Ecolotech ดึงอากาศมาผลิตน้ำดื่มออร์แกนิก แก้ปัญหาโลกร้อนอย่างยั่งยืน
สภาวะโลกร้อนส่งผลกระทบต่อปัญหาขาดแคลนน้ำ โดยรายงานจากที่ประชุม World Economic Forum ระบุว่า 25% ของประชากรโลกประสบกับวิกฤตน้ำแล้ว และภายในปี 2025 จะเพิ่มเป็น 60% ขณะที่ รายงานจากสหประชาชาติพบว่าประชากรมากกว่า 2 พันล้านคน อาศัยอยู่ในประเทศที่ประสบกับวิกฤตน้ำในระดับสูง โดยเฉลี่ยจำนวนประชากร 10 คน จะมีเพียง 3 คนที่เข้าถึงน้ำดื่มสะอาด ภายในปี 2040 สตรีและเด็กหญิงในทุก ๆ 8 ครัวเรือนจาก 10 ครัวเรือนต้องแบกภาระออกไปหาน้ำจากพื้นที่ไกลออกไป
ในเขตเมือง การขาดแคลนน้ำดื่มสะอาดก็สร้างปัญหาด้วยเช่นกัน ผู้บริโภคจำเป็นต้องซื้อน้ำดื่มสะอาดที่บรรจุอยู่ในขวดที่ตอบโจทย์เรื่องความสะอาดและมีการตลาดที่แข็งแกร่งสร้างความมั่นใจให้อยู่ตลอดเวลา ผลคือประเทศไทยมีการผลิตขวดพลาสติกเพื่อบรรจุน้ำดื่มถึงปีละกว่า 5 หมื่นล้านขวด ซึ่งมีเพียง 20% เท่านั้นที่เข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลได้ ส่วนที่เหลือถูกนำไปฝังกลบซึ่งจะสร้างมลพิษให้กับน้ำใต้ดินต่อไป
ด้วยมองเห็นปัญหาการขาดแคลนน้ำดื่มสะอาดที่จะหนักหนามากขึ้นในอนาคต พร้อมกับการตั้งคำถามที่ว่าจะมีวิธีใดหรือไม่ในการทำธุรกิจน้ำดื่มที่ไม่สร้างภาระให้โลกจากปัญหาขยะขวดพลาสติก ทำให้คุณภาคภูมิ มะหะสิทธิ์ หรือ “บ๊อบบี้” อดีตนักธุรกิจด้านเวชสำอางในปารีส ผู้มีประสบการณ์ทำงานกว่า 20 ปีกับบริษัทชั้นนำระดับโลกในประเทศฝรั่งเศส ตัดสินใจหันมาทำธุรกิจแรกในไทยด้วยการจำหน่าย “เครื่องผลิตน้ำดื่มจากอากาศ” โดยก่อตั้งบริษัทอีโคโลเทค (Ecolotech) ขึ้นตั้งแต่ปี 2556 บนพื้นฐานความเชื่อที่ว่า การจัดการทรัพยากรธรรมชาติที่ยั่งยืนต้องใช้ควบคู่ไปกับเทคโนโลยีที่ออกแบบมาอย่างพิเศษ
คุ้ยขยะหาคำตอบ
ย้อนไปเมื่อเกือบ 10 ปีก่อน คุณบ๊อบบี้ นักธุรกิจด้านเวชสำอางและซีอีโอ สถาบันวิจัยเวชสำอาง Institut De Beaurepaire : Paris ต้องกลับมาอยู่เมืองไทยเพื่อดูแลคุณพ่อคุณแม่ ทำให้ต้องมองหาธุรกิจที่จะทำในเมืองไทยไปด้วย
ความคิดเขาขณะนั้นคือหากจะทำเวชสำอางให้เป็นแบรนด์ติดตลาดก็ต้องใช้เงินลงทุน 20-30 ล้านบาท ประกอบกับประสบการณ์ที่คลุกคลีในวงการดังกล่าวถึง 10-20 ปี ก็เริ่มเบื่อและรู้สึกผิดที่สร้างมลภาวะให้โลกมาหลายปี กระทั่งวันหนึ่งมีเหตุการณ์ที่กลายเป็นจุดเริ่มต้นของธุรกิจน้ำดื่มจากอากาศเป็นแห่งแรกในประเทศไทย
“พอดีวันนั้นเดิน ๆ อยู่ ไปเจอถุงขยะริมถนนสีลม ซึ่งประสบการณ์ในการทำงานสอนว่าถ้าคุณไปดูตลาดประเทศไหน อยากรู้ว่าคนกินอะไรให้เปิดถังขยะดู จะเห็นว่าขยะมีอะไรบ้าง ผมพบว่าในกองขยะของกรุงเทพฯ มีขวดน้ำพลาสติกมหาศาล ต่างจากปารีส จึงเกิดข้อสงสัยว่าการที่คนดื่มน้ำจากขวดแสดงว่าธุรกิจน้ำดื่มขวดน่าจะดี ขยะถึงมากขนาดนี้ พอศึกษาเพิ่มเติมถึงทราบว่า คนดื่มน้ำจากขวดพลาสติกเพราะสะดวกและคนไทยไม่ดื่มน้ำประปา” อดีตหนุ่มปารีเซียงแจง
จากการเห็นคนดื่มน้ำจากขวดพลาสติกนี้เองที่ได้นำมาสู่การตั้งคำถามว่าเราจะสามารถสร้างธุรกิจน้ำ โดยไม่สร้างขยะได้อย่างไร คำตอบที่ตัวเองได้รับก็คือการใช้เทคโนโลยี จากนั้นก็นำมาสู่การค้นหาเทคโนโลยีที่ดีกว่าน้ำกรอง เพราะภาคการเกษตรในเมืองไทยใช้สารเคมีจำนวนมากโดยปรากฏร่องรอยของสารเคมีในน้ำที่มาจากแม่น้ำเจ้าพระยา ดังนั้น การใช้เครื่องกรองน้ำประปานั้น แม้จะดื่มได้แต่ก็ก่อให้เกิดการสะสมของสารเคมีในร่างกาย
คุณบ๊อบบี้ใช้เวลาคิดหาสิ่งทดแทนเครื่องกรองน้ำเป็นเวลานาน วันหนึ่งขณะดูทีวีในปารีสได้เห็นการผลิตน้ำดื่มจากอากาศจากสารคดีเรื่องหนึ่ง เขาจึงโทรศัพท์ไปพูดคุยกับซีอีโอผู้พัฒนา ได้คำตอบว่าเพิ่งผลิตเครื่องต้นแบบเสร็จที่สหรัฐอเมริกา พอกลับมาไทยจึงได้ลองนำเครื่องดังกล่าวมาทดลองขาย พร้อม ๆ กับสังเกตการทำงานของเครื่องในแต่ละปีไปด้วยว่ามีปัญหาอะไรหรือไม่ อย่างไร ผู้บริโภครู้สึกอย่างไรกับการ “ดื่มอากาศ”
น้ำดื่มจากแนวคิด “The Perfect Water”
ครั้นถึงปีที่ 5 การเฝ้าสังเกตก็สิ้นสุดลง คุณบ๊อบบี้คิดว่าถึงจุดพัฒนาเทคโนโลยีของตัวเองได้แล้ว จึงเริ่มวางแผนพัฒนาเครื่องแรกของบริษัทขึ้น โดยได้รับทุนจากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) และถือเป็นคนไทยคนแรกที่คิดผลิตน้ำดื่มจากอากาศเช่นนี้ ต่อมาก็ได้รับการติดต่อจากหน่วยงานรัฐในประเทศเกาหลีใต้โดยแจ้งว่าที่นั่นก็มีสตาร์ทอัพที่ทำเรื่องแบบเดียวกัน และต้องการทำงานร่วมกัน ทำให้บริษัทมีโอกาสร่วมเป็นพาร์ตเนอร์กับสตาร์ทอัพในเมืองกวางจูของเกาหลีใต้ จนสร้างเครื่องต้นแบบแรกได้ในปี 2561 แต่ยังไม่ดีที่สุดอย่างที่ต้องการ จึงพัฒนาต่อโดยมีพาร์ตเนอร์จากประเทศหลัก ๆ ในยุโรป เช่น ฝรั่งเศส สวิตเซอร์แลนด์ สวีเดน เข้ามาร่วมกันพัฒนาเครื่องกัน
“ทุกคนต้องการออกนอกกรอบของการกรองน้ำแบบเดิม และเข้าใจว่าอนาคตโลกจะต้องมีปัญหาเรื่องน้ำ เราจึงต้องการพัฒนาเครื่องผลิตน้ำบนแนวคิดที่จะสร้างสรรค์ ‘The Perfect Water’ ด้วยกระบวนการใหม่ ๆ ซึ่งขณะนี้ถือว่าเรายังอยู่ในกระบวนการพัฒนา โดยสินค้าของบริษัทเครื่องแรกจะเป็นเครื่องขนาดเล็กสำหรับครอบครัวเล็ก ๆ อยู่กันไม่เกิน 3 คนก่อน เพราะผลสำรวจในตลาดโลกยังไม่มีเครื่องผลิตน้ำจากโมเลกุลอากาศที่มีขนาดเล็กระดับนี้ เราจึงเลือกตลาดกลุ่มครัวเรือนก่อน หากไม่มีอะไรผิดพลาดก็คาดว่าจะสามารถออกสู่ท้องตลาดได้ในกลางปีหน้า (2566) วางตัวเองเป็นสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ออกแบบโดยบริษัทเอง สามารถส่งขายตลาดโลกได้ และจะมีเครื่องสำหรับใช้ในพื้นที่สาธารณะ กลุ่มสำนักงาน เพื่อแก้ปัญหาคนพกกระบอกน้ำแต่ไม่มีแหล่งเติมน้ำนอกบ้าน”
นอกจากเครื่องผลิตน้ำดื่มทั้งสองประเภทแล้ว คุณบ๊อบบี้ยังระบุว่า บริษัทพัฒนาเครื่องผลิตน้ำสำหรับพื้นที่ขาดแคลน ทุรกันดาร เพื่อผลิตน้ำดื่มคุณภาพสูงให้คนยากจนในพื้นที่ห่างไกล อีกด้วย
“งานของเราคือการสร้างระบบผลิตน้ำดื่มคุณภาพสูงที่เชื่อถือได้ โดยบริษัทดำเนินกระบวนการเองทุกอย่าง และออกแบบการตลาด เพื่อให้ได้น้ำดื่มในราคาสมเหตุสมผล เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยสร้างเครื่องที่ใช้พลังงานน้อยที่สุด ปลอดขยะ และใช้งานได้ทุกที่ ควบคุมคุณภาพด้วยระบบคลาวด์ ทุกเช้าสามารถตรวจดูได้ว่าคุณภาพน้ำดื่มที่ออกจากแต่ละเครื่องเป็นอย่างไรจากข้อมูลเครื่องที่ส่งไปที่ Skylink ของ Elon Musk เช่น มีน้ำเหลืออยู่เท่าไร ค่าความสกปรกเท่าไร มีจุดสะดุดทำเครื่องเสียหรือไม่ ถ้าเป็นปัญหาซับซ้อนจะส่งช่างไปบริการที่นั่นเลย แต่สำหรับเครื่องที่ใช้ในบ้าน เราไม่ค่อยเป็นห่วง เพราะจากประสบการณ์ที่เราใช้เครื่องแบรนด์อื่นมานาน ทำให้เราสามารถพัฒนาเครื่องที่แข็งแรง คงทน ใช้งานได้นานเกิน 10 ปี เพราะนั่นคือนิยามการสร้างสินค้าเพื่อความยั่งยืนของเรา”
นวัตกรรมสร้างสมดุล “น้ำบนฟ้า” และ “น้ำบนดิน”
คุณบ๊อบบี้ได้กล่าวถึงการทำงานของเครื่องว่า น้ำที่ผลิตได้ไม่เป็นการรบกวนแหล่งน้ำธรรมชาติเลย แต่มาจากการดึงความชื้นในชั้นบรรยากาศ (ภาษาวิทยาศาสตร์เรียกว่า Atmospheric River) ซึ่งในสภาวะโลกร้อนได้เกิดการเผาหน้าน้ำ ทำให้น้ำขึ้นไปอัดอยู่บนอากาศ ไม่ตกลงมาเป็นฝน อากาศจึงมีน้ำเป็นเมฆหนา ๆ ความหนาแน่นเพิ่มขึ้นทุกวัน โดยทุก 1 องศาที่โลกร้อนขึ้นจะมีความชื้นบนเมฆเพิ่มขึ้น 7% พอเมฆอัดกันมากเข้า เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงเช่นมีความเย็นเพิ่มขึ้น เมฆก็จะปล่อยน้ำออกมาเหมือนเทน้ำในถังใส่ ทำให้เกิดน้ำท่วมทันที ขณะที่ตัวเครื่องของบริษัทจะดึงความชื้นจากเมฆมาทำน้ำดื่ม มีการออกแบบระบบ AI ที่ควบคุมให้เกิดความสมดุลระหว่างน้ำบนฟ้า กับน้ำบนดิน
นอกจากนี้ เครื่องยังได้รับการออกแบบให้ดูแลคุณภาพน้ำได้ตั้งแต่หยดแรกจากอากาศ โดยกระบวนการทั้งหมดเป็นออร์แกนิก ไม่มีสารเคมี ไม่มีการฆ่าเชื้อโรคด้วยสารเคมี ทั้งหมดใช้ไฟฟ้า ใช้กระบวนการทางธรรมชาติในการทำความสะอาด ดังนั้นผู้บริโภคจะได้น้ำดีเข้าสู่ร่างกาย ช่วยให้เซลล์ในร่างกายก็ทำงานได้ดีขึ้น ในเชิงสุขภาพ น้ำจากอากาศจึงเป็นยาชนิดหนึ่งที่มาช่วยเรื่องสุขภาพมนุษย์
และด้วยความเชื่อว่าการมีน้ำดื่มคุณภาพดีทำให้เกิดความยั่งยืนได้ ปรัชญาการทำงานของอีโคโลเทคจึงมุ่งมั่นในการพัฒนาเทคโนโลยีน้ำ (New Water Tech) เข้ามาช่วยบริหารจัดการ กรองน้ำสะอาด เพื่อพัฒนาน้ำดื่มคุณภาพดีให้แก่ทุกคน และไส้กรองที่รีไซเคิลได้ง่าย โดยได้แจกแจงแนวคิดในการทำงานที่ต้องตอบโจทย์ครอบคลุมใน 4 ด้าน ได้แก่
การทำธุรกิจ การพิจารณาว่าผลิตภัณฑ์ที่สร้างสรรค์ขึ้นมีความน่าตื่นตาตื่นใจจนผู้บริโภคต้องการซื้อหรือไม่ สามารถออกสู่ตลาดได้ไหม ขยายการเติบโตได้หรือไม่ รบกับคู่แข่งจากต่างประเทศเช่นจีนได้หรือไม่ ฯลฯ
การออกแบบผลิตภัณฑ์ มีความตื่นเต้นมากพอที่จะให้เกิดความต้องการซื้อไหม ทำให้ชีวิตผู้คนสะดวกสบายง่ายขึ้นหรือไม่ รู้สึกวางใจกับคุณภาพและความคุ้มค่าเงินหรือไม่ เป็นต้น
คุณค่าต่อสังคม เช่น ช่วยให้ผู้คนลดภาระในชีวิตประจำวันหรือช่วยสร้างความผ่อนคลายจากการใช้ชีวิตประจำวันได้ไหม สินค้าทำให้สังคมดีขึ้นหรือไม่
การดูแลสิ่งแวดล้อม ผลิตภัณฑ์ที่สร้างสรรค์ขึ้นสร้างมลพิษให้โลกหรือไม่ หรือช่วยให้โลกดีขึ้นแค่ไหน แก้ปัญหาถูกจุดหรือไม่ เป็นการแก้ปัญหาที่ดีที่สุดแล้วหรือยัง ฯลฯ
เดินเครื่องธุรกิจเต็มสูบ
ซีอีโออีโคโลเทคกล่าวต่อไปว่า หลังพัฒนาผลิตภัณฑ์จนใกล้จะวางตลาดก็นับได้ว่าธุรกิจค่อนข้างพร้อม เริ่มเห็นเป็นรูปเป็นร่างแล้ว ดังนั้น ปีนี้บริษัทจึงคิดเปิดระดมทุนเพื่อเดินหน้าธุรกิจต่อ ผ่านการเลือกนักลงทุนที่มีกรอบความคิดที่ดี มีความมุ่งมั่นเรื่องสิ่งแวดล้อมอย่างเห็นได้ชัด โดยบริษัทได้เจรจาไว้กับนักธุรกิจจากสหรัฐอเมริกา สิงคโปร์ ฝรั่งเศส
พร้อมกันนี้ยังวางแผนไปจดทะเบียนสำนักงานใหญ่ในยุโรป เพราะบริษัทยังได้พัฒนาเครื่องระดับพรีเมียมที่ต้องใช้วิศวกรของต่างประเทศทำ ทำให้ต้องใช้แบรนดิ้งของประเทศที่บริษัทจะไปจดทะเบียนสำนักงานใหญ่ในยุโรป
“การดำเนินธุรกิจของเราจะใช้เทคโนโลยีนำการตลาด เพราะเราใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตคน ผ่านน้ำดื่ม ซึ่งเราสามารถตอบโจทย์ผู้คนได้ถึง 3 พันล้านคน และมีกำหนดเปิดตัวสินค้าใหม่ในยุโรปและวางขายพร้อมกันทั่วโลก ส่วนการทำตลาดจะมีตัวแทนจำหน่ายแต่ละประเทศ มีโชว์รูมเพื่อเชื่อมการรับรู้และสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และอุดมการณ์ของบริษัท โดยมีตลาดเป้าหมายหลัก ได้แก่ สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และประเทศที่ตั้งอยู่รอบทะเล รวมถึงอเมริกาใต้ทั้งทวีป
“ส่วนในประเทศไทยซึ่งมีปัญหาเรื่องน้ำดื่มชัดเจนมาก เราจะเปิดตัวด้วยราคา 35,000 บาทต่อเครื่อง รวมบริการช่างดูแลปีละ 1 ครั้ง และจะมีการเชื่อมกับระบบศูนย์กลางผ่านคลาวด์คอมพิวติ้ง ทำให้ทราบตลอดเวลาว่าน้ำที่บ้านลูกค้าดื่มคุณภาพปกติไหม จะต้องเข้าไปจัดการอะไรหรือไม่ ถ้าการทำงานของเครื่องและราคาทำได้ถูกใจตลาด ก็เชื่อว่าจะดิสรัปต์ตลาดเครื่องกรองน้ำปกติและพาผู้บริโภคเข้าสู่ความยั่งยืนได้”
ตัวแทนสตาร์ทอัพไทยบนเวที Global Startup Fes.
ในฐานะผู้บุกเบิกเทคโนโลยีนวัตกรรมใหม่ ๆ ล่าสุด คุณบ๊อบบี้จะเป็นตัวแทนสตาร์ทอัพคนไทยไปขึ้นบรรยายที่งาน Global Startup Fes. หรืองานพบปะของชุมชนสตาร์ทอัพที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการและผู้สนับได้มาพูดคุยกัน ซึ่งเป็นการจัดงานออนไลน์โดยเจ้าภาพประเทศญี่ปุ่นในเดือนพฤษภาคมนี้ โดยเขาถือว่าเป็นโอกาสดีที่จะดึงวิศวกรที่อยู่ในหลายประเทศทั่วโลกเข้าร่วมงานกับบริษัท
“ผมตั้งเป้าหมายการเข้าร่วมงานในเชิงความร่วมมือทางวิศวกรรม เราอยากได้นักเทคโนโลยีจากทั่วโลกมาร่วมงานกับเรา เพราะงานของเราไม่ใช่แค่สร้างเทคโนโลยีเท่านั้น แต่คือการสร้างสิ่งใหม่ที่จะมาทดแทนสิ่งเดิม ๆ ที่สร้างปัญหาให้กับสิ่งแวดล้อม ขณะเดียวกันเราคิดในเชิงธุรกิจด้วยว่า จะนำเทคโนโลยีเข้าสู่ชีวิตผู้คนได้อย่างไร จะทำกำไรได้ไหม ธุรกิจต้องมีรูปร่างแบบใด ถ้าเป็นไปได้ ผมอยากได้วิศวกรจากญี่ปุ่นมาช่วยเราสร้างผลิตภัณฑ์สำหรับสตาร์ทอัพอื่น ๆ ที่เรากำลังพัฒนา อยากให้เขารู้ว่ามาทำงานกับเราแล้วจะได้ประโยชน์กันทั้งโลก เราอยากเป็นตัวแทนประเทศไทยเป็นกระบอกเสียงไปพูดเรื่องนี้”
“ประเด็นความยั่งยืนในปัจจุบันนี้ถือเป็นเกมการตั้งต้นใหม่ของทั้งโลก (Set zero) ที่ทุกประเทศเริ่มใหม่จากศูนย์เหมือนกันหมด ถ้าประเทศไทยต้องการมีชื่อเสียง จะต้องส่งเสริมบริษัทที่สร้างนวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมให้ออกมาเป็นหน้าตาของประเทศ เป็นศูนย์กลางคิดเทคโนโลยีเพื่อแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม ดังนั้น ผมจึงอยากให้ภาครัฐส่งเสริมสตาร์ทอัพที่เห็นว่าดี มีอนาคต โดยลงทุนก้อนแรกเพื่อทำให้เกิดผลิตภัณฑ์ แล้วให้ต่างชาติดูเพื่อดึงดูดเงินลงทุนจากต่างชาติมาเอง” ซีอีโออีโคโลเทคตั้งความหวังที่อยากเห็นภาพความเฟื่องฟูของสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อมให้เกิดขึ้นในประเทศไทยได้ในเร็ววัน
ติดตามการบรรยายของคุณภาคภูมิ มะหะสิทธิ์ จาก Ecolotech ในงาน Global Startup Fes. กิจกรรมเสวนาด้านสตาร์ทอัพระดับนานาชาติในรูปเเบบออนไลน์ โดย Knowledge Capital ประเทศญี่ปุ่นเเละเครือข่ายพันธมิตรประเทศที่เข้าร่วมในวันที่ 30 พฤษภาคม 2565 เวลา 17.00 - 20.00 น. รับชมได้ทาง YouTube: Knowledge Capital
เรื่อง : มรกต รอดพึ่งครุฑ
ภาพ : Ecolotech