โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

ทำไมเทรนด์แต่งหน้าแนวร้องไห้ สวยปนเศร้า ถึงมาแรงในติ๊กต็อก

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 04 พ.ย. 2565 เวลา 08.58 น. • เผยแพร่ 01 พ.ย. 2565 เวลา 18.22 น.
tiktok.com/@zoekimkenealy

เทรนด์แต่งหน้าสวยปนเศร้าเหมือนร้องไห้กำลังมา ทั้งที่ไม่ได้เศร้าจริง กำลังบอกอะไรสังคม

วันที่ 1 พฤศจิกายน 2565 เดอะการ์เดียน รายงานกระแสเทรนด์แต่งหน้าแบบ“ร้องไห้” กำลังมาแรงในโซเชียลTikTok สวนทางกระแสเดิมที่นิตยสารผู้หญิงเผยเคล็ดลับวิธีแต่งหน้าปกปิดตาบวมช้ำหลังผ่านการร้องไห้อย่างหนัก

โซอี คิม คีเนียลี วัย26 ปี ครีเอเตอร์ชาวอเมริกันในเมืองบอสตัน มีผู้ติดตามในTikTok 119,000 ราย โพสต์คลิปสอนแต่งหน้าให้ดูเหมือนร้องไห้ แม้ว่าไม่อยู่ในอารมณ์เศร้าก็ตาม

คลิปนี้มีคนกดไลก์กว่า507,000 ครั้ง เริ่มจากทาลิปกลอสให้ริมฝีปากดูอิ่มและชุ่มชื้น แล้วทาตา ปัดแก้ม และปลายจมูกด้วยเฉดสีแดง ตบท้ายด้วยอายไลเนอร์แวววาวให้ดู“ฉ่ำ” ขอบตาล่างและขอบตาบน

คนดูคลิปโพสต์ความเห็นว่าอยากดูเหมือนตัวเองจะร้องไห้ตลอดเวลา ส่วนอีกคนเขียนว่ารู้สึกสวยมากหลังจากร้องไห้

คีเนียลีกล่าวว่า ได้แรงบันดาลใจจากเทรนด์แต่งหน้าในแอปพลิเคชั่นDouyin และUlzzang ซึ่งสอนใช้แปรง กลิตเตอร์และไฮไลต์ใต้ตาให้เหมือนน้ำตารื้นขอบตา

ผู้ชายส่วนใหญ่ที่ดูคลิปนี้มักจะนึกถึงแอมเบอร์ เฮิร์ด อดีตภรรยาของจอห์นี เดปป์ ที่ร้องไห้ในศาล แต่คีเนียลีกล่าวว่าคลิปสอนเทคนิคแต่งหน้า ไม่ได้หมายความว่าไม่ซื่อสัตย์ต่อความรู้สึก

ฮาร์วาร์ด ยูธ โพลสำรวจความเห็นเมื่อปีที่แล้วพบว่าเยาวชนอเมริกันครึ่งหนึ่งรู้สึกย่ำแย่ หดหู่ และสิ้นหวัง ในรอบ7 วันที่ผ่านมา

เทรนด์แต่งหน้าแบบนี้ยังเข้ากันได้ดีกับเพลงVideo Games ของนักร้องสาวนัยน์ตาโศก ลาน่า เดล เรย์ ที่มีเนื้อร้องว่าI’m pretty when I cry” ฉันยิ่งสดสวยเมื่อร้องไห้ ทำให้กระแสแฮชแท็ก#SadGirlWalk ขึ้นเทรนด์เช่นกัน

เฟรดริกา เธแลนเดอร์สสัน นักวิจัยด้านสื่อและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยลุนด์ในสวีเดน ศึกษาวัฒนธรรมและชุมชนของเด็กผู้หญิงในโลกออนไลน์ กล่าวว่าปัจจุบันบรรดาคนมีชื่อเสียงและแบรนด์ต่าง ๆ สะท้อนความจริง เช่น เปิดเผยอาการป่วย

เทรนด์นี้ รวมทั้งการแยกตัวซึ่งเป็นอาการหนึ่งของโรคPTSD หรืออาการบอบช้ำทางใจ เป็นจิตเภทชนิดหนึ่งที่เกิดขึ้นหลังจากเผชิญเหตุการณ์สะเทือนใจอย่างรุนแรง แต่ตอนนี้กลายเป็นสิ่งสวยงาม

คนทุกวันนี้ต้องการการปลอบประโลมจิตใจและสื่อสังคมออนไลน์ก็กลายเป็นแหล่งที่จะหาสิ่งที่หาไม่ได้จากระบบสาธารณสุขแบบดั้งเดิม การแสดงออกว่ารู้สึกเศร้าทำให้คนอื่นรู้สึกว่าไม่ได้เศร้าอยู่คนเดียว

ส่วน ออเดรย์ วูลเลน นักเขียนผู้ตั้งทฤษฎีเด็กสาวเศร้าในปี2014 มีชื่อเสียงมากจากการเสนอแนวคิดว่าการแสดงออกว่าเศร้าให้สาธารณชนรับรู้เป็นสิ่งถูกกฎหมาย

เคลลี คูโทรน นักประชาสัมพันธ์ระดับตำนานและเคยเขีนหนังสือIf You Have to Cry, Go Outside (ถ้าจะร้องไห้ ให้เดินออกไป) กล่าวว่าหนังสือเล่มนี้สอนให้รู้จักจัดการอารมณ์ในที่ทำงาน น่าเสียใจที่จับความเศร้ามาเป็นเทรนด์

…..

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...