โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กิจการร่วมค้า ITD-CREC จ่ายเงินช่วยเหลือผู้เสียชีวิต-บาดเจ็บ เหตุตึก สตง.ถล่ม

The Bangkok Insight

อัพเดต 09 พ.ค. 2568 เวลา 06.43 น. • เผยแพร่ 09 พ.ค. 2568 เวลา 06.43 น. • The Bangkok Insight

กิจการร่วมค้า ITD-CREC จ่ายเงินช่วยเหลือผู้เสียชีวิต-บาดเจ็บ เหตุตึก สตง.ถล่ม แจงเหตุล้าช้า เพราะรอตรวจสอบ หวั่นจ่ายผิดคน

วันนี้ (9 พ.ค.) พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานในการจ่ายเงินช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมให้แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว จนทำให้อาคารที่ทำการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินพังถล่ม จำนวน 21 ราย

โดยมีนายสุนทร พยัคฆ์ เลขาธิการสภาทนายความ , นายสงคราม สกุลพราหมณ์ อุปะนายกฝ่ายบริหารสภาทนายความ , นายสุชาติ ชมกุล อุปะนายกฝ่ายกิจการพิเศษ , พันตำรวจโท อมร หงษ์ศรีทอง ผู้อำนวยการกองคดีความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ กรมสอบสวนคดีพิเศษ , นางสาวดวงดาว เกียรติพิศาลสกุล รองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ , นายปฐมพร โรจน์เรืองแสง หัวหน้ากลุ่มงานช่วยเหลือและเยียวยา กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ , นายภิรัช ปภาภิวัฒไชย กรรมการพิจารณาการจ่ายเงินแก่ผู้เสียหายฯ , นางสาวมาลินี วัชราสิน กรรมการและเลขานุการคณะกรรมการพิจารณาการจ่ายเงินกับผู้เสียหายฯ และผู้แทนจากกิจการร่วมค้าร่วม ไอทีดี-ซีอาร์อีซี ร่วมแถลงข่าวและเป็นสักขีพยานในการจ่ายเงินช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมครั้งนี้

นายสุนทร ระบุว่า ตามที่สภาทนายความ ได้ประสานความร่วมมือกับบริษัทร่วมค้า ไอทีดี-ซีอาร์อีซี เพื่อจะเยียวยาให้กับผู้ประสบภัยจากเหตุการณ์ตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่ม เมื่อวันที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา จากการประสานความร่วมมือและมีการพูดคุยตกลงกันว่าเราจะช่วยเหลือผู้เสียชีวิตรายละ 1,000,000 บาท และกรณีที่ได้รับบาดเจ็บรายละ 200,000 บาท โดยเป็นเงินช่วยเหลือเพื่อมนุษยชนไม่เกี่ยวกับคดีความใดๆ ทั้งสิ้น

ทางคณะทำงานของสภาทนายความได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมา 2 คณะ คือ คณะช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ผู้เสียหาย และคณะพิจารณาเกี่ยวกับเรื่องค่าเสียหายหรือการจ่ายเงินให้กับผู้เสียหาย โดยคณะนี้ได้พิจารณาเกี่ยวกับเรื่องการจ่ายเงินให้กับผู้เสียหายโดยเฉพาะ วันนี้ได้ผ่านการพิจารณาเรื่องคุณสมบัติของทายาทที่จะได้รับเงินและเอกสารสำคัญ กรณีเสียชีวิตจำนวน 12 ราย และครอบครองผู้บาดเจ็บจำนวน 9 ราย ที่เหลืออยู่ระหว่างการประสานงานและตรวจสอบ คาดว่าอาจจะตรวจสอบให้รวดเร็วและสำเร็จภายในสิ้นเดือนนี้ ตนคิดว่าญาติของผู้เสียชีวิตคงจะได้รับเงินเยียวยาเพื่อมนุษยธรรมภายในสิ้นเดือนนี้

ด้าน นางสาวดวงดาว เผยว่า ในส่วนของกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เราเข้ามาร่วมเป็นคณะทำงานในการพิจารณาจ่ายเงินช่วยเหลือเยียวยาผู้เสียหาย ในเหตุการณ์ตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินสล่ม โดยเราได้ช่วยในการตรวจค้นข้อมูลของทายาทผู้มีสิทธิ์ได้รับเงินช่วยเหลือ เพื่อความถูกต้องของข้อมูล เราก็ได้ตรวจเช็คแล้วเรียบร้อยและได้นำข้อมูลส่งให้ทางเลขาธิการสภาทนายความ เพื่อดำเนินการจ่ายเงินเยียวยาให้กับผู้เสียหายต่อไป โดยตอนนี้เราดำเนินการตามขั้นตอนดังกล่าว ส่วนเรื่องของคดีความนั้นเรามี พ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทน และค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา ซึ่งส่วนนี้เราต้องรอผลการสอบสวนของพนักงานสอบสวนอีกครั้ง

ขณะที่ นายเกรียงศักดิ์ กอวัฒนา รองประธานบริษัทอาวุโส กิจการร่วมค้า ITD-CREC กล่าวว่า ทางกิจการร่วมค้าขอแสดงความเสียใจกับญาติของผู้เสียชีวิตและผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งทางกิจการร่วมค้าเราก็ไม่ได้นิ่งนอนใจในเรื่องนี้ ตั้งแต่วันแรกเราก็มีทีมที่ประสานงานกันอยู่ที่หน่วยงาน เพื่อรวบรวมข้อมูลจากบริษัทที่เข้าไปร่วมทำงานอยู่ในไซด์งานก่อสร้างซึ่งมีมากกว่า 10 บริษัท และรวบรวมข้อร้องเรียนต่างๆ ดำเนินการตรวจสอบ หลังจากนั้นเราได้รับความกรุณาจากสร้างสภาทนายความและ พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ที่ช่วยเข้ามาเป็นตัวกลางในการประสานงานให้ทางกิจการร่วมค้าได้ดำเนินการร่วมกับทางสภาทนายความ

ซึ่งภายหลังได้จัดตั้งเป็นคณะกรรมการโดยมีหน่วยงานต่างๆ ที่เข้ามาช่วยในการดูแลตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้อง อาจมีคำถามจากสื่อมวลชนหลายคนว่าทำไมวันนี้เราจ่ายเงินเพียง 21 ราย เนื่องจากข้อมูลต่างๆ นั้น จากที่ได้รวบรวมมายังมีความไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ และการจ่ายเงินครั้งนี้ก็ไม่อยากให้เกิดปัญหา จึงต้องใช้เวลาในการตรวจสอบ แต่ก็ยืนยันว่าเราพยายามดำเนินการให้เสร็จภายในเดือนนี้ คิดว่าภายในสัปดาห์หน้าเราจะได้รับการยืนยันอีกหนึ่งชุด หลังจากนั้นภายในสิ้นเดือนก็จะเป็นการจ่ายเงินให้ชุดที่เราเก็บตกหล่นทั้งหมด

เมื่อถามว่าการมอบเงินวันนี้เริ่มจากที่สภาทนายความตั้งโต๊ะเพื่อที่จะไปรับความช่วยเหลือก่อนหน้านี้หรือไม่ๆ นายสุนทร ระบุว่า สภาทนายความได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมา เพื่อรับความช่วยเหลือที่จตุจักร ถือเป็นส่วนหนึ่ง เพื่อที่จะช่วยเหลือทางด้านคดีความ ในส่วนเงินชดเชยเพื่อมนุษยธรรมเป็นอีกเรื่องหนึ่งไม่เกี่ยวกับคดีความ

เมื่อถามต่อว่าตอนนี้ผ่านมาแล้วกว่าหนึ่งเดือน เบื้องต้นเริ่มจ่าย 21 รายใช่หรือไม่ และทำไมต้องใช้เวลานานในการรวบรวมรายชื่อ ทั้งที่บริษัทน่าจะมีรายชื่ออยู่แล้ว นายเกรียงศักดิ์ ระบุว่า ถูกต้อง ปัจจุบันเราเพิ่งได้รับการยืนยันจากรายชื่อทั้งหมดกว่า 100 รายชื่อที่สูญหาย ทางนิติเวช สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพิ่งยืนยันได้ 60 กว่าราย ส่วนที่เหลือยังอยู่ในขั้นตอนพิสูจน์อัตลักษณ์ ซึ่งเราก็รอส่วนนี้ด้วย โดยใน 60 รายนั้น เราได้ดำเนินการจ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้นเพื่อนำไปทำศพให้กับทางญาติ ซึ่งก็จ่ายไปครบหมดแล้วทั้ง 60 กว่าราย

โดยขั้นตอนที่ 2 ที่เราจะจ่ายเงินช่วยเหลือครั้งนี้เราต้องใช้ความระมัดระวัง เพื่อที่จะจ่ายเงินให้ถูกต้อง เพราะฉะนั้นตอนแรกเราทำโดยลำพังก็พบปัญหาว่ามีความซับซ้อนในเรื่องของญาติผู้เสียชีวิต และทางกรมคุัมครองสิทธิ์ฯ ก็มีประสบการณ์เรื่องนี้ ในการพบปะกันครั้งแรกทางรัฐถือว่าการกระทรวงยุติธรรมได้แนะนำว่าควรตั้งคณะกรรมการเพื่อพิจารณาเรื่องนี้ไม่ให้มีความผิดพลาด เราจึงต้องทำงานร่วมกัน อาจจะดูว่าใช้เวลานิดหนึ่งแต่ตนคิดว่าหลังจากจ่ายเงินไปแล้ว หากจ่ายถูกคนก็จะจบปัญหา แต่หากเรารีบร้อนเกินไปก็อาจทำให้เกิดข้อผิดพลาดและกลับมาแก้กันยาก

เมื่อถามว่าทางบริษัทรับทราบหรือยังว่าวันที่เกิดเหตุมีคนงานเท่าไหร่ นายเกรียงศักดิ์ ระบุว่า เราทราบ เพราะมีรายชื่อของพนักงานที่เข้าไปทำงานทุกวัน ซึ่งเราได้ทำการตรวจเช็คคนที่รอดชีวิตและคอนเฟิร์มคนที่เราหาไม่เจอว่าเป็นผู้สูญหาย ซึ่งจริงๆ ที่หน่วยงานจะมีโซนที่รับเรื่องอยู่หลายจุด ทั้งกองอำนวยการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สภาทนายความ ซึ่งเราก็นำตัวเลขเหล่านี้มาตรวจสอบร่วมกัน จะเห็นได้ว่าตัวเลขเป็น 103 ประมาณหนึ่งเดือน และเมื่อสัปดาห์ที่แล้วทางกรุงเทพมหานครได้ประกาศเพิ่มอีก 6 ราย ฉะนั้นตอนนี้เราจึงต้องใช้เวลาในการตรวจสอบเรื่องพวกนี้ โดยในวันเกิดเหตุมีบริษัทที่ทำงานอยู่ในไซด์งานกว่า 10 บริษัท มีคนงานทั้งหมดกว่า 300 คน

เมื่อถามว่าจะค้นหาครบทั้งหมดเมื่อไหร่ นายเกรียงศักดิ์ กล่าวว่า ขณะนี้ทราบทั้งหมดแล้วใน 109 ราย แต่เราคิดว่ามีหลายคนที่ไม่ได้เป็นผู้ผู้สูญหายอยู่ในอาคาร ซึ่งเรากำลังตรวจสอบยืนยันอยู่ โดยต้องรอการตรวจยืนยันจากนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจด้วย ตนคิดว่ายังมีผู้ที่ไม่ได้คอนเฟิร์มอีกประมาณ 20 กว่าราย ที่อาจอยู่ที่บ้าน

เมื่อถามว่าในส่วนที่บอกว่าไม่เกี่ยวข้องกับผลของการดำเนินคดีเป็นเรื่องมนุษยธรรม ส่วนนี้ทางบริษัทหรือคณะทำงานมีอะไรมายืนยันหรือไม่ หลังมีแบบฟอร์มให้ผู้ที่ได้รับการเยียวยาเซ็นเอกสาร นายเกรียงศักดิ์ กล่าวว่า ตนคิดว่าข่าวที่อยู่ในโซเชียลก็คงต้องระมัดระวัง เพราะตอนนี้เป็น OFFICIAL และดำเนินการด้วยสภาทนายความ เราไม่อยากให้มีการเสพโซเชียลแล้วเอาเรื่องต่างๆ มาเป็นประเด็น

ด้านนายศุภมิตร วัฒน์นพคุณ ตัวแทนจากบริษัทไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์10 (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวเสริมว่า ในขณะนี้เรื่องของเอกสารแบบฟอร์มต่างๆ เราเข้าใจว่าในโซเชียลมีเดียมีการเผยแพร่หลายรูปแบบ แต่อย่างที่บอกว่าแบบฟอร์มหรือเอกสารอย่างเป็นทางการยังไม่เคยมีการเผยแพร่ออกไปเลย เรื่องของวิธีการจ่ายเงินหรือพิจารณาต่างๆ ตั้งแต่วันแรกที่มีเหตุการณ์อาคารถล่มซึ่งแน่นอนว่าไม่ได้เป็นเหตุการณ์ที่อยากให้เกิดขึ้น วันนี้หากสังเกตก็ยังไม่มีผลสรุปอย่างเป็นทางการของคณะกรรมการสืบสวนฯ แต่สิ่งที่กิจการร่วมค้า ที่ประกอบไปด้วย บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) และบริษัทไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์10 (ประเทศไทย) จำกัด ที่ทำอยู่ขณะนี้ แม้ยังไม่มีผลสรุปการถล่มแต่สิ่งที่เราทำอยู่คือต้องการบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ที่ได้รับผลกระทบ เราไม่ได้มีเจตนาที่จะต้องการหวังผลอะไรในคดี แต่สิ่งที่เราทำคือเมื่อเหตุเกิดมีการจัดงานศพเราก็ช่วยเหลือในส่วนของการจัดงานศพ และการรักษาพยาบาล เราไม่มีการตั้งหลักเกณฑ์อะไรชัดเจน แต่วันนี้ลำพังแค่ค่าทำศพหรือค่ารักษาพยาบาลคงบรรเทาไม่ได้ จึงมีการพูดคุยกันว่าเราไม่สามารถที่จะรอผลของสาเหตุการถล่มได้ จึงตกลงการจ่ายเป็นเงินช่วยเหลือเพื่อมนุษยธรรม

โดยไม่รู้ว่าใครจะต้องรับผิดชอบส่วนนี้ แต่เราจะขอจ่ายเงินก่อน โดยได้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่งชื่อว่าคณะกรรมการพิจารณาการจ่ายเงินให้ผู้เสียหาย ประกอบด้วยผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ เช่น สภาทนายความ กรมสอบสวนคดีพิเศษ สถาบันนิติเวช กรมคุ้มครองสิทธิ์ ซึ่งเหตุผลที่ต้องตั้งเนื่องจากวันนี้หากมีผู้ที่ได้รับผลกระทบเดินมาหาแล้วบอกว่าเป็นผู้ที่ได้รับบาดเจ็บหรือเป็นญาติของผู้เสียชีวิต เราในฐานะเอกชนไม่สามารถยืนยันได้ว่าเขาเป็นตามที่บอกจริงหรือไม่ ก็กังวลว่าการจ่ายเงินช่วยเหลืออาจช่วยไม่ถูกคน และเป็นปัญหาในภายหลัง จึงเป็นเหตุผลที่เราจะต้องใช้เวลานานในการตรวจสอบ

เมื่อถามว่าในฐานะหน่วยงานด้านกฎหมายจะสามารถสร้างความมั่นใจได้ไหมว่าหลังจ่ายเงินเยียวยาไปแล้วเงินก้อนนี้จะไม่มีผลผูกพันทางคดีจริงๆ นายสุนทร เผยว่า ชัดเจนว่าเงินที่จ่ายชดเชยเพื่อมนุษยธรรมไม่เกี่ยวข้องกับคดีความทั้งสิ้น ซึ่งส่วนนี้ทางบริษัทร่วมค้าได้ยอมรับส่วนนี้อยู่แล้ว ฉะนั้นทายาทของผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บสามารถมั่นใจได้ว่าไม่เกี่ยวข้องกับคดีความ ซึ่งหลังจากนี้หากประสงค์จะฟ้องร้องก็สามารถดำเนินการได้ตามสิทธิ

ทั้งนี้ ทางกิจการร่วมค้าเราได้ติดต่อทางผู้รับเหมาทุกเจ้าที่ทำงานอยู่ในโครงการ ที่ได้รับความเดือดร้อน ให้ส่งตัวแทนมาพูดคุยกับทางกิจการร่วมค้า โดยปัจจุบันเราได้ทำเรื่องตกลงชดเชยค่าเสียหายให้กับทางผู้รับเหมา ซึ่งอาจจะมีค่างานที่ค้างอยู่หรืออุปกรณ์ของเขาที่ได้รับความเสียหายที่อยู่ในหน่วยงาน ซึ่งเราก็ได้ทำการชดเชยไปแล้วจำนวนหนึ่ง โดยทุกวันนี้ยังมีการพูดคุยกันอยู่กับผู้รับเหมาและผู้รับเหมาช่วง จะเห็นว่ามีช่างเบิร์ดคนเดียวที่ออกมาพูดเรื่องค่าจ้าง โดยคนอื่นๆ เขาพอใจตามที่กิจการร่วมค้าได้เจรจาตกลงไป และในกรณีของช่างเบิร์ดมีเรื่องซับซ้อนมาก ไม่ใช่ว่าเราไม่อยากจัดการ แต่ไม่ได้เป็นอย่างที่เขาพูดในสื่อ ส่วนประเด็นที่ไม่จริงนัดพูดคุยกันหลังจากนี้

สำหรับญาติของแรงงานข้ามชาติที่เดินทางมาไม่ได้นั้น เราได้ติดต่อกับทางสถานทูตพม่า เพื่อติดต่อไปทางญาติ โดยวันนี้จะมีญาติบินมาจากพม่า เพื่อมารับเงินช่วยเหลือหนึ่งล้านบาท ซึ่งเราก็ได้ประสานกับทุกหน่วยงานและมีการตรวจสอบต่างๆ

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...