โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ด่วน! WHO เผยพบผู้ป่วย ‘โรคเมอร์ส’ 9 ราย เสียชีวิต 2 ราย ในซาอุฯ

The Bangkok Insight

อัพเดต 15 พ.ค. 2568 เวลา 01.47 น. • เผยแพร่ 15 พ.ค. 2568 เวลา 01.47 น. • The Bangkok Insight

ด่วน! WHO เผยพบผู้ป่วย "โรคเมอร์ส" 9 ราย เสียชีวิต 2 ราย ในซาอุฯ ผู้ติดเชื้อ 6 ราย เป็นแพทย์ที่รักษาผู้ป่วย

ศูนย์จีโนมทางการแพทย์ รพ.รามาธิบดี โพสต์เพจเฟซบุ๊ก Center for Medical Genomicsระบุ องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้เผยแพร่รายงานสถานการณ์โรค (Disease Outbreak News) ฉบับวันที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2568 โดยระบุว่า

กระทรวงสาธารณสุขแห่งราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย (KSA) ได้รายงานการตรวจพบผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจตะวันออกกลาง หรือ โรคเมอร์ส (MERSCoV) จำนวน 9 ราย ในช่วงระหว่างวันที่ 1 มีนาคม ถึง 21 เมษายน พ.ศ. 2568 ในจำนวนนี้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย

ที่น่าสังเกตคือ มีผู้ป่วยเพียงรายเดียวที่มีประวัติสัมผัสอูฐโดยอ้อม และผู้ป่วยรายนี้ไม่ได้อยู่ในกลุ่มก้อนการระบาดในโรงพยาบาล ส่วนผู้ป่วยอีก 8 รายที่เหลือ รวมถึงกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ ไม่พบประวัติการสัมผัสอูฐหรือผลิตภัณฑ์จากอูฐแต่อย่างใด

โรคเมอร์ส

รายละเอียดสถานการณ์ล่าสุดในซาอุฯ (ข้อมูล ณ 21 เม.ย.)

ผู้ป่วยทั้ง 9 ราย ได้รับการรายงานจากแคว้นฮาอิล (1 ราย) และแคว้นริยาด (8 ราย) แบ่งเป็นเพศชาย 5 ราย และเพศหญิง 4 ราย การยืนยันการติดเชื้อทำได้ด้วยวิธี realtime polymerase chain reaction (RTPCR) ในช่วงวันที่ 1 มีนาคม ถึง 16 เมษายน พ.ศ. 2568

กลุ่มก้อนการระบาดในโรงพยาบาล (Nosocomial Cluster) ณ กรุงริยาด: พบผู้ป่วย 7 รายในกลุ่มนี้ ประกอบด้วยผู้ป่วยรายแรก (index case) และบุคลากรทางการแพทย์และผู้ดูแล (health and care workers) อีก 6 ราย ที่ติดเชื้อจากการดูแลผู้ป่วยรายดังกล่าว การตรวจพบกลุ่มก้อนนี้เป็นผลมาจากการติดตามผู้สัมผัสอย่างเข้มข้น

ในจำนวนบุคลากรทางการแพทย์ 6 รายที่ติดเชื้อ 4 ราย ไม่แสดงอาการ (asymptomatic) 2 ราย มีอาการเล็กน้อยและไม่จำเพาะเจาะจง เช่น ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ อ่อนเพลีย คลื่นไส้ และอาเจียน

การประเมินความเสี่ยงและการตอบสนองของ WHO และซาอุฯ

WHO ระบุว่า การแจ้งเตือนผู้ป่วยกลุ่มนี้ไม่ได้เปลี่ยนแปลงการประเมินความเสี่ยงโดยรวมของโรคเมอร์ส ซึ่งยังคงอยู่ในระดับปานกลางทั้งในระดับโลกและระดับภูมิภาค กรณีผู้ป่วยเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าเชื้อไวรัสยังคงเป็นภัยคุกคามในประเทศที่มีการหมุนเวียนของเชื้อในอูฐหนอกเดียว และสามารถแพร่เชื้อสู่มนุษย์ได้

WHO คาดการณ์ว่าจะยังคงมีรายงานผู้ป่วยเพิ่มเติมจากภูมิภาคตะวันออกกลางและประเทศอื่นๆ ที่มีการหมุนเวียนของเชื้อในอูฐ และอาจมีการส่งต่อผู้ป่วยไปยังประเทศอื่นผ่านผู้ที่ได้รับเชื้อจากการสัมผัสอูฐหรือผลิตภัณฑ์จากอูฐ หรือในสถานพยาบาล

การที่บุคลากรทางการแพทย์ 4 ใน 6 รายในกลุ่มก้อนไม่แสดงอาการ และอีก 2 รายมีอาการเพียงเล็กน้อย สะท้อนถึงประสิทธิภาพของการติดตามผู้สัมผัสและการตรวจหาเชื้ออย่างเข้มงวดโดยทางการซาอุดีอาระเบีย

โรคเมอร์ส

มาตรการตอบสนองของกระทรวงสาธารณสุขซาอุฯ

การป้องกันและควบคุมการติดเชื้อ (IPC) ในสถานพยาบาล: ฝึกอบรมบุคลากรอย่างสม่ำเสมอ, ใช้มาตรการ IPC ที่เข้มงวด (เช่น การคัดกรอง, การใช้อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE), การแยกผู้ป่วยต้องสงสัย), การแยกผู้ป่วยยืนยันและการกักกันผู้สัมผัสโดยเร็ว

การเฝ้าระวังและการตรวจหาเชื้อ: ติดตามผู้สัมผัสความเสี่ยงสูงอย่างจริงจัง, รวมการตรวจ MERSCoV ในระบบเฝ้าระวังเชิงรับตั้งแต่ปี 2566

การสร้างความตระหนักด้านสาธารณสุขและสุขอนามัย: รณรงค์เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อจากคนสู่คน, ให้คำแนะนำแก่ผู้มีโรคประจำตัวให้หลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกับสัตว์ โดยเฉพาะอูฐ

ทำความรู้จัก "โรคเมอร์ส" เพิ่มเติมจากข้อมูล WHO

สาเหตุและการติดต่อ: เกิดจากเชื้อไวรัสโคโรนา MERSCoV มนุษย์ติดเชื้อจากการสัมผัสโดยตรงหรือโดยอ้อมกับอูฐหนอกเดียว (แหล่งรังโรคตามธรรมชาติ) การแพร่เชื้อจากคนสู่คนเกิดขึ้นผ่านละอองฝอยจากการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจในระยะใกล้และการสัมผัส โดยส่วนใหญ่เกิดในสถานการณ์ใกล้ชิด โดยเฉพาะในสถานพยาบาล การแพร่เชื้อนอกสถานพยาบาลมีเอกสารยืนยันจำกัด

อาการ: มีได้ตั้งแต่ไม่แสดงอาการ, อาการทางเดินหายใจเล็กน้อย, ไปจนถึงอาการรุนแรงที่นำไปสู่ภาวะหายใจล้มเหลวเฉียบพลัน (ARDS) และเสียชีวิต อาการทั่วไปคือ ไข้ ไอ หายใจลำบาก และมักพบปอดอักเสม (แต่ไม่เสมอไป) บางรายมีอาการทางเดินอาหาร เช่น ท้องร่วง ผู้ป่วยอาการหนักอาจต้องได้รับการดูแลในหอผู้ป่วยหนักและใช้เครื่องช่วยหายใจ

กลุ่มเสี่ยง: ผู้สูงอายุ, ผู้มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ, และผู้มีโรคประจำตัว (เบาหวาน, โรคไต, โรคปอด, มะเร็ง) อัตราการเสียชีวิต (CFR): ประมาณ 36% จากผู้ป่วยที่ยืนยันผลทางห้องปฏิบัติการทั่วโลก ซึ่ง WHO ตั้งข้อสังเกตว่าอาจสูงกว่าความเป็นจริงเนื่องจากผู้ป่วยอาการน้อยอาจไม่ถูกตรวจพบ สำหรับซาอุดีอาระเบีย จากข้อมูลสะสม CFR อยู่ที่ประมาณ 39%

การลดลงของเคสช่วงโควิด19: WHO ชี้ว่าน่าจะเป็นผลจากการให้ความสำคัญกับการเฝ้าระวัง SARSCoV2 ประกอบกับอาการทางคลินิกที่คล้ายคลึงกันอาจลดการตรวจหาเชื้อ MERSCoV อย่างไรก็ตาม ซาอุดีอาระเบียได้ปรับปรุงศักยภาพการตรวจหาเชื้อ MERSCoV หลังการระบาดของโควิด19 โดยรวมเข้ากับการเฝ้าระวังเชิงรับสำหรับตัวอย่างที่ให้ผลลบต่อไข้หวัดใหญ่และ SARSCoV2 ตั้งแต่ไตรมาสที่ 2 ของปี 2566 มาตรการ IPC ช่วงโควิด19 ก็อาจช่วยลดโอกาสการแพร่เชื้อ MERSCoV จากคนสู่คน ส่วนทฤษฎีภูมิคุ้มกันข้ามจาก SARSCoV2 ยังต้องมีการศึกษาเพิ่มเติม

วัคซีนและการรักษา: ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนหรือการรักษาจำเพาะสำหรับโรคเมอร์ส แม้จะมีการพัฒนาวัคซีนและยาจำเพาะหลายตัว การรักษาจึงเป็นแบบประคับประคองตามอาการและความรุนแรงของโรค

โรคเมอร์ส

คำแนะนำจาก WHO

การเฝ้าระวัง: ทุกประเทศสมาชิกต้องมีระบบเฝ้าระวังการติดเชื้อทางเดินหายใจเฉียบพลันที่เข้มแข็ง รวมถึง MERSCoV และตรวจสอบรูปแบบที่ผิดปกติอย่างรอบคอบ

มาตรการ IPC ในสถานพยาบาล: มีความสำคัญอย่างยิ่งในการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อในสถานพยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ควรใช้มาตรการป้องกันมาตรฐาน (Standard Precautions) กับผู้ป่วยทุกคน ทุกครั้ง

การระบายอากาศ: ห้องผู้ป่วยทั่วไปควรมีอัตราการระบายอากาศอย่างน้อย 60 ลิตร/วินาที/ผู้ป่วย (หรือ 6 air changes per hour ACH) สำหรับห้องที่ทำหัตถการที่ก่อให้เกิดละอองฝอย (AerosolGenerating Procedures AGPs) ควรมีอัตราการระบายอากาศอย่างน้อย 160 ลิตร/วินาที (หรือ 12 ACH)

ข้อควรระวังเพิ่มเติม: ใช้ Contact and Droplet Precautions (เช่น ให้ผู้ป่วยอยู่ห้องแยก, ใช้อุปกรณ์ดูแลเฉพาะ, สวม PPE ที่เหมาะสม: เสื้อกาวน์สะอาดไม่จำเป็นต้องปลอดเชื้อ, ถุงมือ, อุปกรณ์ป้องกันตา, หน้ากากทางการแพทย์ที่กระชับ) และ Airborne Precautions เมื่อทำ AGPs

การจัดการผู้ป่วยและผู้สัมผัส: การตรวจจับแต่เนิ่นๆ การจัดการผู้ป่วย การแยกผู้ป่วยโดยเร็ว การกักกันผู้สัมผัส ควบคู่กับมาตรการ IPC และการให้ความรู้แก่ประชาชน สามารถป้องกันการแพร่เชื้อจากคนสู่คนได้

โรคเมอร์ส

คำแนะนำสำหรับประชาชนทั่วไปและกลุ่มเสี่ยง

  • ผู้ที่มีโรคประจำตัวควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกับสัตว์ โดยเฉพาะอูฐ เมื่อไปในฟาร์ม ตลาด หรือพื้นที่โรงนาที่อาจมีเชื้อไวรัสหมุนเวียน
  • ปฏิบัติตามหลักสุขอนามัยทั่วไป เช่น ล้างมือเป็นประจำก่อนและหลังสัมผัสสัตว์ และหลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์ป่วย
  • สังเกตหลักปฏิบัติด้านสุขอนามัยเมื่อต้องจัดการกับผลิตภัณฑ์อาหารจากอูฐ หลีกเลี่ยงการดื่มนมอูฐดิบหรือปัสสาวะอูฐ หรือรับประทานเนื้อที่ปรุงไม่สุก

WHO ไม่แนะนำ ให้มีการคัดกรองพิเศษ ณ จุดผ่านเข้าออกประเทศ หรือใช้ข้อจำกัดทางการเดินทางหรือการค้าใดๆ ในขณะนี้

สถานการณ์โรคเมอร์สทั่วโลกและในซาอุฯ

(ข้อมูลสะสมตั้งแต่ปี 2555 ถึง 21 เม.ย. 68)

  • ทั่วโลก: มีรายงานผู้ป่วยยืนยัน 2,627 ราย จาก 27 ประเทศใน 6 ภูมิภาคของ WHO เสียชีวิต 946 ราย (CFR 36%)
  • ซาอุดีอาระเบีย: เป็นประเทศที่มีรายงานผู้ป่วยมากที่สุด คิดเป็น 2,218 ราย (84% ของทั่วโลก) และเสียชีวิต 865 ราย (CFR 39%)

ตั้งแต่ปี 2562 ไม่พบการติดเชื้อ MERSCoV ในมนุษย์จากประเทศนอกภูมิภาคตะวันออกกลาง

องค์การอนามัยโลกยังคงติดตามสถานการณ์ทางระบาดวิทยาอย่างใกล้ชิดและดำเนินการประเมินความเสี่ยงตามข้อมูลล่าสุดที่มีอยู่ต่อไป

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...