โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

จับสัญญาณตลาดการเงินโลกจ่อเปลี่ยน 8 รัฐสหรัฐฯ ดัน Bitcoin Reserve -RWAs โอกาสใหม่พลิกโฉมการลงทุน

Thairath Money

อัพเดต 30 ม.ค. 2568 เวลา 07.53 น. • เผยแพร่ 29 ม.ค. 2568 เวลา 11.21 น.
ภาพไฮไลต์

นายปกเขตร รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แมกซ์บิท ดิจิทัล แอสเซท จำกัด ( CEO Maxbit) กล่าวกับ Thairath Money ว่า ตลาดการเงินโลกกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ หลังจากการหาเสียงของทรัมป์เกี่ยวกับการจัดตั้ง Bitcoin Reserve ในระดับประเทศของสหรัฐอเมริกา แม้ยังไม่มีความคืบหน้าชัดเจนในระดับรัฐบาลกลาง แต่การเคลื่อนไหวในระดับมลรัฐกลับมีพัฒนาการที่น่าสนใจ โดยปัจจุบันมี 8 รัฐ นำโดยเพนซิลเวเนียและเท็กซัส ที่เริ่มยื่นร่างกฎหมายเกี่ยวกับ Bitcoin Reserve เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และคาดว่าจะมีรัฐอื่นๆ ทยอยเข้าร่วมเพิ่มเติมในอนาคตอันใกล้

"การผลักดันกฎหมายในระดับรัฐนี้จะสร้างปรากฏการณ์โดมิโน ส่งผลให้ประเทศต่างๆ ทั่วโลกต้องหันมาพิจารณาเรื่องนี้อย่างจริงจัง รวมถึงประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนที่จะต้องเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ปี 2025 จึงมีแนวโน้มที่ยังจะเป็นปีทองของ Bitcoin " นายปกเขตรกล่าว

ส่วน Altcoin ที่น่าจับตาในปีนี้มองว่า Solana และ DOGE มาแรงด้วยแรงหนุนจากบุคคลสำคัญโดย Solana (SOL) ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างมากหลังจากที่ทรัมป์เลือกใช้เป็นแพลตฟอร์มสำหรับการออกเหรียญของตนเอง ซึ่งสะท้อนถึงความน่าเชื่อถือและศักยภาพของเทคโนโลยี ขณะที่ DOGE ก็ได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากอีลอน มัสก์ และมีโอกาสสูงที่จะถูกนำมาใช้เป็นระบบการชำระเงินบนแพลตฟอร์ม X ในอนาคต ซึ่งจะเป็นการยกระดับการใช้งานจริงของเหรียญคริปโตในชีวิตประจำวัน

ในปี 2025 ตลาดเหรียญมีมคอยน์ (meme coin) เช่น Shiba และเหรียญหมูเด้ง กำลังได้รับความนิยมอย่างสูง แต่นายปกเขตรได้เตือนถึงความเสี่ยงที่แฝงมากับการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทนี้ โดยชี้ให้เห็นว่าเหรียญมีมมักจะมีราคาพุ่งสูงในช่วงแรกตามกระแสนิยม แต่มักขาดความยั่งยืนในระยะยาว

"สิ่งสำคัญที่ต้องจับตามองคือการพัฒนาของเหรียญมีมคอยน์จากการเป็นเพียงเหรียญที่เกาะกระแสไปสู่การเป็นเหรียญที่มีประโยชน์และความยั่งยืนในระยะยาว ไม่ใช่แค่มาเร็วแล้วหายไปตามกระแส" นายปกเขตรกล่าว

นายปกเขตร รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แมกซ์บิท ดิจิทัล แอสเซท จำกัด

นอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งเมกะเทรนด์ที่ไม่ควรมองข้ามคือ Real World Assets (RWAs) โดยเฉพาะหลังจากที่ Larry Fink CEO ของ Blackrock บริษัทบริหารสินทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ได้แสดงวิสัยทัศน์เกี่ยวกับการ tokenized bond และหุ้นของสหรัฐฯ ซึ่งหากดำเนินการได้จริง จะเป็นการเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ของวงการการเงินครั้งประวัติศาสตร์เลยทีเดียว

“การที่ CEO ระดับโลกอย่าง Larry Fink กล่าวถึงประเด็นนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นไปได้ที่ Blackrock อาจมีการเตรียมการหรือวางแผนบางอย่างเกี่ยวกับการ tokenized สินทรัพย์ทางการเงินของสหรัฐฯ ไว้แล้ว และหาก Blackrock สามารถเป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ได้สำเร็จ จะเป็นการเปิดตลาดให้กว้างขึ้นและสร้างโอกาสใหม่ๆ ในวงการการเงินอย่างมหาศาล”

สำหรับตลาด RWA ในประเทศไทย โดยเฉพาะในภาคอสังหาริมทรัพย์ มองว่ายังมีข้อจำกัดสำคัญด้านขนาดตลาด เนื่องจากปัจจุบันเป็นการซื้อขายภายในประเทศเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม หากมีการเปิดตลาดให้กว้างขึ้นและสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการลงทุนจากต่างประเทศ จะสามารถดึงดูดนักลงทุนต่างชาติและเพิ่มสภาพคล่องให้กับตลาดได้มากขึ้น

นอกจากนี้ ยังมองว่าการลงทุนใน RWA ของหุ้นและพันธบัตรสหรัฐฯ เป็นโอกาสที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนไทย แม้ว่าในปัจจุบันจะยังมีข้อจำกัดในการเข้าถึง แต่หากมีการพัฒนาระบบและกฎระเบียบที่เหมาะสม จะเป็นการเปิดโอกาสให้นักลงทุนไทยสามารถเข้าถึงการลงทุนในระดับโลกได้ง่ายขึ้น

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงมุมมองเกี่ยวกับการนำพันธบัตรมาแปลงเป็น Stablecoin ที่มีการพูดถึงกันอย่างแพร่หลายในไทย นายปกเขตรกล่าวว่า Stablecoin ถือเป็นสินทรัพย์ในโลกจริง (Real World Asset: RWA) ที่ใหญ่ที่สุด การมี Stablecoin ในไทยจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในหลายมิติ โดยเฉพาะในพื้นที่ท่องเที่ยวอย่างภูเก็ตที่มีนักท่องเที่ยวและนักลงทุนชาวรัสเซียจำนวนมาก ซึ่งเป็นกลุ่มที่ถือ Stablecoin เป็นจำนวนมาก

ทั้งนี้ การพัฒนาระบบ Stablecoin จะช่วยยกระดับธุรกรรมที่มีอยู่แล้วให้มีความโปร่งใสและมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยจะเพิ่มความสะดวกในการทำธุรกรรมระหว่างประเทศ ลดต้นทุนในการแลกเปลี่ยนเงินตรา กระตุ้นการหมุนเวียนของเงินในระบบเศรษฐกิจ และดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ

อย่างไรก็ตามความสำเร็จของการพัฒนา Stablecoin ในประเทศไทยจะต้องคำนึงถึงปัจจัยสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่ การพัฒนาระบบให้ใช้งานง่ายและปลอดภัย การมีกรอบกฎหมายและการกำกับดูแลที่ชัดเจน และการสร้างระบบนิเวศที่ครบวงจร

"การพัฒนา Stablecoin ในประเทศไทยจำเป็นต้องคำนึงถึงความสมดุลระหว่างนวัตกรรมและการกำกับดูแล เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวม" นายปกเขตรกล่าว

3 คำแนะนำสำหรับมือใหม่ก่อนลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัล

นายปกเขตรทิ้งท้ายด้วยการเน้นย้ำ 3 หลักการสำคัญที่นักลงทุนมือใหม่ต้องคำนึงถึงดังนี้

ตรวจสอบความถูกต้องตามกฎหมาย : นักลงทุนจำเป็นต้องตรวจสอบใบอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ของผู้ประกอบการทุกครั้ง เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากการถูกฉ้อโกงหรือการนำเงินหนีไปต่างประเทศ

ศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลอย่างรอบด้าน : นักลงทุนควรศึกษาประวัติการเคลื่อนไหวของราคาย้อนหลัง 4-5 ปี วิเคราะห์จุดสูงสุดและต่ำสุดของราคา รวมถึงประเมินโอกาสการขึ้นลงและผลกระทบต่อพอร์ตการลงทุน โดยแนะนำให้จำกัดการลงทุนไม่เกิน 5% ของพอร์ตการลงทุนทั้งหมด

รักษาวินัยในการลงทุน : นักลงทุนควรตั้งเป้าหมายการลงทุนที่ชัดเจน ไม่โลภมากเกินไป และมีวินัยในการขายทำกำไรเมื่อถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ นอกจากนี้ ควรทยอยลงทุนทีละน้อยและไม่ลงทุนเกินความสามารถในการรับความเสี่ยงของตนเอง

**เนื้อหาดังกล่าวได้มีการสัมภาษณ์มุมมองเมื่อวันที่ 23 มกราคม 2568 ที่ผ่านมา

คริปโตเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวนโปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : Thairath Money
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...