โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘แผ่นปิดกะโหลกไทเทเนียม’ นวัตกรรมไทยเพื่อผู้ป่วย ‘บัตรทอง’

MATICHON ONLINE

อัพเดต 03 พ.ย. 2567 เวลา 19.05 น. • เผยแพร่ 03 พ.ย. 2567 เวลา 07.30 น.

กะโหลกศีรษะ’ เปรียบเสมือนเป็นเกราะป้องกันอันตรายให้กับศีรษะ อีกทั้งยังเป็นชิ้นส่วนกระดูกของร่างกายที่นับว่ามีโครงสร้างซับซ้อนที่สุด ทำหน้าที่ปกป้องสมองและอวัยวะรับความรู้สึกบางส่วน หากได้รับการกระทบกระเทือน หรือเกิดอุบัติเหตุรุนแรงทางสมอง อาจจะส่งผลอันตรายถึงชีวิต วิธีช่วยให้รอดชีวิต คือ ต้องได้รับการผ่าตัดรักษาอย่างถูกวิธี โดยปัจจุบันมีนวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามาช่วยหนุนเสริมให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

เพื่อให้ประชาชนทั่วประเทศเข้าถึงนวัตกรรมการแพทย์อย่าง “เท่าเทียม” และ “ง่าย” ขึ้น

เมื่อวันที่ 28 ตุลาคมที่ผ่านมา สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) นำทีมศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) ผู้สนับสนุนการผลักดันนวัตกรรมไทยสู่การใช้ประโยชน์ ลงพื้นที่ไปยัง อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช เพื่อแถลงข้อตกลงร่วมเป็นหน่วยบริการรับส่งต่อโรคทางสมองระบบประสาทไขสันหลังและนวัตกรรม “แผ่นเปิดกะโหลกศีรษะด้วยวัสดุไทเทเนียมและ PMMA” ระหว่างโรงพยาบาล (รพ.) ศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ พร้อมติดตามการผ่าตัดใส่กะโหลกเทียมในผู้ป่วยที่ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุสำหรับผู้ป่วยในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) ณ รพ.ศูนย์การแพทย์วลัยลักษณ์ จ.นครศรีธรรมราช

ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ” รองเลขาธิการ สปสช. เปิดเผยว่า จากการประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2566 มีมติเห็นชอบข้อเสนอการเพิ่มสิทธิประโยชน์บริการแผ่นปิดกะโหลกศีรษะเฉพาะบุคคลผลิตจากโลหะไทเทเนียม ด้วยเทคโนโลยีการพิมพ์แบบ 3 มิติ สำหรับใช้กับผู้ป่วยที่มีความจำเป็นต้องผ่าตัดสมองและไม่สามารถใช้กะโหลกเดิมในการปิดศีรษะได้ ซึ่งภายหลังจากที่บอร์ด สปสช.มีมติเห็นชอบสิทธิประโยชน์ดังกล่าว ได้มี รพ.ติดต่อขอใช้เวชภัณฑ์แผ่นปิดกะโหลกศีรษะจากโลหะไทเทเนียมแล้ว 37 แห่ง ซึ่งจากการตอบรับของ รพ.ที่ค่อนข้างเร็ว ทำให้เห็นได้ว่านวัตกรรมทางการแพทย์ที่คิดค้นจากนักวิจัยไทยได้รับการยอมรับ และเป็นที่ต้องการของบุคลากรทางการแพทย์เพื่อใช้ในการรักษาผู้ป่วย

“คาดว่า จะมีผู้ป่วยที่ต้องได้รับการรักษาด้วยแผ่นปิดกะโหลกศีรษะ ทั้งผู้ป่วยรายใหม่ และผู้ป่วยสะสมที่รอการรักษาประมาณ 1,000-4,000 รายทั่วประเทศ โดยส่วนใหญ่พบว่าเป็นกลุ่มวัยทำงาน และวัยสูงอายุ ที่เจ็บป่วยด้วยโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) ต้องได้รับการฟื้นฟูหลังได้รับการรักษา รวมไปถึงผู้ป่วยประสบอุบัติเหตุทางท้องถนน และได้รับบาดเจ็บศีรษะอย่างรุนแรงที่มีจำนวนมากเช่นกัน บางรายจะต้องเปิดกะโหลกศีรษะ เมื่อรักษาแล้วเสร็จ ก็ต้องปิดกลับด้วยเวชภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เพื่อป้องกันความเสียหายของเนื้อสมอง ช่วยให้ความดันภายในสมองเป็นปกติ ซึ่งจะมีผลอย่างมากต่อการฟื้นฟูสมรรถภาพ ทำให้ผู้ป่วยกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น หรือสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ใกล้เคียงกับปกติมากที่สุด” ทพ.อรรถพร กล่าว

เลขาธิการ สปสช. กล่าวว่า ผู้ป่วยกลุ่มบัตรทองสามารถใช้สิทธิการรักษานี้ได้ ซึ่งจะทำให้เข้าถึงเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่มีราคาสูงได้อย่างเท่าเทียม ไม่มีค่าใช้จ่าย เนื่องจากบอร์ด สปสช.ได้อนุมัติเป็นชุดสิทธิประโยชน์ด้านสุขภาพให้แก่คนไทยสิทธิบัตรทองแล้ว

“ปัจจุบันมีการใช้เทคโนโลยีสามมิติในการขึ้นรูปกะโหลกศีรษะของผู้ป่วย และจำลองออกมาให้เหมือนกับกะโหลกเดิมของผู้ป่วยให้ได้มากที่สุด โดยใช้วัสดุ 2 แบบ ประกอบด้วย 1.วัสดุไทเทเนียม นำไทเทเนียมมาขึ้นรูปด้วยการใช้ความร้อนให้เหมือนกับกะโหลกศีรษะเดิมของคนไข้ เป็นนวัตกรรมผลิตโดยคนไทย คือ บริษัท เมติคูลี่ จำกัด ผลิตขนาด S, M, L ราคาแตกต่างกันไป แต่ สปสช.ได้ทำข้อตกลงและสามารถซื้อได้ในราคาเดียวในทุกขนาดอยู่ที่ราคา 48,000 บาท 2.วัสดุ PMMA (Polymethyl methacrylate) นำแผ่นอะคริลิคมาขึ้นรูปให้เข้ารูปกับกะโหลกเดิมของคนไข้ ซึ่ง สปสช.จัดซื้อในราคาเดียวประมาณ 25,000 บาท โดยทั้ง 2 รายการ ถูกบรรจุอยู่ในสิทธิประโยชน์บัตรทองตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2567” ทพ.อรรถพร อธิบาย

ด้าน “นพ.อารักษ์ วงศ์วรชาติ” ผู้อำนวยการ รพ.ศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ กล่าวถึงการผ่าตัดโรคทางสมอง และระบบประสาทไขสันหลัง ว่า รพ.สามารถรักษาได้ทุกประเภท ทั้งการบาดเจ็บทางสมอง เส้นเลือดโป่งพองในสมอง เนื้องอกในสมองและไขสันหลัง กระดูกคอสันหลังส่วนอกจนถึงสะเอวกดทับเส้นประสาท การระบายน้ำในช่องเยื่อหุ้มสมองชั้นกลาง นอกจากนั้น ยังสามารถผ่าตัดปิดกะโหลกของผู้ป่วยที่ได้รับการบาดเจ็บโดยใช้นวัตกรรมแผ่นปิดกะโหลกศีรษะจากไทเทเนียม

“รพ.ยินดีให้การรักษาแก่ผู้ป่วยทั้งในและนอกพื้นที่ ไม่ว่าจะต้องใช้ใบส่งตัวหรือไม่ใช้ ทั้งนี้ รพ.ได้ทำการผ่าตัดใส่แผ่นกะโหลกไทเทเนียมให้ผู้ป่วยเป็นรายแรกของ รพ. แล้ว ส่วนความแตกต่างระหว่างวัสดุไทเทเนียม และวัสดุ PMMA นั้น ขึ้นอยู่กับว่า คนไข้เหล่านี้ประกอบอาชีพอะไร ทั้งนี้ วัสดุไทเทเนียมจะให้ความรู้สึกทนทานมากกว่า มักจะใช้ในผู้ป่วยที่ประกอบกิจกรรมหักโหมมาก จะทำให้เพิ่มความมั่นใจและปลอดภัยมากขึ้น แต่มีข้อจำกัดคือ ไทเทเนียมสามารถนำความร้อน-เย็นได้ แต่แก้ไขได้ด้วยการสวมหมวก ส่วนวัสดุ PMMA จะมีความบางกว่า หากกระแทก อาจมีโอกาสเสียหายได้ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ร่วมกับการประกอบอาชีพของผู้ป่วย” นพ. อารักษ์ ชี้ให้เห็นความแตกต่าง

ขณะที่ “พญ.ศศิกานต์ สุขห่อ” แพทย์เฉพาะทางสาขาประสาทศัลยศาสตร์ รพ.ศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ กล่าวเสริมถึงการผ่าตัดใส่แผ่นกะโหลกไทเทเนียมรายแรกของ รพ.ว่า คนไข้ที่เข้ารับการผ่าตัดได้รับการวินิจฉัยเลือดออกใต้เยื่อหุ้มสมองชั้นดูราจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ ได้รับการรักษาโดยการผ่าตัดเอาเลือดในสมองออกร่วมกับการผ่าตัดเปิดกะโหลกเพื่อระบายความดันในสมอง หลักจากนั้นจึงนัดมาปิดกะโหลก โดยทีมแพทย์ได้ใส่แผ่นกะโหลกไทเทเนียมให้ ซึ่งเป็นการผ่าตัดที่ไม่ซับซ้อน เพราะ รพ.มีความพร้อมทั้งทีมแพทย์ ห้องผ่าตัด และหอผู้ป่วย

แต่สิ่งที่ต้องเฝ้าระวังคือ อาจจะมีภาวะแทรกซ้อนที่ทำให้ต้องนอน รพ.นานขึ้น เช่น ติดเชื้อจากอุปกรณ์ที่ใช้ในการปิดกะโหลก ซึ่งหากมีภาวะดังกล่าว แพทย์จะให้ยาฆ่าเชื้อต่อไป” พญ.ศศิกานต์ กล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘แผ่นปิดกะโหลกไทเทเนียม’ นวัตกรรมไทยเพื่อผู้ป่วย ‘บัตรทอง’

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...