โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แวะเวียนร้านหนังสือยักษ์ ...สู้กระแสดิจิตอลและภัยโควิด/กาแฟดำ สุทธิชัย หยุ่น

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 04 ก.ค. 2565 เวลา 02.14 น. • เผยแพร่ 04 ก.ค. 2565 เวลา 02.14 น.

กาแฟดำ

สุทธิชัย หยุ่น

แวะเวียนร้านหนังสือยักษ์

…สู้กระแสดิจิตอลและภัยโควิด

ไปต่างประเทศครั้งใด ผมต้องเข้าร้านหนังสือของเมืองนั้นๆ…

แม้ว่าทุกวันนี้ผมจะอ่านหนังสือจาก Kindle แต่ก็ยังต้องซื้อหาหนังสือเล่มมาอ่านอย่างสม่ำเสมอ

เพราะการอ่านหนังสือยังเป็นกิจกรรมที่ให้ความสุขและความอิ่มเอมที่ e-books ยังไม่อาจมาทดแทนได้ทั้งหมด

นอกจากผมจะใช้เวลาในร้านหนังสือระหว่างเดินทางเพื่อหาหนังสือที่น่าอ่านแล้ว ผมยังสนใจว่า “สุขภาพทางธุรกิจ” ของร้านหนังสือในยุค digital disruption นั้นเป็นเช่นไรบ้าง

ไปนิวยอร์กคราใด ผมต้องกำหนดอย่างน้อยหนึ่งบ่ายแวะร้าน Strand Bookstore ซึ่งผมถือว่าเป็นร้านหนังสือที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของอเมริกา

สโลแกนของร้านหนังสืออิสระแห่งนี้คือ 18 Miles of Books (หนังสือยาว 18 ไมล์) เพราะมีหนังสือทั้งเก่าและใหม่เป็นจำนวนมากกว่าร้านหนังสือปกติ

ที่ผมต้องแวะมาก็เพราะมีข่าวช่วงปีก่อนว่าการระบาดของโควิดกำลังคุกคามความอยู่รอดของธุรกิจร้านหนังสือในตำนานแห่งนี้

Strand Bookstore ซึ่งต้องถือว่าเป็น landmark ของเกาะแมนฮัตตันแห่งนิวยอร์กออกประกาศว่าสถานการณ์โควิดได้สร้างวิกฤตแล้ว ใกล้จะต้องปิดตัวลงเพราะประสบปัญหาทางการเงินตกต่ำอย่างหนัก

“รายรับของ Strand ลดลงเกือบ 70% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว” เจ้าของชื่อ Nancy Bass Wyden ยอมรับในข้อความที่โพสต์ขึ้น Twitter เมื่อกลางปี 2019

จำนวนคนเข้าร้านหนังสือลดลงฮวบฮาบเพราะมาตรการควบคุมโควิด นักท่องเที่ยวหดหายและผู้คนไม่ออกจากบ้าน

เจ้าของร้านบอกว่าสามารถกู้ยืมเงินได้ในช่วงแปดเดือนที่ผ่านมา แต่ “ตอนนี้เราอยู่ในจุดเปลี่ยน ธุรกิจของเราไม่อาจจะยั่งยืน”

แนนซี่บอกว่าเธอไม่ได้ต้องการจะระดมทุนเพื่อฟันฝ่าวิกฤตการเงิน

เพียงต้องการจะให้ผู้คนที่มีความพร้อมช่วยสนับสนุนซื้อหนังสือและสินค้าของ Strand ทั้งจากร้าน 3 แห่งและผ่านเว็บไซต์ และขอให้ช่วยบอกต่อให้เพื่อนๆ และผู้เห็นพ้องช่วยกันคนละไม้คนละมือ

เธอยังขอให้ผู้คนใช้แฮชแท็ก #SaveTheStrand เพื่อช่วยกระจายข้อความนี้ด้วย

“เราอยู่รอดมาได้เกือบทุกอย่างเป็นเวลา 93 ปี – เราผ่านวิกฤตใหญ่ๆ มาหมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ สงครามโลกครั้งที่สอง ร้านหนังสือขนาดใหญ่ อีบุ๊ก และยักษ์ใหญ่ออนไลน์ เราเป็นร้านหนังสือดั้งเดิม 48 แห่งสุดท้ายที่ยังคงยืนอยู่จาก Book Row อันโด่งดังของ 4th Avenue” Wyden ซึ่งเป็นเจ้าของรุ่นที่สามของ Strand กล่าว

ร้านหนังสือชื่อดังแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นในปี 1927 โดยคุณปู่ของ Wyden ได้เลิกจ้างพนักงานส่วนใหญ่ชั่วคราวหลังจากการระบาดของ coronavirus ในเดือนมีนาคมได้ไม่นาน

“เพื่อรักษา The Strand ให้เป็นธุรกิจ โดยที่ไม่มีรายได้เข้ามา และไม่มีความคิดที่ชัดเจนว่าเราจะเปิดประตูของเราได้อีกครั้งเมื่อใด เราต้องเลิกจ้างพนักงานส่วนใหญ่ของเราชั่วคราว” Wyden กล่าวบน Twitter ในช่วงนั้น

ปรากฏมีคนแห่กันมาช่วยซื้อหนังสืออย่างคึกคักกว่า 25,000 รายการ สร้างรายได้ทันทีกว่า 200,000 เหรียญเพียงในช่วงสุดสัปดาห์นั้น

“จะไม่ให้ดิฉันรักคนนิวยอร์กได้อย่างไรในเมื่อมีความเอื้ออาทรต่อกันอย่างยิ่ง ร้านหนังสือไม่ใช่เพียงแค่ที่แวะเวียนมาซื้อหนังสือเท่านั้น หากแต่เป็นแหล่งที่เรามาค้นหากันและกัน และเป็นชุมชนของผู้คนที่มีความสนใจหลากหลาย…”

วันที่ผมแวะไปที่ร้านหนังสือแห่งนี้เมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา บรรยากาศก็คึกคัก เพราะคนนิวยอร์กเริ่มกลับมาใช้ชีวิตแบบเกือบปกติ

ชั้นหนังสือใหม่และเก่ากับบรรยากาศของการค้นหาชั้นหนังสือในมุมต่างๆ ก็ยังมีเสน่ห์และอบอุ่นเหมือนเดิม

ขณะที่เครือข่ายร้านหนังสืออย่าง Borders ต้องปิดตัวลงในอเมริกาเมื่อหลายปีก่อนเพราะภัยคุกคามหลายๆ ด้านรวมถึง e-books และพฤติกรรมผู้อ่านที่เปลี่ยนไป แต่เครือ Barnes & Noble กลับอยู่รอดได้อย่างน่าสนใจ

การระบาดใหญ่ของโควิดสร้างปัญหาให้กับ Barnes & Noble พอสมควร…เหมือนกับธุรกิจเกือบทุกชนิดที่ถูกกระทบอย่างหนัก

เกือบสองปีที่ร้านหนังสือในเครือต้องยกเลิกกิจกรรมการสำหรับนักเขียนและคนอ่าน

การจัดอีเวนต์ให้นักเขียนมาโปรโมตหนังสือด้วยการมาพบปะและเซ็นหนังสือให้กับแฟนคนอ่านก็ต้องยกเลิกไปโดยปริยาย

แม้ธุรกิจร้านกาแฟของเครือนี้ก็ซบเซา

และในเดือนธันวาคม เมื่อเทศกาลช้อปปิ้งคริสต์มาสมาถึง Omicron ก็เริ่มเข้ามา ร้านค้าในย่านใจกลางเมืองหลายแห่งของเครือในเขตเมืองยังคงดำเนินการได้ไม่ดีนักเพราะขาดนักท่องเที่ยวและพนักงานออฟฟิศก็ไม่ต้องการใช้ชีวิตแบบปกติ

แต่แม้จะต้องเผชิญกับอุปสรรคหนักหนาทั้งหลายเหล่านี้ ยอดขายในร้าน Barnes & Noble กลับเพิ่มขึ้น 3% ในปีที่แล้วเมื่อเปรียบกับภาวะก่อนโควิดระบาดในปี 2019

อะไรคือสาเหตุที่ทำให้เครือข่ายร้านหนังสือนี้ยังมีรายได้พอสมควร

คําตอบจาก James Daunt ผู้บริหารระดับสูงของบริษัทคือ “เรากลับไปใช้หลักการดั้งเดิม คือส่งเสริมและพยายามให้คนซื้อหนังสือซึ่งเพิ่มขึ้น 14 เปอร์เซ็นต์”

“ตอนต้นปีผมก็ไม่คาดว่าจะเป็นไปได้ แต่มันเกิดขึ้นจริง มันคือข่าวที่ดีมาก”

ในช่วงการระบาดใหญ่ของโควิด-19 Barnes & Noble มีรายได้ดีจากการขายนิยายภาพและการ์ตูนญี่ปุ่น Manga

เครือข่าย Barnes & Noble วันนี้ยังมีสาขาประมาณ 614 แห่งทั่วอเมริกา

เจ้าของคือกองทุน Elliott Advisers ซึ่งเป็นเจ้าของเครือร้านหนังสืออังกฤษ Waterstones ด้วย

ผู้บริหารตัดสินใจปรับปรุงให้สถานที่สะอาด ทันสมัย และน่าดึงดูดใจ

อีกด้านหนึ่งคือการปรับระบบการบริหารให้ผู้จัดการสาขาแต่ละคนมีอิสระมากขึ้นเพื่อรองรับคนในชุมชนของตน

ที่สำคัญคือต้องยอมรับความผิดพลาด ไม่พยายามเก็บกิจกรรมที่ล้มเหลวเอาไว้เพียงเพื่อรักษาหน้าของฝ่ายบริหาร

เช่น การเปิดตัวเครื่องอ่านอีบุ๊ก Nook เพื่อแข่งขันกับ Kindle ของ Amazon เป็นก้าวย่างที่ช้าไป และไม่อาจจะสู้กับคู่แข่งที่แข็งแกร่งอย่าง Kindle ได้

ยอดขาย Nook ลดลงอย่างฮวบฮาบ จาก 505.9 ล้านดอลลาร์ในปี 2014 เป็น 111.5 ล้านดอลลาร์ในปี 2018

ยุทธศาสตร์ที่ปรับเปลี่ยน คือการตอบโจทย์ของลูกค้าที่ต้องการ “ร้านหนังสือมากกว่าร้านหนังสือ”

ผมเห็นหลายๆ ร้านที่ประสบความสำเร็จด้วยการปรับเปลี่ยนร้านหนังสือให้เป็นที่พบปะของคนที่มีความสนใจละม้ายกัน

บางร้านหนังสือในอเมริกามีร้านกาแฟและอาหารที่ขยายตัวใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ

จนกลายเป็น Caf? นำ Bookshop ที่อยู่ร่วมกันได้อย่างกลมกลืน

ไม่เพียงแต่เพิ่มสินค้าประเภทของเล่น เครื่องเขียน และตุ๊กตาสำหรับเด็กอย่างที่เห็นกันในวันนี้เท่านั้น

ร้านหนังสือที่จะอยู่รอดต้องมีนวัตกรรมที่ตอบโจทย์สไตล์ชีวิตคนรุ่นใหม่

ร้านหนังสือไม่ควรจะเป็นเพียงที่ที่มาซื้อหาหนังสือเท่านั้น

แต่ควรจะเป็นจุดนัดพบ พูดคุย ทำงาน และสังสรรค์

รวมไปถึงหนังสือที่สอดคล้องกับรสนิยมของคนในย่านนั้นอีกด้วย

ดังนั้น ร้านหนังสือยังมีโอกาสที่จะรอดจากภัยคุกคามของภัยจากยุคดิจิตอล

แต่เจ้าที่รอดต้องมีวิสัยทัศน์และความกล้าทดลองกับสิ่งใหม่ๆ ที่ไม่เคยคิดว่าจะเป็นไปได้มาก่อน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...