โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

'เศรษฐา' นำคณะเยือนศรีลังกา ชูแลนด์บริดจ์ -โลจิสติกส์ เปิดไฟลต์ กทม.- โคลัมโบ 'ภูมิธรรม' เซ็นเอฟทีเอ การค้า-ลงทุน-ท่องเที่ยว

MATICHON ONLINE

อัพเดต 03 ก.พ. 2567 เวลา 15.37 น. • เผยแพร่ 03 ก.พ. 2567 เวลา 23.30 น.

‘เศรษฐา’ นำคณะเยือนศรีลังกา ชูแลนด์บริดจ์ -โลจิสติกส์ เปิดไฟลต์ กทม.- โคลัมโบ ‘ภูมิธรรม’ เซ็นเอฟทีเอ การค้า-ลงทุน-ท่องเที่ยว

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 (กองบิน 6) ดอนเมือง กรุงเทพฯ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมด้วย นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายจักรพงษ์ แสงมณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นางนลินี ทวีสิน ผู้แทนการค้าไทย และคณะ ออกเดินทางไปยังท่าอากาศยานนานาชาติบันดารานายาเก กรุงโคลัมโบ สาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกา ในโอกาสเยือนสาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกาอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 3-4 กุมภาพันธ์ ตามคำเชิญของนายรานิล วิกรมสิงเห (H.E. Mr. Ranil Wickremesinghe) ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกา

ต่อมาเวลา 13.20 น. (ตามเวลาท้องถิ่นกรุงโคลัมโบ ซึ่งช้ากว่าไทย 1 ชั่วโมง 30 นาที) นายกฯและคณะเดินทางถึงกรุงโคลัมโบ โดยมีนายทิเนศ คุณวรรเทนะ (H.E. Mr. Dinesh Gunawardena) นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกา ให้การต้อนรับ จากนั้นเวลา 15.00 น. นายกฯเข้าร่วมพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการที่สำนักประธานาธิบดี และหารือทวิภาคีกับประธานาธิบดีศรีลังกา ก่อนเข้าร่วมการประชุมเต็มคณะ

จากนั้นเวลา 16.00 น. ที่ห้อง Chamber Hall สำนักประธานาธิบดีศรีลังกา กรุงโคลัมโบ นายเศรษฐา นายกฯ เป็นสักขีพยานร่วมกับนายรานิล ประธานาธิบดีศรีลังกา ในการลงนาม 3 ฉบับ ได้แก่ 1.ความตกลงการค้าเสรี (FTA) ไทย-ศรีลังกา โดยมีนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นผู้ลงนามฝ่ายไทย และนายกัจจกธุเค นลิน รุวันชีวะ เฟอร์นานโด (Hon. Kachchakaduge Nalin Ruwanjeewa Fernando) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ การค้า และความมั่นคงทางอาหาร เป็นผู้ลงนามฝ่ายศรีลังกา 2.ร่างความตกลงว่าด้วยบริการเดินอากาศฉบับใหม่ระหว่างไทยและศรีลังกา ซึ่งจัดทำขึ้นเพื่อแทนที่และยกเลิกความตกลงฯ ฉบับที่ลงนามเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2493 โดยจะลดอุปสรรคและอำนวยความสะดวกด้านการค้า การบริการทางอากาศระหว่างทั้งสองประเทศ สิทธิทางการบิน ความปลอดภัย ศุลกากร ฯลฯ ให้สอดคล้องกับมาตรฐานขององค์กรการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) และ 3.บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือระหว่างสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) กับ The Gem and Jewellery Research and Training Institute of Sri Lanka เพื่อความร่วมมือด้านการพัฒนาอัญมณีและส่งเสริมการค้าระหว่างทั้งสองประเทศ

หลังจากนั้น เวลา 16.20 น. ทั้งสองฝ่ายได้ร่วมกันแถลงข่าว ที่ห้องโถง (Banquet Hall) โดยนายกฯ กล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากประธานาธิบดีและรัฐบาลศรีลังกา โดยการหารือระหว่างกันวันนี้ ไทยและศรีลังกาต่างยืนยันความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นและใกล้ชิดในทุกระดับ ไทยเชื่อว่าการลงนามเอฟทีเอจะกระตุ้นการค้าและการลงทุนให้มากขึ้น และการลงนาม MOU อีก 2 ฉบับ ทั้งด้านการบินและการพัฒนาอัญมณี จะช่วยส่งเสริมความเชื่อมโยง การท่องเที่ยว และการขนส่ง ในอนาคตด้านการลงทุน ไทยมีเป้าหมายที่จะเป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งเชื่อมโยงทะเลอันดามันกับอ่าวไทย โดยไทยและศรีลังกาสามารถร่วมมือกันในการเสริมสร้างความเชื่อมโยง และโครงสร้างพื้นฐาน ผ่านโครงการแลนด์บริดจ์ของไทย และท่าเรือโคลัมโบของศรีลังกา ด้านการท่องเที่ยว ไทยยินดีที่การบินไทยจะกลับมาให้บริการเที่ยวบินเชิงพาณิชย์ระหว่างกรุงเทพฯ และโคลัมโบ ทุกวัน ตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2567 จะทำให้ทั้งสองประเทศใกล้ชิดกันมากขึ้นกว่าเดิม ด้านการพัฒนา ไทยสนับสนุนการสร้างขีดความสามารถ และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของศรีลังกา โดยเฉพาะในภาคเกษตรกรรมและการประมง และขอชื่นชมการอำนวยความสะดวกของศรีลังกาในการส่งพลายศักดิ์สุรินทร์กลับประเทศ เพื่อรับการรักษาพยาบาลเมื่อปีที่แล้ว และขอบคุณการดูแลช้างไทยอีกสองเชือก ช้างนับเป็นสัญลักษณ์ของมิตรภาพและความสัมพันธ์อันใกล้ชิดระหว่างไทย-ศรีลังกา

ต่อมาที่โรงแรม The Kingsbury นายเศรษฐา นายกฯ กล่าวถ้อยแถลงในงาน Sri Lanka-Thailand Business Networking มีนายรานิล วิกรมสิงเห ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตย ศรีลังกา เข้าร่วมงานด้วย นายกฯกล่าวว่า เชื่อมั่นในการเดินหน้าประเทศของศรีลังกา และมั่นใจว่าการที่บริษัทชั้นนำของไทยกว่า 20 แห่งร่วมเดินทางมาในครั้งนี้ และการลงนามเอฟทีเอไทย-ศรีลังกาสะท้อนถึงความรู้สึกเชื่อมั่นในศักยภาพระหว่างกันเช่นกัน ด้านการค้าระหว่างไทยและศรีลังกาเติบโตร้อยละ 16 เมื่อเทียบกับปี 2565 คิดเป็นสัดส่วนการส่งออกจากไทยเพิ่มขึ้นร้อยละ 7.4 และส่งออกจากศรีลังกาเพิ่มขึ้นร้อยละ 43 ด้านการท่องเที่ยว ทั้งสองประเทศสามารถใช้ประโยชน์จากพื้นฐานความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมและศาสนาที่ใกล้ชิดระหว่างประชาชน โดยเฉพาะที่การบินไทยจะกลับมาให้บริการเที่ยวบินพาณิชย์ กรุงเทพฯ-โคลัมโบ ตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2567 ด้านการลงทุน มีบริษัทไทยจำนวนมากดำเนินธุรกิจในศรีลังกา โดยเฉพาะด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การผลิต และพลังงาน พร้อมสนับสนุนให้ใช้ประโยชน์จากโครงการโครงสร้างพื้นฐานที่กำลังเติบโตของศรีลังกา และความได้เปรียบทางภาษีในตลาดต่างประเทศ และการเชื่อมโยงทางทะเล มีเป้าหมายในการเป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์ในภูมิภาคอาเซียน ด้วยโครงการแลนด์บริดจ์ของไทยที่จะเชื่อมทะเลอันดามันกับอ่าวไทย ด้วยสุภาษิตที่ว่าจงตีเหล็กขณะยังร้อน พร้อมสนับสนุนธุรกิจจากทั้งสองฝ่ายให้ใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่จากเอฟทีเอที่ลงนามในวันนี้ และอวยพรให้งานในวันนี้ประสบความสำเร็จ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘เศรษฐา’ นำคณะเยือนศรีลังกา ชูแลนด์บริดจ์ -โลจิสติกส์ เปิดไฟลต์ กทม.- โคลัมโบ ‘ภูมิธรรม’ เซ็นเอฟทีเอ การค้า-ลงทุน-ท่องเที่ยว

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...