FSG OUT !!! สามารถมองได้ว่าเฟนเวย์ฯกำลังทำร้ายลิเวอร์พูล !?v
#SSxKMD | โจ โกเมซ เริ่มต้นกลับมายืนเซ็นเตอร์แบ็คตัวจริงได้สวยหรูในเกมชนะแมนฯซิตี ทั้งเป็นแมนออฟเดอะแมตช์และมีเสียงเชียร์ให้ติดทีมชาติอังกฤษไปเวิลด์คัพ แต่สี่นัดถัดมาดีที่สุดแค่เสมอตัว ซ้ำร้ายมีส่วนทำให้เสียประตูนัดพ่ายรองบ่อนอย่างฟอเรสต์และลีดส์
อเล็กซ์ มาโลน จากสื่อ This is Anfied นิยามการส่งบอลคืนหลังให้อลิสซอน ของปราการหลังวัย 25 ที่ใส่พานทองให้โรดริโกยิงเข้าโล่งๆในนาทีที่ 4 ว่า the most basic of errors ขณะที่เยอร์เกน คล็อปป์ เปรียบเปรยว่า freakish goal
แต่ดูเหมือนเดอะค็อปกลุ่มหนึ่งเมินที่จะพูดถึงความผิดพลาดของโกเมซแต่หันไปให้น้ำหนักกับ FSG หรือเฟนเวย์ สปอร์ตส์ กรุ๊ป กลุ่มทุนจากสหรัฐอเมริกา ซึ่งนำความสำเร็จมาสู่ลิเวอร์พูลทั้งแชมป์พรีเมียร์ลีก, แชมเปียนส์ลีก, เอฟเอ คัพ, ลีกคัพ, ฟีฟา คลับ เวิลด์ คัพ, ยูฟา ซูเปอร์ คัพ และคอมมูนิตี ชิลด์ นับตั้งแต่เทคโอเวอร์สโมสรเมื่อปี 2010
เริ่มมีกระแสแฮชแท็ก #FSGOUT ก่อตัวขึ้นบนทวิตเตอร์ (แถมมี #KLOPPOUT แทรกด้วยมาด้วย) ขณะที่จาค็อบ แรนสัน จากสื่อ Daily Mail เปรียบเปรยว่า FSG กำลัง “ฆาตรกรรม” สโมสรเพราะไม่ยอมลงทุนพัฒนาขุมกำลังผู้เล่น
หลายเดือนที่แล้ว ลิเวอร์พูลเพิ่งได้รับคำชมเรื่องการสรรหานักเตะ (recruit), มีการวางแผนสร้างสายเลือดใหม่เข้ามาทดแทนช่วง 1-2 ปี, มีการพูดถึง Portugese Connection ที่นำนักเตะอนาคตไกลทั้งเชื้อสายโปรตุกีสหรือจากปรีไมราลีกาอย่างโซตา, ดิอาซ, นูนเญซ และคาร์วัลโญ, มีการยกย่องแนวทางทำงานของจูเลียน วอร์ด ผู้อำนวยการด้านกีฬา รวมถึงเสียงชื่นชมที่ปิดจ็อบตลาดซัมเมอร์อย่างรวดเร็วหลังเซ็นสัญญาครบเป้าหมายทั้งสามคือ นูนเญซ, คาร์วัลโญ, แรมเซย์
มีแม้กระทั่งเสียงเห็นด้วยกับคล็อปป์ที่ออกมาให้ความเห็นว่า ขุมกำลังแดนกลางที่มีอยู่พร้อมใช้งานในซีซัน 2022-23 จุดประกายให้มองไปถึง “สตาร์มิดฟิลด์ใหม่” ในตลาดซัมเมอร์ปีหน้าและจูด เบลลิงแฮม กลายเป็นชื่อที่ถูกพูดถึงจากวันนั้นจนวันนี้ ขณะที่การปล่อยกองหน้าถึงสามคน มาเน, มินามิโนะ และโอริกี ก็ไม่โดนวิจารณ์ในแง่ลบนัก
จนกระทั่งมิดฟิลด์เริ่มทยอยบาดเจ็บในปรีซีซัน คล็อปป์ออกมายอมรับว่าตัวเองผิด นักข่าวถูก เรื่องการไม่ยอมซื้อกองกลางเพิ่ม จนต้องเร่งเซ็นยืมอาร์ตูร์มาจากยูเวนตุส ตามมาด้วยฟอร์มในสนามที่ย่ำแย่ชนิดที่จิ้มไปตรงไหนก็เป็นแผลได้ทั้งนั้น แม้กระทั่ง “อาถรรพ์เจ็ดปี” ของคล็อปป์ ยังถูกหยิบมาเป็นเหตุผลได้
หลังแพ้ต่อลีดส์ ซึ่งแพ้สี่นัดบอลลีกก่อนหน้านี้และเคยถูกหงส์แดงยำเละ 0-6 ที่แอนฟิลด์ในเดือนกุมภาพันธ์ ก็ถึงคิว FSG เป็นเป้าการโจมตีของแฟนบอลบ้าง ตัวอย่างการระบายอารมณ์ของเดอะค็อปบนสื่อโซเชียล
“สโมสรลงทุนไม่พอ สโมสรปล่อยปละละเลย ถึงเวลาที่ต้องไปแล้ว #FSGOUT” , “ไม่ลงทุนในสโมสร ก็ไม่มีทางประสบความสำเร็จ FSG พาสโมสรมาถึงจุดนี้” , “ผู้คนเอาแต่ตำหนิความผิดพลาดส่วนบุคคล แต่เพิกเฉยช้างใหญ่ในห้องแอร์ การไม่ลงทุนกำลังฆ่าสโมสร สโมสรที่ผู้เล่นอายุมากเป็นอันดับสามของลีก จบข่าว” , “สิ่งที่เราทำได้ดีที่สุดตอนนี้ก็คือกระจายคำว่า #FSGOUT ออกไป” , “มีใครทำงานได้ดีกว่าเยอร์เกนอีกเหรอในสถานการณ์จำกัดจำเขี่ย” , “FSF ทำเหมือนกำลังพยายามเขี่ยคล็อปป์ทิ้ง น่าอับอายจริงๆ” , “พอกันทีสำหรับกลุ่มนักธุรกิจที่ไม่มีแพสชันหรือความรักต่อสโมสรที่งดงาม ไม่มีการลงทุนซื้อนักเตะเมื่อถึงเวลาจำเป็น พวกเขาคิดแต่เรื่องเงิน คล็อปป์ถูกใช้เป็นแพะรับบาป เราต้องการ #FSGOUT”
สถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับเฟนเวย์ สปอร์ตส์ กรุ๊ป ในตอนนี้ก็เหมือนกับกองเชียร์แมนฯยูไนเต็ดโจมตีตระกูลเกลเซอร์ มหาเศรษฐีอเมริกัน มาตลอดจนในที่สุดก็ต้องผ่าตัดโครงสร้างบริหาร, ให้อิสระเต็มที่และสนับสนุนแผนงานของเอริก เทน ฮาก รวมถึงทุ่มเงินก้อนโตแบบด่วนๆไปกับมาร์ติเนซ, กาเซมิโร และแอนโทนี แน่นอนนี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการซื้อ!!!
ลืมอภิมหาโปรเจ็กต์เบลลิงแฮมกลางปีหน้าไปก่อน เบน บอคแซค จากสื่อ Liverpool FC NEWS มองว่า วอร์ดและ FSG ต้อง “จ่าย” ตอบสนองความต้องการของคล็อปป์ในตลาดเดือนมกราคม อย่างน้อยกองกลาง 1 คน และกองหน้า 1 คน แบบใช้งานได้ทันที
ทางด้านแกรม ซูเนสส์ อดีตนักเตะและผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล ให้มุมมองผ่าน Sky Sports ว่า กองกลางเป็นปัญหาเร่งด่วนที่ต้องเร่งแก้ไขเพราะเป็นขุมกำลังที่เปราะบางที่สุดทั้งอายุตัวหลักและผู้เล่นบาดเจ็บ
“มองไปที่กองกลาง ติเอโก 31, เฮนเดอร์สัน 31, ฟาบินโญ 29 แล้วก็ คิเอตา 27 ส่วนออกซ์เลด-แชมเบอร์เลน 29 ยังเล่นไม่ได้ ส่วนโจนส์ 21 และเอลเลียตที่ลงตัวจริงก็แค่ 19 พวกคุณรู้ดีว่านี่เป็นลีกที่หินมากๆและยาวนานถึงเก้าเดือน แล้วจะหวังให้นักเตะหนุ่มสองคนเข้ามาแล้วพาทีมไปตลอดรอดฝังหรือ อย่างที่ผมเคยพูดไว้ต้นซีซัน มิดฟิลด์ที่ลิเวอร์พูลมีไม่ได้เป็นมิดฟิลด์ที่จะพาทีมคว้าโทรฟีรายการใหญ่อีกต่อไปแล้ว”
ดูเหมือนว่า กลุ่มทุนอเมริกันไม่มีทางเลือกอื่นนอกจาก “จัดงบซื้อ” ในตลาดหน้าหนาว และหวังจะได้นักเตะที่ใช่เข้ามาเติมคุณภาพทีม ไม่นับที่หวังให้เบรกบอลโลกช่วยเยียวยา "สมาน" นักเตะชุดปัจจุบัน และทุกอย่างให้กลับมา "เข้าที่" เข้าทางอีกครั้ง
เรียบเรียง: KMD Content Team
อ้างอิง: Daily Mail England