โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

เดินหน้าชน : กู้วิกฤต ร.ร.เอกชน

MATICHON ONLINE

อัพเดต 06 มี.ค. 2566 เวลา 05.51 น. • เผยแพร่ 06 มี.ค. 2566 เวลา 05.09 น.

เดินหน้าชน : กู้วิกฤต ร.ร.เอกชน

ความเดือดร้อนของนักเรียน ผู้ปกครอง จากการปิดตัว เลิกกิจการของโรงเรียนเอกชน เกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้งในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา

ล่าสุดโรงเรียนเอกชนชื่อดังย่านอ่อนนุช ที่สอนมากว่า 30 ปี ประกาศปิดกิจการวันที่ 3 มีนาคมที่ผ่านมา

ด้วยเหตุจำนวนนักเรียนลดลงอย่างต่อเนื่อง การเก็บค่าเล่าเรียนไม่เป็นไปตามที่กำหนดจนขาดทุน

ผู้ปกครองต้องเข้ายื่นหนังสือที่กระทรวงศึกษาธิการให้ช่วยเหลือเพราะต้องหาที่เรียนใหม่ภายใน 14 วัน เนื่องจากโรงเรียนแจ้งปิดกิจการ 16 ก.พ.

แถมยังต้องมีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นอีกเมื่อย้ายโรงเรียน

แม้ผลกระทบจากโควิด-19 ที่ทำให้ผู้ปกครองมีรายได้ลดลงทำให้ต้องค้างค่าเทอมกับโรงเรียนเอกชนเป็นหนึ่งปัจจัยทำให้โรงเรียนเอกชนขนาดกลางและเล็ก ขาดสภาพคล่อง

แต่ปัจจัยสำคัญหลักๆ ที่เคยมีการพูดกันมาหลายสิบปีแล้ว คือ อัตราการเกิดของประชากรไทยที่ลดลงมาตลอด

ข้อมูลของกรมอนามัยระบุว่า จากการประกาศใช้นโยบายวางแผนครอบครัวแห่งชาติตั้งแต่ปี 2513 ทำให้จำนวนการเกิดปี 2562 ลดต่ำกว่า 600,000 คน เป็นครั้งแรก และในปี 2564เหลือเพียง 544,570 คน และอัตราเจริญพันธุ์รวม ลดเหลือแค่ 1.3

จำนวนการเกิดที่ลดต่ำลงนี้จะส่งผลกระทบต่อโครงสร้างประชากร ทำให้ฐานแคบลง ไม่มั่นคง

หากไม่มีมาตรการเพื่อแก้ปัญหา สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) คาดการณ์ว่า ปี 2583 สัดส่วนวัยเด็กจะเหลือเพียง 12.8% วัยทำงาน 56% วัยสูงอายุ 31.2%

อัตราการเกิดที่ลดลงทำให้เด็กที่จะเข้าเรียนลดลงไปด้วยแต่ละปี โดยในปี 2556 มีประชากรวัย 3-17 ปี จำนวน 12,405,609 คน ก่อนจะลดลงมาเหลือ 11,612,410 คนในปี 2565

เมื่อเทียบกับจำนวนโรงเรียนที่มีอยู่ทั่วประเทศราว 38,000 กว่าแห่งในทุกสังกัดทั้งรัฐและเอกชน ทำให้เกิดการแข่งขันดึงเด็กเข้ามาเรียน โรงเรียนเอกชนขนาดเล็กจึงได้รับผลกระทบมากที่สุด

ปัจจุบันโรงเรียนเอกชนในระบบประเภทสามัญ เหลืออยู่ 3,738 แห่ง นักเรียน 2,033,857 คน ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาปิดตัวไปแล้วหลายแห่ง

ส่วนโรงเรียนรัฐบาลมีนักเรียนตั้งแต่ระดับอนุบาล-มัธยมศึกษาตอนปลาย ประมาณ 6.5 ล้านคน

ที่ผ่านมาแม้กระทรวงศึกษาธิการจะเข้ามาช่วยเหลือ แก้ปัญหาให้กับโรงเรียนเอกชนในช่วงของโควิด-19 อย่างมาตรการเสริมสภาพคล่องทางการเงินในการบริหารจัดการโรงเรียนจากกองทุนส่งเสริมโรงเรียนในระบบ โดยให้โรงเรียนเอกชนในระบบกู้ยืมเงินจากกองทุนส่งเสริมโรงเรียนในระบบ โรงละไม่เกิน 3 ล้านบาท ระยะเวลาการชำระหนี้ 6 ปี

การสนับสนุนเงินช่วยเหลือผู้ปกครองและนักเรียนเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา จำนวน 2,000 บาทต่อคนในภาคการศึกษาที่ 1/2564

แนวทางการช่วยเหลือดังกล่าวถูกมองว่าจะเข้ามาแก้ปัญหาโรงเรียนเอกชนอย่างจริงจัง เป็นระบบที่จะให้อยู่รอดในระยาวได้แค่ไหน

สมพงษ์ จิตระดับ นักวิชาการด้านการศึกษา มองว่า ปัญหาอัตราการเกิดที่ลดลงกระทบโรงเรียนเอกชนอย่างมาก เชื่อว่าจะมีการยุบปิดกิจการอีกเยอะ หากยังไม่มีการจัดการปัญหาอย่างเป็นระบบ มีการวางแผนในระยะยาว และไม่ควรที่จะลอยตัวเข้ามาแก้ปัญหาของกระทรวงศึกษาธิการ

การปรับตัวให้อยู่รอดยากมาก เพราะโรงเรียนรัฐเองก็ยังต้องแย่งเด็กให้เข้ามาเรียน ผู้ปกครองก็ย่อมพาลูกหลานไปเรียนเพราะค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่า

ที่ผ่านมาโรงเรียนเอกชนช่วยรัฐได้ดีในการจัดการศึกษา หากต้องล่มสลายปิดกิจการคุณภาพการศึกษาจะแย่ลงไปอีก เด็กจะไปแออัดเรียนกันอยู่ในโรงเรียนใหญ่ๆ ทั้งโรงเรียนนานาชาติ โรงเรียนอนุบาลจังหวัด โรงเรียนสาธิต โรงเรียนที่มีชื่อเสียง ส่วนโรงเรียนเล็กๆ จะค่อยๆ ถูกยุบและหายไป

สมพงษ์ระบุด้วยว่า “รัฐต้องใส่ใจลงลึก เข้ามาแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบให้กับโรงเรียนเอกชน โดยเฉพาะแห่งเล็กๆ เชื่อว่าพวกเขาพร้อมจะสู้ ไม่อยากปิดกิจการ ระบบการอุดหนุนโรงเรียนเอกชนอาจจะต้องมาปรับแก้ ให้โรงเรียนกลุ่มนี้ได้รับการอุดหนุนมากกว่าโรงเรียนเอกชนขนาดใหญ่ที่ไม่มีปัญหาอะไร”

แนวทางเหล่านี้เพื่อให้โรงเรียนเอกชนยังสามารถเดินหน้าเป็นหนึ่งในฟันเฟืองที่จะขับเคลื่อนการศึกษาไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...