“จีน” แชมป์ช้อปคอนโดไทย ย่านสุขุมวิท รัชดา พระราม9
“จีน” แชมป์ช้อปคอนโดไทย ย่านสุขุมวิท รัชดา พระราม9 แบรนด์ยอดนิยม “แสนสิริ-ศุภาลัย-แลนด์”
เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ นายไซม่อน ลี ประธานกรรมการบริษัท แองเจิล เรียลเอสเตท คอนซัลแทนซี่ จำกัด (ARE) บริษัทที่ปรึกษาด้านการตลาดและขายโครงการคอนโดมิเนียมในประเทศไทย เปิดเผยว่า บริษัทเป็นผู้บริหารการขาย(เอเยนต์) โครงการคอนโดมิเนียมกลุ่มลูกค้าต่างชาติให้กับผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ในไทยหลายบริษัท เช่น แสนสิริ ศุภาลัย แลนด์แอนด์เฮ้าส์ ปัจจุบันมีพอร์ตในมือกว่า 10 โครงการ โดยแต่ละโครงการบริหารการขายให้โครงการละ 80-100 ยูนิต ส่วนใหญ่เป็นคอนโดพร้อมอยู่พร้อมโอนกรรมสิทธิ์กว่า 7,000 ล้านบาทโดยสัดส่วนลูกค้าเป็นคนจีน 55% รองลงมาเป็นฮ่องกงและไต้หวัน 15% เมียนมาและบูรไน 10% ฝรั่งเศส 10% ที่เหลือเป็นประเทศอื่นๆ
“ก่อนโควิดเรามีรายได้ประมาณ 20,000 ล้านบาท ช่วงโควิดระบาด 3 ปี จีนปิดประเทศ ทำให้ยอดขายหายไป 90% มีลูกค้าทิ้งดาวน์ 25% หลังจีนเปิดประเทศจะทำให้ตลาดคอนโดมิเนียมค่อยๆ เติบโตขึ้น คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 7-8 เดือนถึงจะทำให้ตลาดกลับมาคึกคักมากขึ้น เพราะคนจีนยังเป็นตลาดหลักของคอนโดเมืองไทย แต่มีข้อเสนอให้รัฐบาลเพิ่มไฟล์ตบินเข้ามาในไทยมากขึ้น เพราะตอนนี้บินได้แค่ 20% รวมถึงขยายวีซ่าจาก 30 วัน เป็น 90 วันด้วย” นายไซม่อนกล่าว
นายไซม่อนกล่าวว่า นอกจากนี้จากโควิดทำให้พฤติกรรมลูกค้าเปลี่ยนไป จากเดิมซื้อเพื่อลงทุนปล่อยเช่าถึง 60% เพราะได้ผลตอบแทนการลงทุน 6% กำไร 7% ส่วนซื้อเพื่ออยู่อาศัยอยู่ที่ 40% ขณะนี้จะเป็นการซื้อเพื่ออยู่อาศัยมากขึ้น เพราะผลตอบแทนการลงทุนลดลงเหลือกว่า 2-3% นอกจากนี้คนจีนยังต้องการมองหาซื้อคอนโดมิเนียม เพื่อเป็นบ้านหลังที่สอง โดยทำเลที่ต้องการยังคงเป็นทำเลเดิมที่คุ้นเคย ได้แก่ กรุงเทพฯ โซนสุขุมวิท สาทร สีลม รัชดาภิเษก พระราม 9 รามคำแหง พระราม 4 ศรีนครินทร์ที่อยู่ใกล้เมือง ส่วนต่างจังหวัดยังคงเป็นเชียงใหม่ พัทยา อีกทั้งยังให้ความสนใจเรื่องพื้นที่ใช้สอยมากขึ้น เช่น ฮวงจุ้ย ห้องชุดไซซ์ใหญ่ 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ 45-70 ตารางเมตร ระดับราคา 3-10 ล้านบาท ไม่ต้องการห้องชุดแบบ 2 ชั้น เพดานสูงหรือสไตล์ลอฟท์
“คนจีนชอบซื้อเป็นห้องพร้อมอยู่ ไม่ชื้อแบบขายกระดาษ เพราะเคยมีประสบการณ์ไม่ค่อยดีกับโครงการที่ภูเก็ตที่จองไปแล้วแต่ไม่ได้สร้าง ส่วนแบรนด์ที่ลูกค้าจีนชอบ อันดับหนึ่ง คือ แสนสิริ เพราะมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ตรงกับที่ต้องการ อันดับสองเป็นศุภาลัยที่ราคาเข้าถึงง่ายและอันดับสามเป็นแลนด์แอนด์เฮ้าส์ ซึ่งในปี 2566 บริษัทตั้งเป้าจะมีพอร์ตบริหารเพิ่มเป็น 20 พอร์ต ตั้งเป้ายอดขายไว้ 7,000-25,000 ล้านบาท เติบโตมากกว่า 10%” นายไซม่อนกล่าว
นายณัฎฐา คหาปนะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไนท์แฟรงค์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า หลังจีนเปิดประเทศแล้ว ปัจจุบันเริ่มมีนักลงทุนจากจีนสอบถามมายังบริษัท สนใจจะลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในหัวเมืองท่องเที่ยว เช่น เชียงใหม่ ภูเก็ต ชลบุรี พัทยา แต่ยังไม่มีความชัดเจนมากนัก เพราะเพิ่งเปิดประเทศ คงต้องรออีกสักระยะหนึ่ง นอกจากนี้มีนักลงทุนจากประเทศญี่ปุ่นก็สนใจจะร่วมทุนกับผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยเพื่อพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมเช่นกัน