกาล ในช่วงรัชสมัยของกษัตริย์ Croesus แห่ง Lydia

ตลอดหลายศตวรรษ ผู้คนพยายามถือครองทองคำไว้ด้วยเหตุผลที่แตกต่างกันออกไป โดยอาจจะมาจากเหตุผลทางสังคม จนในปัจจุบัน เหตุผลทางเศรษฐกิจก็ได้สร้างมูลค่าให้แก่ทองคำ ทำให้ทองคำกลายเป็นสิ่งที่มีมูลค่าอย่างไม่หยุดหย่อน ทองคำมักจะเป็นโลหะมีมูลค่าที่เราจะนึกถึงเสมอเมื่อสกุลเงินในรูปแบบอื่น ๆ มีปัญหาขึ้นมา ซึ่งนั่นก็หมายถึงว่า ทองคำจะมีมูลค่าบางอย่างเป็นหลักประกันเสมอในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจไม่ดี

และนี่คือ 8 เหตุผล ที่ทำไมคนให้ความสำคัญกับการถือครองทองคำ เผื่อหลายคนจะลองทบทวนดูว่าควรจะซื้อทองดีมั้ย

1.การถือครองมูลค่า

ทองคำไม่เหมือนกับเงินกระดาษ เงินเหรียญ หรือสินทรัพย์อื่น ๆ แต่ทองคำนั้นสามารถรักษามูลค่าของตัวเองผ่านกาลเวลาได้ ผู้คนจึงมักจะมองว่าทองคำเป็นเหมือนสิ่งที่สามารถใช้ส่งต่อความมั่งคั่งจากรุ่นสู่รุ่นได้

2.ความอ่อนแอของสกุลเงินดอลลาร์

ถึงแม้ว่าดอลลาร์สหรัฐ จะกลายเป็นหนึ่งในสกุลเงินสำรองที่สำคัญที่สุดในโลก แต่เมื่อค่าเงินดอลลาร์อ่อนลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่น ๆ อย่างที่เคยเกิดขึ้นในช่วงปี 1998-2008 ก็ทำให้คนนั้นหันกลับไปหาสินทรัพย์ปลอดภัยอย่าง “ทองคำ” ซึ่งนั่นทำให้ราคาทองคำพุ่งขึ้นถึง 3 เท่าในช่วงเวลานั้น

โดยสาเหตุที่ทำให้ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าก็คือ การตั้งงบประมาณของประเทศที่ใหญ่เกินไป การขาดดุลทางการค้า และการเพิ่มปริมาณเงินในระบบ

3.การป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ

ทองคำถือได้ว่าเป็นสินทรัพย์ที่มีความสามารถในการป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อได้เป็นอย่างดี เพราะแนวโน้มราคาทองคำนั้นจะขึ้นไปตามค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น

ตลอดระยะเวลา 50 ปีที่ผ่านมา นักลงทุนได้เป็นประจักษ์พยานว่าราคาทองคำมักจะขึ้นสวนทางกับตลาดหุ้นร่วง ในช่วงปีที่เกิดเงินเฟ้อสูง ๆ นั่นก็เป็นเพราะเมื่อเงินกระดาษสูญเสียอำนาจซื้อให้กับเงินเฟ้อ แต่ทองคำยังคงมีมูลค่าเมื่อคิดในหน่วยสกุลเงิน

และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นไปพร้อมกับราคาสิ่งของอย่างอื่น นอกจากนี้ทองคำยังคงทำหน้าที่รักษามูลค่าได้ด้วย ดังนั้นผู้คนจึงมักจะถูกดึงดูดให้ซื้อทองคำ เมื่อรู้สึกว่าสกุลเงินท้องถิ่นนั้นอ่อนค่า

4.ป้องกันความเสี่ยงจากเงินฝืด

“เงินฝืด” หรือสถานการณ์ที่ราคาสินค้าทุกอย่างลดลง กิจกรรมทางธุรกิจชะลอตัว รัฐบาลมีภาระหนี้ส่วนเกินสูง ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่เราอาจจะไม่เคยได้เห็นเลยนับตั้งแต่ The Great Depression ในช่วงทศวรรษ 1930

ในช่วงเวลานั้น อำนาจซื้อของทองคำก็ได้เพิ่มขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับมูลค่าของอย่างอื่น นั่นเป็นเพราะว่าคนเลือกสะสมเงินสด และวิธีที่จะสะสมเงินสดให้ได้มากที่สุดในตอนนั้นก็คือ เก็บในรูปของทองคำและเหรียญทองคำ

5.ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์

ทองคำนั้นไม่เพียงแต่จะรักษามูลค่าในช่วงที่เกิดความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ยังคงรักษามูลค่าของตนเองได้แม้ในยามที่เกิดความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์อีกด้วย เพราะเมื่อผู้คนพยายามหลบหนีความวุ่นวายทางการเมือง 
เพื่อไปยังที่ที่มีความปลอดภัยมากกว่า ทองคำถือเป็นตัวเลือกในการลงทุนที่ดีที่สุด แล้วทองคำจะยิ่งมีราคาสูงมากขึ้น เมื่อความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลต่ำลง

6.ข้อจำกัดด้านอุปทานของทองคำ

อุปทานของทองคำในตลาดตั้งแต่ทศวรรษ 1990 มาจากการขายทองคำแท่งจากห้องนิรภัยของธนาคารกลางทั่วโลก และการขายทองคำออกมานี้เริ่มชะลอตัวอย่างมากในปี 2008 ขณะเดียวกัน การขุดเหมืองทองใหม่ ๆ ก็ลดลง
นับตั้งแต่ปี 2000

ข้อมูลจาก BullionVault ชี้ว่า ปริมาณผลผลิตจากเหมืองทอง ลดลงมาเหลือ 2,444 เมตริกตันในปี 2007 จากระดับ 2,573 ตันในปี 2000 หลังจากนั้นการผลิตทองคำถึงได้เพิ่มขึ้นจนถึงจุดพีกที่ 3,300 ตันในปี 2018 และ 2019 ก่อนที่จะสูงขึ้นไปถึง 3,644 เมตริกตันในปี 2023

การลดลงของการผลิตทองคำในช่วงเร็ว ๆ นี้ ชี้ให้เห็นว่ามีโอกาสจะเกิดแรงกดดันต่ออุปทานของทองคำขึ้นมาใหม่ได้อีก ซึ่งก็คงอาจจะใช้เวลาสัก 5-10 ปี ในการทำเหมืองทองใหม่ ๆ เข้าสู่กระบวนการผลิตทองคำ และตามหลักเศรษฐศาสตร์พื้นฐาน เมื่ออุปทานทองคำมีน้อย ย่อมส่งผลให้ราคาสูงขึ้นเป็นธรรมดานั่นเอง

7.ความต้องการที่เพิ่มขึ้น

ในช่วงปีก่อน ๆ การเพิ่มขึ้นของความมั่งคั่งในประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ ช่วยกระตุ้นให้เกิดความต้องการทองคำ

สำหรับหลายประเทศในกลุ่มนี้ ทองคำถือได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรม อย่างประเทศจีนมีค่านิยมในการสะสมเงินในรูปแบบของทองคำแท่ง จึงมีความต้องการทองคำแท่งอยู่เสมอ ส่วนในอินเดีย ก็เป็นประเทศที่ซื้อทองคำมากที่สุดเป็นอันดับสองของโลก โดยใช้ทองคำในหลากหลายรูปแบบ รวมถึงเป็นเครื่องประดับ ดังนั้นในช่วงฤดูกาลแต่งงานของชาวอินเดีย คือในเดือนตุลาคมของทุกปี จึงมักจะเป็นช่วงที่อุปสงค์ต่อทองคำในโลกสูงที่สุด

และในหมู่นักลงทุนอุปสงค์ต่อทองคำก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน บางคนเริ่มมองสินค้าโภคภัณฑ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ทองคำ” เป็นประเภทการลงทุนที่น่าสนใจอย่างหนึ่ง ทุกวันนี้ SPDR Gold Trust (GLD) จึงได้กลายเป็นหนึ่งในกองทุนซื้อขายแลกเปลี่ยนที่ใหญ่ที่สุด และมีการซื้อขายบ่อยที่สุดในสหรัฐ

8.กระจายความเสี่ยงในพอร์ต

หัวใจหลักในการกระจายความเสี่ยงคือ การเลือกลงทุนในสิ่งที่แต่ละสิ่งไม่มีความเกี่ยวข้องกันมากเกินไป ซึ่งจากประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา ทองคำมีความสัมพันธ์สวนทางกับตลาดหุ้นและเครื่องมือทางการเงินอื่น ๆ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : 8 เหตุผลทำไมคนลงทุนใน “ทองคำ”

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...