โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ธ.ก.ส. ลุยภารกิจ แกนกลางการเกษตร

การเงินธนาคาร

อัพเดต 15 พ.ย. 2567 เวลา 10.41 น. • เผยแพร่ 15 พ.ย. 2567 เวลา 03.41 น.

ธ.ก.ส. เดินหน้าภารกิจเป็น แกนกลางการเกษตร ด้วยการใช้เทคโนโลยี ควบคู่การบริหารจัดการข้อมูล สร้างความเข้มแข็งให้ทั้งธนาคารและลูกค้า พร้อมออกแบบผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้ทุกกลุ่ม

หลังจากในช่วงกว่า 1 ปี ที่ผ่านมา ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ได้ประกาศวิสัยทัศน์ในการเป็น “ธนาคารพัฒนาชนบทที่ยั่งยืน” ด้วยการมุ่งสู่การเป็น “Essence of Agriculture หรือ แกนกลางให้ภาคการเกษตร” ในปี 2567 นี้ ธ.ก.ส.ได้ขับเคลื่อนภารกิจให้เข้มข้นมากขึ้นผ่านการใช้เทคโนโลยีและข้อมูลที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

เป็นแกนกลางการเกษตร

แข็งแรงทั้งธนาคารและลูกค้า

นายไพศาล หงษ์ทอง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส. โดยการนำของ นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคาร ได้กำหนดวิสัยทัศน์เป็นธนาคารพัฒนาชนบทที่ยั่งยืน ด้วยการมุ่งสู่การเป็น Essence of Agriculture หรือแกนกลางให้ภาคการเกษตร ผ่านการทำงาน 2 มิติ ได้แก่

มิติที่ 1 เป็นธนาคารที่ยั่งยืน โดยนำเทคโนโลยีมาให้บริการกับลูกค้าเพื่อให้ธนาคารเป็นแหล่งบริการทางการเงินที่ครบวงจรในภาคการเกษตร

“มิติแรกคือ เราต้องทำให้ธนาคารของเราแข็งแรง ด้วยการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อทำให้การบริการลูกค้าดีขึ้น ทั้งในด้านการออกผลิตภัณฑ์ หรือการบริการที่ครบวงจร เพราะเราก็ปฏิเสธไม่ได้ในยุคนี้ว่าอะไรที่เข้าถึงง่ายก็จะเป็นสิ่งที่ถูกใจลูกค้า โดยเฉพาะลูกค้ากลุ่มเป้าหมายใหม่ของธนาคารที่เป็นคนรุ่นใหม่มากขึ้น ดังนั้นถ้าเราออกแบบการบริการที่ตรงใจเขา ก็จะทำให้ธนาคารเป็นธนาคารที่ยั่งยืนได้”

ขณะที่ ธ.ก.ส. จะนำข้อมูลที่มีอยู่มาบริหารจัดการเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่มาใช้บริการ และลดต้นทุนการเข้าใช้บริการของผลิตภัณฑ์ทางการเงินของ ธ.ก.ส. เพื่อทำให้องค์กรมีความเข้มแข็งมากขึ้น

“การที่นำข้อมูลที่เรามีอยู่มาบริหารจัดการ นอกจากจะทำให้ความสามารถในการแข่งขันของธนาคารเพิ่มขึ้นแล้ว ยังเป็นการลดต้นทุนซึ่งจะทำให้ธนาคารสามารถช่วยเหลือเกษตรกรได้มากขึ้น และยังสามารถนำข้อมูลมาออกแบบผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายได้”

มิติที่ 2 การพัฒนาชนบทให้เกิดความยั่งยืน โดยการพัฒนาลูกค้าที่มีอยู่บนศักยภาพที่มี มุ่งยกระดับเศรษฐกิจชุมชนให้มีความเข้มแข็ง เนื่องจากเมื่อเศรษฐกิจชุมชนเข้มแข็งคนในชนบทที่เป็นกลุ่มลูกค้าเป้าหมายหลักของ ธ.ก.ส. ก็จะมีรายได้ที่ดีและมีความเข้มแข็งด้วย

“ธนาคารจะยั่งยืนอย่างเดียวไม่ได้ เราต้องทำให้ภาคชุมชนเกิดความเข้มแข็งด้วย เพราะคนส่วนใหญ่ที่อยู่ในชุมชนก็เป็นลูกค้าเรา เมื่อเศรษฐกิจชุมชนเกิดความเข้มแข็งธนาคารก็จะเกิดความเข้มแข็งด้วย”

ขณะที่ ธ.ก.ส. จะทำผลิตภัณฑ์ทั้งเงินฝากและสินเชื่อให้ตอบรับกับเทรนด์ของโลก โดยเฉพาะปัจจุบันที่มีกระแสในเรื่องสิ่งแวดล้อม ผ่าน BCG Model (สินเชื่อเพื่อเศรษฐกิจชีวภาพ (Bio Economy Credit) สินเชื่อเพื่อเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy Credit) สินเชื่อสีเขียว (Green Credit) เพื่อยกระดับเกษตรกรให้มีความเข้มแข็งในการผลิต

นายไพศาลเปิดเผยว่า ในปี 2567 ธ.ก.ส.ได้ขับเคลื่อนภารกิจเป็นแกนกลางภาคการเกษตร หรือ Essence of Agriculture ให้เข้มข้นขึ้น ผ่านการดำเนินงาน 4 ด้าน ได้แก่

  • เป็นแหล่งสินเชื่อภาคการเกษตรที่ดีที่สุด โดยออกแบบสินเชื่อให้มีความเฉพาะเจาะจงมากขึ้น ตอบโจทย์ลูกค้าทั้งในปัจจุบันและอนาคตเพื่อให้ลูกค้าและผู้ประกอบการภาคเกษตร สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่มีความเหมาะสมและมีผลิตภัณฑ์ที่รองรับครบ
  • การให้สินเชื่อคู่กับองค์ความรู้ โดยนำองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีมาใช้ในการปรับเปลี่ยนการผลิตที่เกษตรกรมีอยู่ ซึ่ง ธ.ก.ส.จะเป็นตัวกลางในการนำเทคโนโลยีและเครือข่ายที่ ธ.ก.ส. มีเข้ามาช่วยลูกค้าลดต้นทุนการผลิตและยกระดับให้ผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูงขึ้น
  • ราคาที่ดีกับตลาดที่แน่นอน ธ.ก.ส.จะพัฒนาและยกระดับผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรให้มีมูลค่าสูงขึ้นและมีคุณภาพ สอดคล้องกับความต้องการของตลาด เพื่อเชื่อมโยงให้คนที่อยู่ในห่วงโซ่การผลิตให้ได้รับการแบ่งปันมูลค่าที่สมเหตุสมผล
  • การพัฒนาการตลาดและช่องทางการจำหน่าย ธ.ก.ส.ได้ออกแบบช่องทางการจำหน่ายให้ตอบโจทย์ของลูกค้ามากขึ้นทั้งออนไลน์และออฟไลน์

สำหรับตลาดออนไลน์ของ ธ.ก.ส. ได้แก่ BAAC Farmer Market เป็นเว็บไซต์ที่ ธ.ก.ส.จะคัดเลือกผลิตภัณฑ์ของลูกค้าที่ถูกการพัฒนามาขาย ทำให้สินค้าของลูกค้ากระจายไปสู่กลุ่มเป้าหมายที่หลากหลายและกว้างขึ้น

ส่วนตลาดออฟไลน์ ทุกเดือน ธ.ก.ส. จะคัดสินค้าที่มีคุณภาพเข้ามาจำหน่ายหน้าสำนักงานใหญ่ เพื่อที่จะให้คนในกรุงเทพฯ สามารถเข้ามาเลือกซื้อได้ เป็นการเพิ่มช่องทางการขายของลูกค้าให้กว้างขึ้น ส่วนที่สำนักงานสาขาทั่วประเทศจะเปิดพื้นที่ให้เกษตรกรนำสินค้ามาจำหน่ายตรงถึงผู้บริโภคด้วยเช่นกัน

นายไพศาลเปิดเผยว่า อีกมิติในปี 2567 ที่สำคัญก็คือ ธ.ก.ส. ไม่ได้มองช่องทางการขายแค่ในประเทศเท่านั้น แต่ได้ยกระดับตั้งสำนักงานเพื่อดูแลกิจการต่างประเทศด้วย

ออกแบบผลิตภัณฑ์

ตอบโจทย์ลูกค้าทุกกลุ่ม

นายไพศาลกล่าวว่า นอกจากสินเชื่อเพื่อการเกษตรแล้ว ในด้านธุรกรรมทางการเงิน ธ.ก.ส. ยังมีผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ทัดเทียมกับธนาคารพาณิชย์ทั่วไปเพื่อตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มอื่นนอกจากกลุ่มเกษตรกรด้วย เช่น

1.ด้านเงินฝาก ธ.ก.ส. มีผลิตภัณฑ์ด้านเงินฝากที่หลากหลาย ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายทุกกลุ่ม ทุกวัย โดยผลิตภัณฑ์ที่มีความโดดเด่นของ ธ.ก.ส. คือ สลากออมทรัพย์ ซึ่งปัจจุบัน ธ.ก.ส. มีพอร์ตเงินฝากรวมอยู่ที่ 1.8 ล้านล้านบาท เป็นพอร์ตสลาก 4 แสนล้านบาท

“ฟีเจอร์ของสลากเป็นอะไรที่ถูกจริตคนไทยเพราะว่าออมแล้ว นอกจากได้ผลตอบแทนที่ดีแล้วยังได้ลุ้นโชคด้วย เราจึงมองว่าถ้าเราดึงตรงนี้มาช่วยเรื่องการส่งเสริมการออมก็จะเป็นเรื่องที่ดี”

โดยล่าสุด ธ.ก.ส. ได้ออก สลากออมทรัพย์ทวีสิน ชุดมรกต ซึ่งได้ขออนุมัติวงเงินไว้ทั้งหมด 1.5 แสนล้านบาท แบ่งเป็น 2 เฟส ได้แก่ เฟสที่ 1 วงเงิน 1 แสนล้านบาท และเฟสที่ 2 วงเงิน 5 หมื่นล้านบาท โดยเปิดจำหน่าย หน่วยละ 500 บาท มีสิทธิลุ้นรางวัลใหญ่ 20 ล้านบาท และรางวัลอื่นๆ รวมมูลค่า 159 ล้านบาท จำนวน 24 ครั้ง ฝากครบรับดอกเบี้ย 0.30% ต่อปี เปิดจำหน่ายที่ ธ.ก.ส. ทุกสาขา และแอปพลิเคชั่น BAAC Mobile

“ปัจจุบัน สลากออมทรัพย์ทวีสิน ชุดมรกต ได้เปิดฝากเต็มวงเงิน 1 แสนล้านบาทในเฟสแรกแล้ว และได้เปิดจำหน่ายเฟสที่ 2 เมื่อวันที่ 17 ต.ค. 67 ซึ่งล่าสุดมีผู้ฝากถึง 2 หมื่นล้านบาทแล้ว”

นอกจากนี้ ธ.ก.ส. ยังได้ออกผลิตภัณฑ์บัตรเดบิต 3 สไตล์ ที่มาพร้อมความคุ้มครองอุบัติเหตุ พร้อมสามารถทำธุรกรรมทางการเงินได้อย่างสะดวกรวดเร็วและปลอดภัย โดยเลือกความคุ้มครองและสิทธิประโยชน์ได้ถึง 3 ระดับ ได้แก่

  • บัตรเดบิตเขียวส่อง สำหรับลูกค้าทั่วไปที่มีอายุ 15 ปีบริบูรณ์ และไม่เกิน 99 ปี วงเงินคุ้มครองประกันภัยสูงสุด 100,000 บาท วงเงินการทำธุรกรรมสะสม สูงสุดไม่เกิน 60,000 บาทต่อวัน สมัครบัตรใหม่พร้อมค่าธรรมเนียม 349 บาทต่อปี
    • บัตรเดบิตบุษย์น้ำทอง สำหรับลูกค้าทั่วไปที่มีอายุ 15 ปีบริบูรณ์ และไม่เกิน 75 ปี วงเงินคุ้มครองประกันภัยสูงสุด 200,000 บาท เมื่อประสบอุบัติเหตุฉุกเฉิน ไม่ต้องสำรองจ่ายก่อน วงเงินชดเชยรายได้ระหว่างการเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลจากอุบัติเหตุ 500 บาทต่อวัน สูงสุดไม่เกิน 10 วันต่อปี วงเงินการทำธุรกรรมสะสม สูงสุดไม่เกิน 120,000 บาทต่อวัน สมัครบัตรใหม่พร้อมค่าธรรมเนียม 699 บาทต่อปี
    • บัตรเดบิตพลอยไพฑูรย์ สำหรับลูกค้าทั่วไปที่มีอายุ 15 ปีบริบูรณ์ และไม่เกิน 75 ปี วงเงินคุ้มครองประกันภัยสูงสุด 1,000,000 บาท เมื่อประสบอุบัติเหตุฉุกเฉิน ไม่ต้องสำรองจ่ายก่อน วงเงินการทำธุรกรรมสะสม สูงสุด ไม่เกิน 120,000 บาทต่อวัน สมัครบัตรใหม่พร้อมค่าธรรมเนียม 1,234 บาทต่อปี

“บัตรเดบิตใบนี้เป็นการรวมความต้องการของลูกค้ามาไว้ในบัตรใบเดียว เพราะนอกจากทำธุรกรรมทางการเงินได้สะดวกแล้ว ยังมีเรื่องการคุ้มครองชีวิตด้วย โดยหลังจากเริ่มออกบัตรเดบิตตัวนี้มาประมาณ 1 เดือน มีผู้สมัครแล้วประมาณ 1 แสนใบ ก็เป็นการตอบรับที่ดี”

2.ด้านสินเชื่อ แม้ ธ.ก.ส. ไม่ได้มีการทำผลิตภัณฑ์บัตรเครดิต แต่มีผลิตภัณฑ์ที่เทียบเคียง ได้แก่ บัตรเกษตรสุขใจ หรือ บัตรสินเชื่อสำหรับเกษตรกร ซึ่งเป็นวงเงินสำหรับให้เกษตรกรนำไปใช้ซื้อปัจจัยการผลิตในร้านค้าที่ขึ้นทะเบียนกับ ธ.ก.ส. ซึ่งมีระยะเวลาปลอดดอกเบี้ย 1 เดือน เป็นอีกผลิตภัณฑ์หนึ่งที่จะช่วยให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์สินเชื่อได้สะดวก ทุกที่ ทุกเวลา

ติดตามอ่านคอลัมน์อื่น ๆ ได้ในวารสารการเงินธนาคารฉบับเดือนพฤศจิกายน 2567 ฉบับที่ 510 ในรูปแบบดิจิทัล : https://goo.gl/U6OnIi

รวมช่องทางการสั่งซื้อวารสารการเงินธนาคาร ทั้งฉบับปัจจุบันและฉบับย้อนหลัง ครบจบที่นี้ที่เดียว : https://moneyandbanking.co.th/2023/18250/

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...