โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิธรรม เข้มสกัดยาเสพติด ยกท่าวังผาโมเดลเป็นต้นแบบ ซีลชายแดน 2 ชั้น คิกออฟ 30 ม.ค.

MATICHON ONLINE

อัพเดต 08 ม.ค. 2568 เวลา 09.59 น. • เผยแพร่ 08 ม.ค. 2568 เวลา 09.23 น.

ภูมิธรรม เพิ่มมาตรการเข้มสกัดกั้นยาเสพติด ซีลชายแดน 2 ชั้น ยกท่าวังผาโมเดลเป็นต้นแบบ เตรียมคิกออฟ 30 ม.ค.68 พร้อมประเมินผลงานทุก 6 เดือน

เมื่อวันที่ 8 มกราคม ที่กระทรวงกลาโหม พล.ต.ธนาธิป สว่างแสง โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า ปัญหายาเสพติดถือเป็นวาระแห่งชาติที่รัฐบาลให้ความสำคัญอย่างยิ่ง โดยนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี ให้แก้ไขปัญหายาเสพติด โดยรัฐบาลได้วางแนวทางการสกัดกั้นยาเสพติดที่ชัดเจน พร้อมบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานสำคัญที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงกลาโหม (กห.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.), สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.), กองอำนวยการความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.), สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.), กระทรวงยุติธรรม, กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และกระทรวงมหาดไทย เพื่อป้องกันการลักลอบนำเข้ายาเสพติดผ่านแนวชายแดน โดยกำหนดเป้าหมายระยะสั้น และมีตัวชี้วัดที่ชัดเจนโดยจะต้องเห็นผลภายใน 6 เดือน ซึ่งจะเริ่มคิกออฟ ในวันที่ 30 มกราคมนี้

ส่วนแนวทางการปฏิบัติที่ชัดเจน การสกัดกั้นยาเสพติดครั้งนี้จะใช้แนวทาง “ซีลชายแดนสองชั้น” เพื่อสกัดกั้นยาเสพติดในพื้นที่ชายแดนที่มีความเสี่ยงสูงของพื้นที่ 51 อำเภอ ใน 14 จังหวัด โดยแบ่งการดำเนินงานเป็น 2 ชั้น ได้แก่ ชั้นแรก (แนวชายแดน) เป็นความรับผิดชอบของกองกำลังป้องกันชายแดน สนธิกำลังระหว่างตำรวจ ฝ่ายปกครอง และหน่วยที่ทหารรับผิดชอบดูแลสกัดกั้นตามแนวชายแดน ซึ่งจะเพิ่มความเข้มข้นในการตรวจและสกัดจับยาเสพติดตามช่องทางธรรมชาติ เน้นการป้องกันและสกัดกั้นยาเสพติดในพื้นที่ที่มียาเสพติดเข้ามาปริมาณมาก เนื่องจากชายแดนไทยกว้างขวางและยาว มีช่องทางธรรมชาติอีกจำนวนมาก

และในชั้นที่สอง (พื้นที่ตอนในระดับอำเภอ) เป็นการบูรณาการร่วมกันระหว่าง ตำรวจ นายอำเภอ ฝ่ายปกครอง ฝ่ายความมั่นคง ในการป้องกันและสกัดกั้นยาเสพติด

ทั้งการจัดตั้งจุดตรวจ จุดสกัด จัดชุดปฏิบัติการลงพื้นที่ ซึ่งจะมีการเรียกประชุมผู้กำกับการสถานีตำรวจ 76 สถานีตำรวจ, นายอำเภอ 51 อำเภอ และผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่เป้าหมายเพื่อกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหา พร้อมมีการประเมินผลงานทุกวงรอบ 6 เดือน โดยใช้โมเดลต้นแบบที่ประสบความสำเร็จ เช่น ท่าวังผาโมเดล (จ.น่าน) ซึ่งมีวิธีการดำเนินโครงการฯ ดังนี้ สำรวจพื้นที่, แยกผู้เสพ ยึดทรัพย์ จับคนขาย, ฟื้นฟูผู้ป่วย และส่งลูกหลานกลับสู่สังคม และธวัชบุรีโมเดล (จ.ร้อยเอ็ด) ดำเนินโครงการฯ ดังนี้

ชุดปฏิบัติการ ปปส. ซักถามกรอกแบบฟอร์ม ทำรายงานสืบสวน, กรอกข้อมูลเข้าระบบออนไลน์ อุปกรณ์ตรวจปัสสาวะ บันทึกเข้าถึงข้อมูลโทรศัพท์, การขยายผล/รวบรวมพยานหลักฐาน, เครือข่าย (ผู้ค้า, ผู้เสพ), วิเคราะห์ข้อมูล, ส่งพนักงานสอบสวน และขยายผล/ยึดทรัพย์/ฟอกเงิน ใช้เป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหา

ทั้งนี้ แนวทางดังกล่าวมีเป้าหมายที่สำคัญในการแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่ชายแดนเชิงรุกและบูรณาการเพื่อลดปัญหาในระยะยาว มุ่งสร้างความปลอดภัยและความมั่นคงในพื้นที่ พร้อมทั้งลดปัญหาผู้มีอิทธิพลที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ซึ่งการร่วมมือกับกระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ กอ.รมน. หน่วยงานความมั่นคง จะสามารถช่วยในการป้องกันและสกัดกั้นยาเสพติดในระดับพื้นที่ได้ โดยมอบอำนาจการควบคุมลงไปถึงระดับอำเภอ คือนายอำเภอ ระดับสถานีตำรวจ คือผู้กำกับ ในการช่วยกันป้องกัน สกัดกั้น ปราบปราม และเฝ้าระวังตรวจตราในพื้นที่เป้าหมาย การดำเนินงานในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการแก้ปัญหายาเสพติดให้หมดไปจากประเทศไทย ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้เกิดความปลอดภัย พร้อมมุ่งมั่นให้ปี 2568 เป็นปีที่ปัญหายาเสพติดได้รับการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ภูมิธรรม เข้มสกัดยาเสพติด ยกท่าวังผาโมเดลเป็นต้นแบบ ซีลชายแดน 2 ชั้น คิกออฟ 30 ม.ค.

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...