เปิดม่านรีแอคชั่นสไตล์ “หนังหน้าโรง” ผ่านมุมมอง “คุณเติ้ล” ผู้เชื่อว่าความจริงใจคือหัวใจของการรีแอค [ADclusive]
ความสนุกของการดูหนัง ไม่ได้จบเพียงแค่ฉากสุดท้ายของ End Credit แต่มันคือช่วงเวลาหลังจากนั้น ที่เราได้จับกลุ่มแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ไปจนถึงถกเถียงบ้างเล็กน้อยกับแก๊งเพื่อนสนิท
เป็นความโชคดีของคนขี้เหงาอย่างเรา ที่ปัจจุบันรสชาติความสนุกตรงนั้น ได้ถูกย่อส่วนมาอยู่ในรูปแบบของ “ช่องรีแอคชั่น”หนึ่งในประเภทของยูทูบเบอร์ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมาก โดยเฉพาะในยุคโรคระบาดที่ต้องอยู่บ้านเป็นหลักแบบนี้ ฮอตฮิตถึงขนาดที่ถ้าเสิร์ชคำว่า “รีแอคชั่น” ในยูทูบ เชื่อว่าจะมีช่องรีแอคขึ้นมาไม่ต่ำกว่า 20 ช่องอย่างแน่นอน
แต่ท่ามกลางช่องที่หลากหลายเหล่านั้น หนึ่งในช่องที่เรียกได้ว่าเป็นผู้จุดกระแสความฮิตของการรีแอคนี้ในไทย ก็คงหนีไม่พ้น“หนังหน้าโรง” ช่องยูทูบผู้มีผู้ติดตามกว่า 9 แสนคน และมีแฟนคลับที่เหนียวแน่นอย่าง “เรติน่า” คอยสนับสนุนอย่างไม่ขาดสาย
ช่องรีแอค ที่มีคลิปไวรัลให้เราเห็นผ่านตาบ่อย ๆ หน้าไทม์ไลน์
ช่องรีแอค ที่เคยโกอินเตอร์ไปถึงต่างประเทศ จนต้องทำซับภาษาอังกฤษ
ช่องรีแอค ที่เคยจัดแฟนมีตติ้งครั้งใหญ่มาแล้วที่ยูเนี่ยนมอลล์
และอีกหลากหลายประวัติศาสตร์ใหม่ที่ถูกเขียนขึ้นมาโดยพวกเขาเหล่านี้“เติ้ล-เจมส์-พีค-เฮง” 4 สมาชิกหลักของหนังหน้าโรงที่สร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้แก่พวกเรามากว่า 4 ปี
เพื่อเจาะลึกถึงเบื้องหลังการรีแอคสไตล์หนังหน้าโรง เราเลยได้มีโอกาสไปพูดคุยกับ “คุณเติ้ล”ผู้ก่อตั้งช่องหนังหน้าโรง /ซึ่งขอสปอยไว้ตรงนี้เลยว่า แม้ฉากหน้าจะเต็มไปด้วยความสนุกมากแค่ไหน แต่เบื้องหลังที่เราไม่รู้นั้น มีความกดดันที่กดทับอยู่อย่างมหาศาล ถ้าอยากรู้ความเข้นข้นเบื้องหลังเลนส์กล้องแล้ว ก็ตามไปเสพความสนุกกันเลย~
เริ่มจากรีวิว ‘หนัง’ ที่ ‘หน้าโรง’
จุดเริ่มต้นของหนังหน้าโรง เกิดขึ้นจากการมองการณ์ไกลของคุณเติ้ล ที่อยากหารายได้จากยูทูบ แบบ Passive Income ซึ่งถ้าย้อนกลับไปสมัยนั้น ถือว่าเป็นเรื่องที่ใหม่เป็นอย่างมาก แต่คุณเติ้ลก็ไม่ลังเลที่จะลองลงมือทำ โดยเริ่มจากสิ่งที่ชอบใกล้ ๆ ตัว อย่าง “ภาพยนตร์”
คุณเติ้ล :ตอนนั้นเรียนภาพยนตร์อยู่ เราก็พาเพื่อน ๆ ไปรีวิวหนังกันหน้าโรงหนังกัน ซึ่งคลิปแรกก็คือไปรีวิวหนังที่เอสพานาร์ด แล้วก็ไปโหวตกันว่าใครอยากดูเรื่องไหน เรื่องไหนได้คะแนนสูงสุด ก็ต้องเข้าไปดู
จากคลิปรีวิวหนังที่หน้าโรงสมชื่อช่อง ต่อมาก็ได้พัฒนาเป็นการทำรีแอคชั่นแบบย่อม ๆ ผ่านตัวอย่างหนังแทน
คุณเติ้ล : ในเมื่อเรามาจับสายหนังแล้ว ตัวอย่างหนังก็เป็นสิ่งที่สำคัญ ซึ่งไม่สามารถไปรีวิวตัวอย่างหนังกันดู ตอนนั้นยังไม่มีคำว่า “รีแอคชั่น” ด้วยซ้ำ ซึ่งสิ่งที่ทำคือ เปิดตัวอย่างหนังดู มาพูดคุย เดาเนื้อเรื่องไปด้วยกัน โดยยอดวิวมันสูงกว่าคลิปที่ไปรีวิวหน้าโรง แสดงว่าคนดูชอบดูนี่นา
“งั้นเราลองมาทำในสิ่งที่ ‘คนดูชอบ’ ดูกันมั้ย”
‘เพราะรีแอคคือธรรมชาติ’ หัวใจหลักของหนังหน้าโรง
แม้การรีแอคจะเป็นศาสตร์ให้ความบันเทิงชนิดหนึ่ง ที่สิ่งสำคัญที่สุด ก็คือ “ความเป็นธรรมชาติ” ที่เกิดจากปฏิกริยาตอบสนองจริง ๆ ของมนุษย์
คุณเติ้ล :การรีแอคมันควรเกิดขึ้นเองโดยที่เราไม่มีกรอบ ไม่มีกฎ ไม่มีอะไรมาปรุงแต่ง ส่วนอะไรที่มันเพิ่มเติมขึ้นมา มันก็คือตัวเลือกสำหรับคนดู แต่จริง ๆ ความต้องการสำหรับรีแอคชั่น สำหรับเติ้ล คือธรรมชาติ
“คำนิยามสำหรับเรา รีแอคชั่นคือธรรมชาติ”
แม้จะต้องการความธรรมชาติมากแค่ไหน แต่บางครั้ง ก็ต้องมีการเตรียมตัว เตรียมพร้อมมาก่อน เพื่อเพิ่มรสชาติให้กับการีแอค ซึ่งคุณเติ้ลก้ได้แชร์กับเราว่า ..
คุณเติ้ล :ในแง่การทำงาน ถ้าเรารู้ไกด์ไลน์มาก่อนแล้ว ก็จะดี เช่นถ้าเราจะรีแอค K-POP สัก 1 วง เราก็ต้องรู้ว่าเค้ามีสมาชิกใครบ้าง ชื่ออะไรบ้าง อยู่ค่ายไหน ผ่านอะไรมาบ้าง แฟนคลับเค้าธรรมชาติเป็นยังไง งานเพลงเค้าเป็นงานเพลงประเภทไหน
มันก็จะมีบางประเภทเท่านั้นที่ต้องหาข้อมูล แต่บางอันเราก็จะไม่รู้อะไรเลย เน้นเรียลเลย เช่น ซีรีส์ ห้ามรู้สปอย เพราะซีรีส์ตอนนึงมันจะมีไคลแมกซ์แค่ครั้งเดียวสองครั้ง ซึ่งถ้าเรารู้มาก่อน ก็ไม่มีความจำเป็นที่ต้องรีแอคแล้ว
‘ความกดดัน และความประทับใจ’เส้นบาง ๆ ที่ทับซ้อนกันอยู่
“ตั้งแต่รีแอคมา มีคลิปไหนที่ประทับใจจนพูดไม่ออกบ้างมั้ย ?” คำถามที่ทำให้คุณเติ้ลถึงกับเอ่ยปากว่า ตอบยากมาก ๆ เพราะ 4 ปีที่ผ่าน พวกเขารีแอคไปหลายร้อยคลิป และเชื่อว่าความประทับใจเหล่านั้น น่าจะอยู่ในแทบทุกคลิป
คุณเติ้ล : ถ้าให้เลือกจริง ๆ คงเป็นรายการวาไรตี้แหละ ที่เราอินมาก ๆ ในช่วงที่ผ่านมาก็คือ Chuang 2021 มันก็จะมีจุดที่แบบเราประทับใจจัง พูดไม่ออกเลย วันที่เค้าประกาศผล หรือโมเม้นคนที่เราชอบต้องออกไป หรือคนที่เราชนะ ด้วยความที่มันเป็นรายการเรียลลิตี้มันก็เลยรีเลทกันคนดูได้มาก ซึ่งผู้ชมทางบ้านก็น่าจะประทับใจ หรือรู้สึกสะเทือนอารมณ์จนพูดไม่ออกบ้าง
แต่ถ้ากลับกัน ในมุมที่ท้าทาย เรากลับได้คำตอบที่ขาดไม่ถึงอย่าง MV K-POP ทั้ง ๆ ที่เป็นอีกหนึ่งคอนเทนต์ที่ตกให้คนเข้ามาดูหนังหน้าโรง และเรียกกระแสให้กับช่องได้เป็นอย่างมาก แต่คุณเติ้ลก็บอกความในใจกับเราว่า..
คุณเติ้ล : แต่อันที่ยากมาก ๆ ยากสุดเลยในช่องก็คือ MV K-POP ซึ่งช่วงนี้ก็ไม่ค่อยได้ทำแล้ว เอาจริง ๆ มันก็เป็นอีกหนึ่งคอนเทนต์ที่หนังหน้าโรงได้รับความนิยม แล้วเราก็สร้างเพดานไว้สูงมาก พอมันมีคลิปอะไรใหม่ ๆ เราก็เกิดความรู้สึกว่าทำไม่ได้ดีเท่าเก่า
“เพราะว่าสิ่งที่เราทำกันอยู่มันเกินคำว่ารีแอคชั่น”
ส่วนอีกหนึ่งคลิปที่เป็นเส้นกั้นบาง ๆ ระหว่างความประทับใจ และความท้าทาย ก็คือการรีแอค ‘ปรมาจารย์ลัทธิมาร’ ซีรีส์จีนกำลังภายในที่ได้รับความนิยมทั่วบ้านทั่วเมืองในปี 2019 ที่ผ่านมา
"‘ปรมาจารย์ลัทธิมาร’ เป็น Movement สำคัญของช่อง
ที่สร้างชาติ สร้างช่องเราขึ้นมาได้เลย"
คุณเติ้ล: ต้องบอกตามตรงว่า ปรมาจารย์ฯ มันค่อนข้างแมสมากในไทย ซึ่งเราเชื่อว่าคนดูที่เคยดูปรมาจารย์ อาจต้องเคยเห็นคลิปเราผ่านตาสัก 1 อีพี มันก็เลยกลายเป็นว่าปรมาจารย์มันมาพร้อมกับช่องเรา ก็เลยกดดัน เพราะตัวละครมันเยอะ ภาษามันยาก เราไม่เคยดูซีรีส์จีนเต็ม ๆ แบบนี้มาก่อน
คุณเติ้ล: การจะคอมเมนต์ตัวละครตัวหนึ่ง เค้ามีเหตุผลของเค้า ซึ่งมันก็เลยเป็นจุดเปลี่ยนของเราว่า เราจะรีแอคแบบเดิมไม่ได้แล้วนะ เราควรที่จะมองอะไรที่มันกว้างกว่าตัวละครที่เป็นตัวละครหลัก
ครอบครัวหนังหน้าโรง ความแตกต่างที่กลมกล่อม
การที่หนังหน้าโรง กลายเป็นช่องรีแอคชั่นที่มอบความบันเทิงผสานความอบอุ่นให้แก่คนดูอย่างเรานั้น มาจากเคมีที่แม้จะแตกต่าง แต่ก็ลงตัวของทั้ง 4 สมาชิก นั่นก็คือ “คุณเติ้ล-คุณเจมส์-คุณพีค-คุณเฮง” ซึ่งช่วยเสริมรสชาติความการรีแอคให้กลมกล่อมยิ่งขึ้นไปอีก โดยคุณเติ้ลได้อธิบายคาแรกเตอร์ในการรีแอคชั่นของทั้ง 4 คนเอาไว้ว่า
คุณเติ้ล : เจมส์ ก็จะจัดจ้าน แต่ไม่ได้จัดจ้านตลอดเวลา แต่ต้องมีอะไรมาโดนจุดนางก่อน ซึ่งฟิลลิ่งก็จะเป็นนักล่า บางทีก็จ้องนานไปด้วยนะ (ขำ) พอเจอจุดถึงจะโผ่งออกมา
พีค ก็จะเป็นนักรีแอคเตอร์ตัวแม่ รีแอคทุกอย่างที่รีแอคได้ เป็นปีกซ้ายที่คอยพยุง ถ้ามีใครเงียบ ก็จะช่วยพูดขึ้นมา
เฮงก็จะเป็นอีกปีกหนึ่ง เป็นสายนิ่ง ๆ ทะเลาะกับตัวเองบ้าง เป็นนักถาม
ส่วนเติ้ลก็จะเป็นคนคอยสอดส่องเพื่อน ๆ คนอื่น พยายามตั้งตัวเองว่าเป็นจุดศูนย์กลางของช่อง ของคอนเทนต์ต่าง ๆ เพราะเราก็เป็นคนถือไมค์ด้วย
แม้การทำงานกับเพื่อน ดูจะเหมือนสังคมการทำงานในฝันที่เราอยากเจอ แต่ที่จริงแล้ว มันมีอุปสรรคที่ฝังอยู่ภายใต้ความสนิทเหมือนเช่นงานอื่น ๆ
คุณเติ้ล : มันเป็นระบบเพื่อน ระบบแบบไม่ได้มีระบบ ยืดหยุ่นมาก ๆ ข้อดีคือสามารถพูดคุยกันง่าย เข้าใจกันได้ง่าย มีความสบายใจที่จะทำงานด้วยกัน แต่ข้อเสียคือด้วยความที่เราอยู่กันเองมาก ๆ ก็เลยไม่รู้ว่าภายนอกเค้าพัฒนาไปถึงไหนแล้ว มันก็ทำให้เราหลงลืมไปได้ว่า เราก็มีข้อเสียตรงนี้ แต่มันไม่มีใครบอกเรา ด้วยความเป็นเพื่อน
การปรับตัว เมื่อเริ่มรับสปอนเซอร์
จำนวนผู้ติดตามที่เพิ่มมากขึ้น ย่อมมาพร้อมสปอร์ตไลท์ที่ตามมา และสปอนเซอร์ที่ต้องการใช้ประโยชน์จากสปอร์ตไลท์อันนั้น จากช่องรีแอคชั่นที่ทำเพื่อความบันเทิง ต้องรับมือกับการเปลี่ยนแปลงเมื่อมีสปอนเซอร์
คุณเติ้ล : สปอนเซอร์ส่วนมากก็จะเป็นน้ำ ขนม นม แต่ที่จริงก็เข้ามาเกือบทุกอย่าง ส่วนบางรายการ หรือบางซีรีส์ เขาก็สปอนเซอร์เราให้ทำ ซึ่งก็ไม่ได้เงินเยอะขนาดนั้น เขาก็จะให้เป็นค่าตัดต่อ ค่าสินน้ำใจมากกว่า
“เพราะบางเรื่อง ต่อให้ไม่จ้าง เราก็จะทำอยู่แล้ว”
แต่ต้องยอมรับว่า การมีสปอนเซอร์เข้ามาสนับสนุน หากเป็นประเภทซีรีส์ หรือรายการ ก็ล้วนส่งผลต่อการรีแอคที่ต้องเพิ่มความเกรงใจและประนีประนอมให้มากขึ้น แต่ก็ต้องคงคอนเซ็ปต์นำเสนอความจริงอยู่เหมือนเดิม
คุณเติ้ล: เพราะอย่างที่เติ้ลบอกว่ารีแอคชั่นมันคือธรรมชาติ แต่แค่เรารู้จักนักแสดง หรือแค่รู้จักคนทำ มันจะมีไบแอสเกิดขึ้นอย่างแน่นอน เช่นตอนรีแอค The Face แรก ๆ เราไม่ได้สนใจอะไร เราคิดแค่ว่าฉันคือคนดูคนหนึ่งที่อยากดู ซึ่งมันธรรมชาติมาก
ซึ่งพอซีซั่นนั้นมันประสบความสำเร็จ ทีมงานเริ่มติดต่อเข้ามาให้ไปดูเวทีจริง นั่นนู่นนี่จริง ซึ่งความธรรมชาตินั้นก็จะค่อย ๆ ถูกลดหายไป เป็นความเกรงใจเกิดขึ้น
“แต่เราก็ต้องคงคอนเซ็ปต์ช่องรีแอคชั่นของเราไว้ ที่จะเน้นความจริง”
‘เรติน่า’ จอตา ที่เชื่อมคนรีแอคและคนดูไว้ด้วยกัน
‘แฟนด้อม’ คือวัฒนธรรมการตั้งชื่อแฟนคลับ เพื่อสร้างความเป็นกลุ่มก้อน เกิดเป็นพลังสนับสนุนที่พิเศษระหว่างศิลปินและแฟนคลับ ซึ่งหนังหน้าโรงเอง ก็มีแฟนด้อมเป็นของตัวเอง ภายใต้ชื่อสุดเก๋ว่า “เรติน่า”
คุณเติ้ล: จุดเริ่มต้น เติ้ลอยากให้มีตัวRเพราะว่าเราทำช่อง Reaction, React, Review ก็เลยอยากให้คนดูเรามีชื่อคนต้นด้วยตัว R สุดท้ายก็เลยไปได้ชื่อ Retina (เรติน่า) ซึ่งเกี่ยวกับเรื่องดวงตา เพราะเราเป็นรีแอคเตอร์ ก็ดูโดยใช้จอดู ซึ่งคนดู ดูเราก็ใช้จอตาดู ก็เลยคิดว่ามันเป็น
“เรติน่า มันเป็นอวัยวะที่สำคัญ
ที่ทำให้เราได้รู้จักกัน และสัมผัสกันผ่านดวงตา”
ไม่หมดเพียงเท่านี้ เพราะพลังความรักของเหล่าเรติน่า ทำให้หนังหน้าโรงได้สร้างประวัติศาสตร์ของช่องรีแอคชั่นที่จัดงานแฟนมีตติ้งขึ้นมาที่ยูเนียนฮอล์ ในชื่องานสุดยิ่งใหญ่ว่า “หนังหน้าโรง Carnival Funmeet”
คุณเติ้ล: คนดูเค้าจะรู้สึกว่ารู้จักกับเรามาก ๆ เพราะเค้าดูเราบ่อย และคลิปนึงนานเป็นชั่วโมง ๆ ทำให้เราเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตเค้า เป็นพี่ เป็นน้อง เป็นเพื่อนของเค้า ทำให้เค้าอยากที่จะเจอตัวจริงเรา ตอนนั้นก็คิดว่าจัดกันเล็ก ๆ มั้ย สักสวนลุม ไป ๆ มา ๆ ก็กลายเป็นจัดที่ยูเนียนฮอลล์
คุณเติ้ล: สุดท้ายแล้วด้วยความที่เราอยากทำการแสดง ก็เลยจัดเป็นงาน Carnival ขึ้นมา ซึ่งไม่ได้มีแค่พวกเรา แต่ก็มีศิลปินท่านอื่น ๆ ที่คอยช่วยเหลือช่องเรามาตลอด เข้ามาร่วมด้วย
โดยคุณเติ้ลได้แชร์ความประทับใจจากงานวันนั้น ซึ่งถึงแม้จะผ่านมาหลายปีแล้ว แต่ก็ยังไม่มีวันลืมว่า ..
คุณเติ้ล : เราได้รับพลังบวกจากคนที่เค้าดูเรา พอเราได้มาเห็นตัวจริง แล้วสายตาของเค้า มันทำให้เราสัมผัสได้ว่าแม้จะเคยเห็นหน้ามาก่อน แต่เราสัมผัสได้ว่าเรารู้จัก
“เราสัมผัสได้ว่า ทุกอย่างที่เราพูดในคลิปไป พวกคุณมีตัวตนแล้ว”
มุมมองของนักรีแอคชั่น กับวงการบันเทิงไทย
ด้วยความที่เสพสื่อบันเทิงมาหลากหลายประเทศ ทำให้เราอดถามคุณเติ้ลไม่ได้ว่า “อะไรคือความแตกต่างของสื่อบันเทิงของไทยกับต่างประเทศ” ซึ่งคำตอบที่ได้ แม้จะเป็นสิ่งที่รู้ว่าแล้วอย่างเรื่อง ‘ทุน’ แต่ก็อดประหลาดใจไม่ไ้ด้ว่า ในเมื่อเรามองเห็นถึงปัญหาตรงกันทุกคน แต่กลับไม่ได้รับการแก้ไขใดใดเลย
คุณเติ้ล: คุณภาพมันจะดีหรือไม่ดี มันอยู่ที่เม็ดเงินในการสร้าง แล้วก็มันอยู่ที่ผู้ชมที่รอชม เค้ามีจำนวนมากน้อยแค่ไหน อย่างเช่น จีน ประชากรเค้ามันเยอะมาก เค้าสร้างให้คนเป็นร้อยล้านดู หรืออย่างเกาหลี เค้าค่อนข้างที่จะ World Wide นอกจากเอเชียแล้ว คอนเทนต์เค้าก็นำเสนอสู่ทั่วโลกอยู่แล้ว ทำให้ทุนสร้างมันสูงตาม
คุณเติ้ล: สำหรับของประเทศไทย ทุนเราอาจจะสู้เค้าไม่ได้ ซึ่งก็ต้องมาดูกันว่าเราจะใช้อย่างอื่นในการไปสู้เค้าได้มั้ย เช่นโครงสร้างของบท
“ซีรีส์ที่ทุนสร้างไม่ได้สูง แต่เรารู้สึกว่าประสบความสำเร็จมาก ๆ
ก็คือ ธารไทป์ เดอะซีรีส์”
ส่วนในมุมมองของซีรีส์วายนั้น หนังหน้าโรงที่รีแอคชั่นซีรีส์ประเภทนี้มาตลอด ก็ได้แชร์มุมมองถึงพัฒนาการตั้งแต่อดีต จนถึงปัจจุบันของมันว่า ..
คุณเติ้ล: ทุก ๆ ปีมันก็จะมีการเปลี่ยนแปลงของมัน อย่างช่วงแรก ๆ ก็จะเป็นช่วงบุกเบิก ช่วงทดลอง ช่วงพีค ส่วนช่วงนี้ก็จะเป็น ‘ช่วงคัดกรอง’เพราะว่ามันเยอะมาก ๆ คนดูก็จะเกิดการคัดสรรแล้ว เพราะผู้ผลิตมันเยอะมาก แต่คนดูเท่าเดิม ความน่าสนใจคือหลังจากนี้ ซีรีส์วายที่เหลือรอดอยู่จะเป็นยังไง
แม้ว่าการรีแอคชั่นเป็นประเภทหนึ่งของยูทูบมานานแล้ว แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า ‘หนังหน้าโรง’ได้ยกระดับคำว่า ‘รีแอคชั่น’ ให้กลายเป็นสื่อบันเทิงอีกรูปแบบหนึ่งของชาวไทย
หนังหน้าโรง กลายเป็นคลิปที่เปิดดูทุกครั้งเวลากินข้าว
หนังหน้าโรง กลายเป็นคลิปแก้เหงาเวลาอยากเมาธ์ซีรีส์
หนังหน้าโรง กลายเป็นเพื่อน เป็นพี่ และเป็นครอบครัวที่อบอุ่นของเรติน่าอีกมากมาย
สุดท้ายนี้เราขอปิดท้ายบทสัมภาษณ์ ด้วยข้อความซึ้ง ๆ จากคุณเติ้ลหนังหน้าโรง ถึงเรติน่าทางบ้าน
คุณเติ้ล: ก็คบกันมาหลายปีแล้ว หลาย ๆ คนก็เติบโตมาพร้อมกับเรา บางคนดูเรามาตั้งแต่มอต้น ตอนนี้ก็เตรียมตัวเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว เราก็ดีใจนะครับที่ยังคงดูเราอยู่ แล้วก็รับความเป็นเราเข้าไปอยู่ในตัวของพวกคุณ