เตือนห้ามครอบครอง ปลาปิรันยา โทษหนักถึงคุก-ปรับเป็นล้าน หวั่นหลุดลงแหล่งน้ำธรรมชาติ
ตำรวจปทส. เตือนห้ามครอบครอง ปลาปิรันยา โทษหนักถึงคุก-ปรับเป็นล้าน ชี้หวั่นหลุดลงแหล่งน้ำธรรมชาติ ทำลายระบบนิเวศพัง อาจเกิดอันตรายต่อมนุษย์-สัตว์น้ำ
กรณีตำรวจบก.ปทส.-เจ้าหน้าที่กรมประมง เข้าจับกุม นายอภิสิทธิ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 21 ปี พร้อมของกลาง ปลาปิรันยา ขนาด 6-7 ซม. จำนวน 6 ตัว ได้ที่บ้านพักย่านสายไหม กทม. ตามที่เป็นข่าวไปนั้น
ความคืบหน้า วันที่ 20 ก.ย. พ.ต.อ.วิศิษฐ์ พลบม่วง ผกก.1 บก.ปทส. เปิดเผยว่า ปลาปิรันยา เป็นปลาน้ำจืดที่อยู่ในสกุลเซอร์ราซัลมัส สกุลรูสเวลทิเอลลา และสกุลไพโกเซนทรัส ซึ่งมีถิ่นกำเนิดในอเมริกาใต้และแอฟริกา มักอาศัยอยู่รวมกันเป็นฝูงใหญ่ เมื่อกินอาหารจะใช้วิธีล่าโดยการพุ่งเข้าโจมตีอย่างรวดเร็ว และรุมกัดแทะ จนถูกขนานนามว่า "เพชฌฆาตแห่งลุ่มน้ำจืด" ซึ่งเป็นปลาที่สามารถแพร่ขยายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็วในพื้นที่เขตร้อนชื้นอย่างประเทศไทย หากว่าหลุดรอดลงไปในแหล่งน้ำธรรมชาติจะก่อให้เกิดอันตรายอย่างมากด้วย
พ.ต.อ.วิศิษฐ์ กล่าวต่อว่านอกจากจะส่งผลกระทบต่อสัตว์น้ำพื้นเมืองแล้ว ยังเป็นการคุกคามต่อความหลากหลายทางชีวภาพ ก่อให้เกิดความสูญเสียต่อสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสุขอนามัย และยังเป็นอันตรายต่อประชาชนที่ลงไปใช้ประโยชน์ในแหล่งน้ำสาธารณะด้วย ซึ่งพล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. พล.ต.ต.มานะ กลีบสัตบุศย์ ผบก.ปทส. จึงสั่งการให้ชุดสืบสวนนั้นลงพื้นที่หาข่าวผู้ลักลอบขายสัตว์ที่เป็นอันตรายต่อระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อม
ปัจจุบันประเทศไทยกำหนดให้ปลาปิรันยาที่มีชีวิตทุกชนิด รวมทั้งไข่และน้ำเชื้อของปลาดังกล่าว เป็นสัตว์น้ำที่ห้ามมีไว้ในครอบครอง ผู้ฝ่าฝืนจะถือว่ามีความผิดตาม พ.ร.บ.ประมง พ.ศ.2558 มาตรา 64 ข้อหา “ครอบครองสัตว์น้ำ (ปลาปิรันยา) ที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อร่ายกายมนุษย์หรือต่อสัตว์น้ำอื่นโดยผิดกฎหมาย”
ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ” จึงฝากประชาสัมพันธ์ หากพบเห็นหรือมีข้อมูลเกี่ยวกับการลักลอบเพาะเลี้ยงแจ้งได้ที่บก.ปทส. ได้ตลอด24 ชั่วโมงอีกด้วย