โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

All-new Hyundai Palisade (Gen 2) เตรียมจะเปิดจองเร็วๆนี้

สยามคาร์ - Siamcar

เผยแพร่ 25 ธ.ค. 2567 เวลา 09.30 น. • ทีมข่าวสยามคาร์
All-new Hyundai Palisade (Gen 2) เตรียมจะเปิดจองเร็วๆนี้

All-new Hyundai Palisade (Gen 2) เตรียมจะเปิดจองเร็วๆนี้

การเปิดตัว Hyundai Palisade ได้เพียงไม่นาน ล่าสุด Hyundai Motor Company ประกาศเปิดตัว All-new Palisade เจเนอเรชันที่ 2 ที่ประเทศบ้านเกิดเรียบร้อยแล้ว โดยยังคงจุดขายพรีเมียมเอสยูวีระดับแฟลกชิปพิกัด D-segment พร้อมเปิดรับจองตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคมที่ผ่านมา

ตัวถังของ Palisade มีขนาดความยาวตลอดคัน 5,060 มม. เพิ่มขึ้น 65 มม. และความยาวฐานล้อ 2,970 มม. เพิ่มขึ้น 70 มม. ห้องโดยสารมีทั้งแบบ 9 ที่นั่ง (จัดวางแบบ 3-3-3) และแบบ 7 ที่นั่ง (จัดวางแบบ 2-2-3) เน้นความหรูหราพรีเมียมยิ่งขึ้น ซุ้มล้อจจากที่โค้งมน ก็ปรับให้มีดูมีเหลี่ยมมากขึ้น พร้อมเติมความหรูหรา ด้วยเส้นโครเมียมที่ขอบหลังคาเลาะยาวไปจนถึงแถบเสา D ด้านท้าย มาพร้อมลาวแล็คหลังคาสีเงิน และตกกแต่งชายล่างรอบคันด้วยชิ้นงานที่เป้นสีเงินทั้งหมด มาพร้อมล้ออัลลอยปัดเงาลวดลานหรูหราขนาด 20 – 21 นิ้ว ที่สำคัญทางผู้ผลิตเผยว่ายังได้รับการปรับปรุงในส่วนของฐานล้อให้ยาวขึ้น และปรับในส่วนของด้านหน้าที่สั้นลง ขณะที่ส่วนด้านท้ายนั้นยืดออกให้ยาวกว่าเดิม ส่งผลทำให้ SUV รุ่นใหม่นี้จะมีความสมดุลที่ดีขึ้น และช่วยให้ภายในห้องโดยสารนั้นกว้างขวาง และใหญ่ขึ้นกว่าเดิม ชุดไฟท้ายนั้นจะมีลักษณ์แบบเดิมที่เป็นทรงรูปตัว C แต่ปรับรายละเอียดด้านในใหม่ให้เป็น แถบไฟ LED ที่วางเป็นชั้นเรียงกันถึง 6 ชั้น พร้อมกับขยายขนาดให้มีใหญ่ และดูโฉบเฉี่ยวมากขึ้นกว่าเดิม

รุ่น 9 ที่นั่ง ถูกติดตั้งเบาะแถว 2 สามารถปรับเลื่อน เอน และพับแยกแบบ 60:40 ด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมพนักพิงศีรษะที่ออกแบบให้มีปีกข้างช่วยเพิ่มความสบายในการโดยสาร ส่วนรุ่น 9 ที่นั่ง ติดตั้งเบาะแถว 2 แบบ Captain seat แยกอิสระซ้าย-ขวา พร้อมระบบนวดเพื่อความผ่อนคลาย

ภายในห้องโดยสารจะออกแบบดีไซน์ใหม่ทั้งหมด โดยใช้แนวคิดการออกแบบจากเฟอร์นิเจอร์หรูระดับพรีเมียม ในส่วนของแผงแดชบอร์ด จะได้รับการติดตั้งงพวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน 3 ก้าน มาพร้อมหน้าจอดิจิทัลแบบใหม่ที่เป็นหน้าจอคู่ขนาด 12.3 นิ้ว ที่ติดตั้งอยู่ในแผงคอนโซลหน้าที่ออกแบบมาในลักษณะโค้ง โดยแบ่งเป้นทั้งหน้าจอแสดงข้อมูล และหน้าจออินโฟรเมนเมนต์ พร้อมรองรับการเชื่อมต่อไร้สายทั้ง Apple Car Play และ Android Auto ส่วนคันเกียร์ได้รับการย้ายจากคอนโซลกลางไปที่คอพวงมาลัย

ด้านคอนโซลกลางจะถูกออกแบบให้ดูคล้ายกับแคปซูล โดยจะมีเพียงแท่นชาร์จสมาร์ตโฟนแบบไร้สาย, ชุดชาร์จไฟแบบ Type C ที่มีมาให้ 3 พอร์ต และช่องวางแก้วน่ำขนาดใหญ่ แล้วยังไม่พอเเค่นั้น
Hyundai Palisade ใหม่ ยังมาพร้อมฟีเจอร์ล้ำ เช่น ระบบกุญแจ Hyundai Digital Key 2 พร้อมฟังก์ชันช่วยจอด Remote Smart Parking Assist ควบคุมผ่านสมาร์ทโฟน, ระบบ Built-in Cam 2 Plus ที่สามารถบันทึกความเคลื่อนไหวรอบคันขณะจอดรถได้สูงสุด 4 วัน, กระจกมองหลัง Digital Center Mirror (DCM) พร้อมฟังก์ชันทำความสะอาดกล้องด้วยน้ำแรงดันสูง และช่องจ่ายไฟ USB-C ที่สามารถปล่อยกระแสไฟมากถึง 100W เป็นต้น

Hyundai Palisade 2025 ยังมาพร้อมฟีเจอร์ใหม่ เช่น ระบบกุญแจ Hyundai Digital Key 2 พร้อมฟังก์ชันช่วยจอด Remote Smart Parking Assist ควบคุมผ่านสมาร์ทโฟน, ระบบ Built-in Cam 2 Plus ที่สามารถบันทึกความเคลื่อนไหวรอบคันขณะจอดรถได้สูงสุด 4 วัน, กระจกมองหลัง Digital Center Mirror (DCM) พร้อมฟังก์ชันทำความสะอาดกล้องด้วยน้ำแรงดันสูง และช่องจ่ายไฟ USB-C ที่สามารถปล่อยกระแสไฟมากถึง 100W เป็นต้น

Hyundai Palisade 2025 ถูกติดตั้งเครื่องยนต์ไฮบริดเทอร์โบ 2.5 ลิตรเป็นครั้งแรก ให้กำลังรวมสูงสุด 334 แรงม้า ทำงานคู่กับแบตเตอรี่ Lithium-ion 300V ความจุ 1.65 kWh ที่มีฟังก์ชัน Indoor V2L คล้ายกับรถยนต์ไฟฟ้า โดยฮุนไดยังไม่เปิดเผยตัวเลขอัตราสิ้นเปลือง แต่ระบุว่าสามารถขับขี่ได้ไกลกว่า 1,000 กม. ต่อน้ำมัน 1 ถัง

อีกทางเลือกเป็นเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 2.5 ลิตร กำลังสูงสุด 281 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 422 นิวตัน-เมตร ทำตลาดแทนที่เครื่องยนต์เบนซิน 3.8 ลิตรเดิม มีอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 9.7 กม./ลิตร

อีกทั้งยังเป็นครั้งแรกที่มีการติดตั้งระบบควบคุมช่วงล่าง Electronic Controlled Suspension (ESC) ที่อาศัยเซ็นเซอร์และระบบนำทางของรถเพื่อวิเคราะห์สภาพถนนและลักษณะการขับขี่ จากนั้นจะทำการปรับการทำงานของช่วงล่างให้สอดคล้องกับการเคลื่อนไหวของตัวรถ เพื่อลดอาการโคลงให้น้อยที่สุด

ส่วนราคาจำหน่าย All-new Hyundai Palisade 2025 ที่เกาหลีใต้เริ่มต้นที่ 43.83 ล้านวอน หรือประมาณ 1,030,000 บาท ไปจนถึงรุ่นท็อปสุดราคา 64.24 ล้านวอน หรือประมาณ 1,510,000 บาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...