โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โควิดก็ทำอะไรไม่ได้..คุยกับเจ้าของสถาบันสอนตรวจกระเป๋าแบรนด์เนม ธุรกิจสวนกระแส ยุคโควิด

INTERVIEW TODAY เผยแพร่ 06 ต.ค. เวลา 21.00 น.

ไฮไลต์

  • โควิดที่ผ่านมา ธุรกิจที่ได้รับผลกระทบน้อยกว่าธุรกิจอื่นก็คือสินค้าแบรนด์เนม ล็อกดาวน์ ห้างปิด แต่คนก็ยังซื้อ-ขายของแบรนด์เนมกันเป็นปกติ ทำให้ธุรกิจรับตรวจแท้-ปลอมสินค้าแบรนด์เนมพลอยสดใสไปด้วย
  • เมื่อไม่รู้ว่าสินค้าแบรนด์เนมนั้น แท้หรือปลอม จะไปถามใครก็ยาก สู้เรียนรู้ไปเลยง่ายกว่า กลายเป็นที่มาของสถาบันฯ The Catch Fake Brandname สอนดูกระเป๋าแท้ปลอม ที่แรกและที่เดียวที่เปิดสอนคอร์สเกี่ยวกับแบรนด์เนม เพื่อฟันธงว่าสินค้านั้น แท้หรือปลอม
  • “จบอะไรมา ถึงเปิดสอนดูกระเป๋าแท้-ปลอม” คำถามจี้ใจ ที่เจ้าของสถาบันบอกว่าไม่มีที่ไหนเปิดสอน ความรู้ทั้งหมดได้มาจากความชอบ และประสบการณ์ที่สั่งสมกับเพื่อน ๆ มา 10 กว่าปี เจ็บมาเยอะกว่าจะกลายเป็นครูสอนทางด้านนี้และช่วยฟันธงให้กับคนที่เกือบจะโดนหลอกด้วยเหมือนกัน

สถานการณ์โควิดที่ผ่านมากินเวลาเกือบ 2 ปี ทำเอาหลายธุรกิจต้องล้มหายตายจาก ปิดตัวไปเป็นจำนวนมาก แต่ท่ามกลางวิกฤตก็เป็นโอกาสสำหรับบางธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสินค้าแบรนด์เนม ที่ดูเหมือนว่าช่วงโควิดที่ผ่านมาจะได้รับผลกระทบน้อยกว่าธุรกิจอื่น ๆ แม้ช่วงแรกจะยังตั้งหลักไม่ได้ แต่เมื่อปรับตัวได้แล้ว ก็กลายเป็นธุรกิจติดปีกที่โควิดก็ทำอะไรไม่ได้

ธุรกิจที่ว่านี้ก็คือการสอนและรับตรวจแท้-ปลอมสินค้าแบรนด์เนม ของสถาบัน The Catch Fake Brandname ที่ทั้งรับสอนดูกระเป๋าแบรนด์เนม แท้-ปลอม บริการตรวจสอบ และสอนทำสปากระเป๋าแบรนด์เนม เรียกว่าเป็นบริการครบวงจรที่เกี่ยวข้องกับสินค้าแบรนด์เนม ซึ่งมีมูลค่ามหาศาล

สถาบัน The Catch Fake Brandname เริ่มต้นจากกลุ่มเพื่อนที่มีใจรักในสินค้าแบรนด์เนม 3 คน ได้แก่ คุณพิชญ์พงศ์ กิจพิทักษ์ (ครูพิช) คุณสุนิสา เอกวิทยาเวชนุกูล (ครูเจี๊ยบ) และคุณชานนท์ แตงโสภา (ครูเอ็ดดี้) ที่รวมตัวกันเพราะไม่อยากให้คนโดนหลอกขายกระเป๋าแบรนด์เนม กลายเป็นการช่วยตรวจกระเป๋าแบรนด์เนมให้ฟรี ๆ จนกระทั่งเปิดเต็มรูปแบบเป็นสถาบันสอนสอนดูกระเป๋าแบรนด์เนม แท้-ปลอมครบวงจร

คุณพิชญ์พงศ์ กิจพิทักษ์ (ครูพิช) คุณสุนิสา เอกวิทยาเวชนุกูล (ครูเจี๊ยบ) และคุณชานนท์ แตงโสภา (ครูเอ็ดดี้)

“เริ่มต้นจาก 3 คนที่รักในสินค้าแบรนด์เนมเหมือนกัน ชอบกระเป๋าแบรนด์เนมเหมือนกัน ก็เลยรวมกลุ่มกันตั้งเป็นกลุ่มในเฟซบุ๊ก ชื่อกลุ่มห้องตรวจสอบกระเป๋าแบรนด์เนม ตอนนั้นเป็นการตรวจฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย มีคนเข้าร่วมกลุ่มประมาณ 6 หมื่นคน ก็ช่วยดู ช่วยตรวจในกลุ่มเฟซบุ๊กอยู่ประมาณ 5-6 ปี ให้คนที่เดือดร้อนเรื่องกระเป๋าแบรนด์เนม ซื้อของปลอม หรืออะไรมาลงถามได้ฟรี แล้วเราก็จะไปตอบให้ว่าเป็นของแท้ไหม

“หลัง ๆ มาเริ่มมีสมาชิกในกลุ่มเรียกร้องว่าอยากให้เปิดสอน ซึ่งปกติก็จะสอนให้ฟรีในกลุ่มนั้นอยู่แล้ว เช่น ทริคในการดูของแต่ละแบรนด์ ก็ไม่ได้มีค่าใช้จ่ายในการสอนหรืออะไร แต่มีบางคนที่เค้าอยากให้เราเปิดสอนอย่างจริงจัง กลายเป็นที่มาให้เปิดสถาบัน The Catch Fake Brandname และมีหลักสูตรสอนตรวจสินค้าแบรนด์เนมโดยเฉพาะขึ้นมา”

“จบอะไรมา เอาอะไรสอน” คำถามจี้ใจที่อยากบอกว่าที่นี่คือสถาบันแรกที่เปิดสอนเรื่องแบรนด์เนม

“ก่อนหน้านี้มีคำถามมาเยอะมากว่าจบอะไรมา ถึงมาเปิดสอนได้ คือจริง ๆ ก็ไม่มีที่ไหนเปิดสอนตรวจกระเป๋าแบรนด์เนมแบบนี้ เราเป็นที่แรกที่เปิดสอนการดูแท้-ปลอมสินค้าแบรนด์เนม ซึ่งเกิดจากความชอบ และประสบการณ์มาสั่งสมมาของพวกเรา 3 คน

“ที่สำคัญเคยโดนหลอกแล้วซื้อของปลอมมาแล้วเหมือนกัน ตอนแรกที่ยังดูไม่เป็น ไม่มีความรู้อะไรเลย ก็อาศัยเดินเข้าไปตามร้านแบรนด์เนมมือสอง แล้วทำเหมือนจะไปขาย ถ้าเค้ารับก็แปลว่าแท้ ไม่รับก็แปลว่าปลอม รู้สึกยากลำบาก เวลาต้องเข้าไปถามแท้-ปลอมด้วยวิธีนี้ คิดว่าถ้าเรารู้เอง หรือมีใครสักคนมาช่วยได้ก็คงดี

“จากตรงนั้นก็เลยเริ่มจากการศึกษาอย่างจริงจัง ซื้อเอง ใช้เอง ขายแบรนด์เนมมือสองด้วย คลุกคลีกับสินค้าแบรนด์เนมมาหลายปี บวกกับความชอบทำให้หาข้อมูล ความรู้ทางด้านนี้เก็บสะสมไปเรื่อย ๆ เกือบ 10 ปี พอเราเริ่มรู้มากขึ้นก็อยากช่วยคนอื่นที่ไม่รู้ ก็เลยไปสร้างกลุ่มตรวจสอบฯ และสุดท้ายก็มาเปิดเป็นสถาบันฯ เมื่อ 4 ปีที่แล้ว เอาความรู้ตรงนี้ไปทำเป็นหลักสูตรการสอน เพื่อเผยแพร่ให้กับคนที่สนใจ”

อาชีพฉายแสงในช่วงโควิด

“ที่ผ่านมาเราเปิดสอนมาแล้ว 70 กว่ารุ่น สอนตั้งแต่พื้นฐานเลย ก่อนการเรียนจะสัมภาษณ์ก่อนว่ามีพื้นฐานเกี่ยวกับเรื่องสินค้าแบรนด์เนมแค่ไหน เป็นคนใช้ของแบรนด์เนมหรือเป็นแม่ค้า ถ้าเป็นคนใช้สินค้าก็มักจะไม่ค่อยมีพื้นฐานเกี่ยวกับเรื่องแบรนด์เนมมากนัก คือมีความชอบ แต่อาจจไม่รู้ดีเทลต่าง ๆ เท่ากับคนที่เป็นแม่ค้า

“พอเรียนจบ ก็จะได้รับใบประกาศ ที่สำคัญเราจะมีกรุ๊ปไลน์ของนักเรียนที่รวมกลุ่มผู้เรียนทั้งหมดที่เคยเรียนกับสถาบันฯ เพื่อพูดคุย แลกเปลี่ยน ปรึกษาเกี่ยวกับสินค้าแบรนด์เนม และมีห้องขายกระเป๋าให้ผู้เรียนได้ฝึกขายสินค้าแบรนด์เนมของเพื่อน ๆ เอารูปกระเป๋าของรุ่นพี่ รุ่นน้องที่มาเรียนด้วยกัน ไปขายต่อบวกกำไร โดยไม่ต้องลงทุนสักบาท ตรงนี้เป็นเครือข่ายผู้เรียนของเราที่จะได้แลกเปลี่ยนวิชากัน ถ้าจะถามสินค้าแท้-ปลอมก็จะมีเพื่อน ๆ คอยช่วยตอบ มีครูคอยช่วยบอกอยู่ในกรุ๊ปไลน์ด้วย

“ตรงนี้ถือว่าเป็นคอนเน็กชั่นที่ดีสำหรับคนที่มาเรียน อย่างน้อยก็ได้รู้จักกับเพื่อนต่างอาชีพ คนที่มาเรียนไม่ใช่มีแต่คนทั่วไป หรือแม่ค้าอย่างเดียว มีทั้งแอร์โฮสเตส แพทย์ พยาบาล ทนาย ตำรวจ ศุลกากร ดาราก็เคยมาเรียนด้วยกัน ทำให้เครือข่ายของเราค่อนข้างแน่น สามารถพูดคุย แลกเปลี่ยนความรู้กันได้

“ยิ่งช่วงโควิดแบบนี้ คนที่มาเรียนสามารถนำไปประกอบอาชีพได้เลย ที่ผ่านมามีคนสนใจมาเรียนเพื่อไปทำเป็นอาชีพเยอะมาก คลาสก่อนหน้านี้มีแอร์โฮสเตสจากสายการบินต่างชาติมาเรียนพร้อมกัน 3 คน ทั้งหมดเพิ่งตกงานในช่วงโควิด ด้วยความที่เป็นแอร์โฮสเตสทำให้คุ้นเคยกับของแบรนด์เนมอยู่แล้ว พอมาเรียนก็เพิ่มความรู้และเอาไปประกอบอาชีพได้ด้วย

“ช่วงที่ผ่านมามีคนมาเรียนเพื่อไปทำป็นอาชีพกันเยอะ มีทั้งที่มาจากโรงรับจำนำ มาจากร้านทอง เพราะยุคสมัยมันเปลี่ยนไป สมัยก่อนคนอาจจะเก็บทอง ซื้อทองกัน แต่เดี๋ยวนี้ของแบรนด์เนมก็เป็นการลงทุนอย่างหนึ่ง สามารถเปลี่ยนเป็นเงินได้คล่องกว่าของบางอย่างด้วย ทำให้มีคนจากโรงรับจำนำมาเรียนกันเป็นปรากฎการณ์เลย เพื่อจะได้ไม่เสียโอกาสในการรับจำนำสินค้าแบรนด์เนมไป

“ที่สำคัญช่วงโควิดสิ่งที่ไม่ได้รับผลกระทบเลยก็คือสินค้าแบรนด์เนม ของแบรนด์เนมยังขายดีเป็นปกติ ยอดขายไม่ได้ตกลงเลย ทั้ง ๆ ที่มีล็อกดาวน์ ห้างสรรพสินค้าปิด แต่พอปิดประเทศทำให้นักช็อปทั้งหลายบินไปช็อปต่างประเทศไม่ได้ พอไปไม่ได้ก็ช็อปภายในประเทศแทน ใครเคยมีของก็เริ่มเอาออกมาปล่อย พอของขายได้ ก็ซื้อชิ้นใหม่ กลายเป็นว่าแวดวงสินค้าแบรนด์เนมยังคงซื้อขายกันเป็นปกติ”

ความน่ากลัวในแวดวงนี้ก็คือ ยิ่งปลอม ยิ่งเหมือน

“สมัยก่อนของแบรนด์เนมจะมีขายราคาโจร ก็คือราคาที่ถูกกว่าราคาตลาดมาก ๆ อาจจะอ้างว่าร้อนเงินหรือมีตำหนิอะไรก็ตาม เพื่อล่อคนให้มารีบซื้อ ถ้าเห็นแก่ของถูกไปซื้อมา ก็โดนหลอกไปเต็ม ๆ

“แต่เดี๋ยวนี้ของปลอมจะขายราคาใกล้เคียงกับของแท้ เพื่อไม่ให้จับผิดง่าย เช่น สินค้าราคาประมาณ 2 หมื่น ของปลอมก็จะขาย 18,000-19,000 บาท คนซื้อก็ไม่เอะใจเรื่องราคา เพราะถ้าปลอมก็คงไม่กล้าขายราคานี้ ถ้าเป็นแต่ก่อนยังมีเรื่องราคาที่พอดูได้ แต่ตอนนี้ราคาบอกอะไรไม่ได้แล้ว

“ด้วยความยิ่งปลอม ยิ่งเหมือน ทำให้สถาบันฯ ต้องอัปเดตตำราและวิธีการตรวจสอบกันตลอดเวลา ปกติสินค้าแบรนด์เนมแท้ ก็จะมีเทคโนโลยีต่าง ๆ เพื่อปรับหนีของปลอมไม่ให้มาเลียนแบบได้เรื่อย ๆ เช่น Louis Vuitton (หลุยส์ วิตตอง) เมื่อก่อนจะมี Date code เพื่อดูว่าเป็นของแท้หรือของปลอม แต่พอของปลอมลอกเลียนแบบได้ หลุยส์ วิตตองก็พัฒนาไปอีก ตอนนี้ไม่มี Date code แล้ว แต่เปลี่ยนเป็นการฝังชิปภายในสินค้าแทน เพื่อกันไม่ให้ของปลอมลอกเลียนแบบ

“อย่างก่อนหน้านี้ Chanel (ชาแนล) ของแท้ต้องดูที่เลข Hologram ในกระเป๋าก็บอกได้ ตอนนี้ของปลอมก็ทำได้เหมือนเป๊ะ จนชาแนลต้องพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อไม่ให้สินค้าลอกเลียนแบบได้ เรียกว่าผ่านไปไม่กี่ปี ของปลอมก็ทำออกมาได้เหมือนเป๊ะแล้ว ทำให้เรา ในฐานะคนตรวจสอบ คนสอนต้องอัปเดตตำราและข้อมูลต่าง ๆ เหล่านี้กันตลอด เป็นเหตุผลที่เราต้องเปลี่ยนตำราที่ใช้สอนกันเป็นประจำ

“ปัจจุบันเกือบทุกแบรนด์เริ่มใช้ระบบฝังชิป เริ่มค่อย ๆ ทยอยเอาการ์ดออกจากสินค้า เพื่อป้องกันการปลอมแปลง แม้ตอนนี้ของปลอมจะยังเลียนแบบการฝังชิปไม่ได้ แต่ด้วยพัฒนาการที่ผ่านมา เชื่อว่าเร็ว ๆ นี้ของปลอมก็ต้องพยายามเลียนแบบเรื่องการฝังชิปอยู่ดี

“หลายเคสที่เคยสอนแล้วต้องมาปรับกันใหม่หมด เช่น เคยสอนนักเรียนว่าถ้าดูชาแนล ต้องดูที่ขอบ ถ้าเป็นขอบแดงสามารถตีแท้ได้เลย หรือจะเป็นเรื่องการ์ดที่มาพร้อมกับสินค้าของชาแนล การ์ดของจริงจะมีติ่ง เป็นติ่งที่เหมือนกับหักมาจากซิมการ์ด ถ้ามีแบบนี้ก็ตีว่าเป็นของแท้ได้

“ปรากฏว่าหลังจากสอนไป 50 กว่ารุ่น ของปลอมสามารถขอบแดงออกมาได้ ทำติ่งที่ติดกับการ์ดออกมาได้เหมือนกันเป๊ะ ทำให้เราต้องปรับหลักสูตรกันใหม่ อัปเดตนักเรียนกันใหม่ทั้งหมด จากเคสพวกนี้ทำให้สันนิษฐานได้ว่าไม่ว่าของแท้จะปรับหนียังไง ของปลอมก็ทำให้เหมือนจนได้อยู่ดี”

กระเป๋าปลอมราคาหลายหมื่นก็ต้องซื้อ เพื่ออัปเดตความรู้ของปลอม

“อย่างที่บอกว่าของแท้-ปลอม เค้าอัปเดตเทคโนโลยี และพัฒนาตลอดเวลา เราเองก็ต้องอัปเดตสินค้าตลอดเหมือนกัน ไม่ว่าแบรนด์จะออกสินค้าอะไรมาใหม่ ๆ ก็ต้องตามซื้อ เพื่อเก็บรายละเอียด ดูสินค้า เรียนรู้ และถ่ายทอดให้กับนักเรียน และไม่ใช่ซื้อแค่กระเป๋าของจริงอย่างเดียว กระเป๋าปลอมที่ลอกเลียนแบบมา ก็ต้องซื้อด้วยเหมือนกัน

“ซื้อกระเป๋าปลอม เพื่อดูว่าของปลอมเค้าพัฒนาตามไปถึงไหนแล้ว มีความเหมือนตรงไหน ต้องดูตรงไหน จับผิดตรงไหน อย่างกระเป๋าปลอมที่เคยซื้อเพื่อเอามาเรียน ก็ราคาหลายหมื่น เพื่อจะมาเปรียบเทียบและสัมผัสว่าปลอมได้เหมือนแค่ไหน

“แบรนด์ที่ถูกปลอมมากที่สุดในบ้านเรา คือหลุยส์ วิตตอง อาจเป็นเพราะคนไทยชื่นชอบ การออกแบบถูกใจคนไทย ถ้าพูดถึงกระเป๋าแบรนด์เนม คนส่วนใหญ่ก็จะนึกถึงหลุยส์ วิตตอง อีกอย่างคือดาราใช้เยอะ คนส่วนใหญ่ก็อยากจะใช้ตามดารา ทั้งราคาก็ไม่ได้สูงมากเมื่อเทียบกับแบรนด์เนมแบรนด์อื่น ๆ เรียกว่าถ้าจะซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมใบแรก คนส่วนใหญ่ก็จะซื้อหลุยส์ วิตตอง ทำให้โดนปลอมเยอะที่สุด และปลอมเหมือนมากที่สุดด้วย

“ถ้าเป็นเรื่องความยาก-ง่ายในการตรวจสอบ จริง ๆ เรื่องสินค้าที่เอามาให้ตรวจไม่ได้ยากเลย แต่สิ่งที่ยากก็คือรูปถ่าย ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่มาก เพราะบางทีถ้าเป็นคนทั่วไปที่ไม่ได้คลุกคลีกับของแบรนด์เนมก็จะไม่เข้าใจว่าต้องถ่ายรูปตรงไหน ถ่ายจุดไหนเป็นพิเศษ ถึงจะตอบให้ได้ว่าเป็นของแท้หรือของปลอม

“ส่วนแบรนด์ที่ตรวจยากที่สุดน่าจะเป็น Hermès (แอร์เมส) เพราะเป็นกระเป๋าที่แพงที่สุด ดังนั้นเวลาปลอมก็จะลงทุนในการปลอมได้มาก ราคาของจริงอยู่ที่ประมาณ 5 แสนบาทขึ้นไป ส่วนราคาของปลอมขายกันหลักแสนก็มี เวลาปลอมก็จะเลือกวัสดุที่ดีมากใกล้เคียงกับของจริงให้มากที่สุด ทำให้ตรวจสอบได้ยาก และต้องดูจากของจริงเท่านั้น ต้องส่องกันอย่างหนักถึงจะบอกได้ว่าเป็นของแท้หรือปลอม”

เมื่อแบรนด์เนมไม่ใช่สินค้าฟุ่มเฟือย แต่กลายเป็นสินค้าเพื่อการลงทุน

“เดี๋ยวนี้คนเราลงทุนกับสินค้าแบรนด์เนมกันเยอะขึ้น กำไรจากการซื้อ-ขายกระเป๋าแบรนด์เนมบางแบรนด์ก็คุ้มค่ากว่าการเล่นหุ้นซะอีก เพราะอย่างน้อยเราก็ได้จับ ได้ใช้กระเป๋า อย่างเมื่อต้นปี กระเป๋าชาแนล รุ่นคลาสสิก ขายกันประมาณ 2.3 แสน แต่ปัจจุบันราคาไป 2.5 แสนเรียบร้อยแล้ว เรียกว่าเก็บไว้ราคาก็ขึ้น ทำกำไรได้

“กระเป๋าแบรนด์เนมบางแบรนด์ไม่เคยลดราคาเลย อย่างชาแนลหรือแอร์เมสทุกปีจะมีการปรับราคากระเป๋าขึ้นตลอด ยิ่งหายาก ราคายิ่งดีดขึ้นไปไกล เช่น กระเป๋าหลุยส์ วิตตองรุ่นหนึ่ง ราคาในช็อปขายประมาณ 5 หมื่น แต่พอญาญ่า อุรัสยาเอามาถือ ทำให้ในช็อปไม่มีของ ราคาร้านข้างนอก มือสองขายกันถึง 9 หมื่นบาท

“เมื่อปีที่แล้ว มีกระเป๋าหลุยส์ วิตตองรุ่นหนึ่ง ชมพู่ อารยาใช้แล้วถ่ายลงไอจี ก่อนหน้านี้มือสองขายกันประมาณ 5-6 พันบาท แต่พอชมพู่ อารยา หยิบมาใช้ ราคามือสองพุ่งขึ้นไปเป็น 2-3 หมื่นบาท หรือกระเป๋า Céline (ซีลีน) ที่ลิซ่า แบล็กพิงก์ถือ ก็เป็นรุ่นหายาก และราคาไปไกลแล้วเหมือนกัน ซึ่งมันก็ถือเป็นการลงทุนอย่างหนึ่ง แต่ก็ต้องลงทุนให้ถูกแบรนด์ ถูกรุ่นด้วย ไม่ใช่ทุกแบรนด์ ทุกรุ่นที่ดาราใช้แล้ว ราคาจะพุ่งขึ้น มันแล้วแต่รุ่นอีกเหมือนกันว่าคนนิยมมากน้อยแค่ไหน”

มาถึงตรงนี้หลายคนน่าจะรู้แล้วว่าในวิกฤตก็ยังมีโอกาสเสมอ และอาชีพรับตรวจสินค้าแบรนด์เนมก็ยังไปได้อีกไกล เพราะสินค้าแบรนด์เนมก็ครองใจคนทั่วโลกอยู่แล้ว ทำให้ยังไงก็หนีของลอกเลียนแบบไปไม่พ้น ถ้าสนใจชื่นชอบแบรนด์เนมเป็นทุนอยู่แล้ว ลองปรึกษา The Catch Fake Brandname ห้องตรวจสอบกระเป๋าแบรนด์เนม ได้เลย เผื่อจะได้อาชีพใหม่ที่กำลังฉายแสงที่สุดในตอนนี้