โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ความเคลื่อนไหวรอบสัปดาห์ 2-6 มิ.ย. 68

Businesstoday

อัพเดต 07 มิ.ย. 2568 เวลา 10.26 น. • เผยแพร่ 07 มิ.ย. 2568 เวลา 03.26 น. • Businesstoday

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยสรุปภาวะตลาดเงิน-ตลาดทุนรอบสัปดาห์นี้ เงินบาทกลับมาอ่อนค่าเล็กน้อยท้ายสัปดาห์ ขณะที่ตลาดหุ้นไทยลงต่อเป็นสัปดาห์ที่สี่

สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท

เงินบาทกลับมาอ่อนค่าเล็กน้อยท้ายสัปดาห์ หลังเงินดอลลาร์ฯ ฟื้นตัวบางส่วนรับข่าวการหารือระหว่าง ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ และ ปธน.สี จิ้นผิงของจีน

เงินบาททยอยแข็งค่าในช่วงแรกสอดคล้องกับทิศทางราคาทองคำในตลาดโลกที่กลับขึ้นไปทดสอบแนว 3,400 ดอลลาร์ฯ ต่อออนซ์ ประกอบกับน่าจะมีแรงหนุนเพิ่มเติมจากแรงซื้อพันธบัตรไทยของต่างชาติในช่วงกลางสัปดาห์

ขณะที่เงินดอลลาร์ฯ เผชิญแรงขาย หลังตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ (อาทิ ข้อมูลการจ้างงานภาคเอกชนของ ADP ดัชนี ISM ภาคบริการเดือน พ.ค.ออกมาแย่กว่าที่ตลาดคาด) นอกจากนี้ เงินดอลลาร์ฯ ยังมีปัจจัยลบจากการที่ ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ ยังคงแสดงท่าทีเรียกร้องให้ประธานเฟดรีบปรับลดดอกเบี้ย

อย่างไรก็ดี เงินบาทอ่อนค่ากลับมาบางส่วนช่วงปลายสัปดาห์ หลังเงินดอลลาร์ฯ ฟื้นตัวขึ้นรับข่าว ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ และ ปธน.สี จิ้นผิงของจีน มีการหารือและเห็นพ้องกันว่าต้องมีการเจรจาเพิ่มเติมในประเด็นทางการค้า

ในวันศุกร์ที่ 6 มิ.ย. 2568 เงินบาทปิดตลาดในประเทศที่ 32.59 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับ 32.83 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (30 พ.ค.)

สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติระหว่างวันที่ 4-6 มิ.ย. 2568 นั้น นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทย 2,377 ล้านบาท และมีสถานะอยู่ในฝั่ง Net Outflows ออกจากตลาดพันธบัตรไทย 185 ล้านบาท (ขายสุทธิพันธบัตร 183 ล้านบาท และตราสารหนี้หมดอายุ 2 ล้านบาท)

สัปดาห์ระหว่างวันที่ 9-13 มิ.ย. 2568 ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทที่ระดับ 32.40-33.00 บาทต่อดอลลาร์ฯ

ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ฟันด์โฟลว์ของต่างชาติ ทิศทางราคาทองคำในตลาดโลก และสัญญาณการเจรจาการค้าของสหรัฐฯ และคู่ค้า

ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ตัวเลขคาดการณ์เงินเฟ้อในมุมมองของผู้บริโภค ดัชนีราคาผู้บริโภค ดัชนีราคาผู้ผลิต เดือน พ.ค. จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (เบื้องต้น) เดือน มิ.ย.

นอกจากนี้ ตลาดยังรอติดตามข้อมูลจีดีพีไตรมาส 1/68 ของญี่ปุ่น และตัวเลขเศรษฐกิจเดือน พ.ค.ของจีน อาทิ ดัชนีราคาผู้บริโภค ดัชนีราคาผู้ผลิต และตัวเลขการส่งออกเดือน พ.ค.ด้วยเช่นกัน

เงินบาทอ่อนค่า-หุ้นไทยร่วงต่อ
เงินบาทอ่อนค่า-หุ้นไทยร่วงต่อ

สรุปความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทย

ดัชนีหุ้นไทยปิดลบตามแรงขายของนักลงทุนสถาบันในประเทศและต่างชาติ หลังไร้ปัจจัยใหม่ๆ เข้ามาหนุน

ดัชนีหุ้นไทยร่วงลงแรงช่วงกลางสัปดาห์ซึ่งเป็นวันทำการแรกหลังหยุดยาว โดยเผชิญแรงกดดันหลักๆ จากแรงขายหุ้นบริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่แห่งหนึ่งจากความกังวลเกี่ยวกับการปรับปรุงการคำนวณดัชนีของตลท.

โดยจำกัดน้ำหนักหลักทรัพย์รายตัวที่เป็นองค์ประกอบในดัชนี SET50, SET50FF, SET100 SET100FF มีน้ำหนักไม่เกิน 10% เพื่อลดอิทธิพลของหลักทรัพย์ขนาดใหญ่ต่อดัชนี ซึ่งจะมีผลตั้งแต่เดือนก.ค. 2568 เป็นต้นไป

นอกจากนี้ แรงขายทำกำไรหุ้นกลุ่มแบงก์และพลังงานก็มีส่วนกดดันดัชนีหุ้นไทยด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ดี ดัชนีหุ้นไทยดีดตัวขึ้นช่วงสั้นๆ ในเวลาต่อมา ก่อนจะปรับตัวลงอีกครั้งในช่วงท้ายสัปดาห์ แม้จะมีปัจจัยบวกจากรายงานข่าวเกี่ยวกับการหารือทางโทรศัพท์ระหว่างผู้นำสหรัฐฯ และจีนก็ตาม เนื่องจากไม่มีรายละเอียดที่ชัดเจน

ประกอบกับมีแรงกดดันจากแรงขายหุ้นบิ๊กแคป โดยเฉพาะหุ้นบริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่แห่งหนึ่งและบริษัทด้านการกลั่นน้ำมันรายใหญ่แห่งหนึ่งจากประเด็นน้ำมันดิบรั่วไหลกลางทะเล

ในวันศุกร์ที่ 6 มิ.ย. 2568 ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,136.43 จุด ลดลง 1.11% จากระดับปลายสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 37,888.55 ล้านบาท ลดลง 8.35% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai ลดลง 0.67% มาปิดที่ระดับ 238.85 จุด

สัปดาห์ถัดไป (9-13 มิ.ย. 68) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,115 และ 1,100 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,145 และ 1,155 จุด ตามลำดับ

โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ประเด็นเกี่ยวกับนโยบายภาษีของสหรัฐฯ โดยเฉพาะการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีน รวมถึงทิศทางเงินทุนต่างชาติ

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภคและดัชนีราคาผู้ผลิตเดือน พ.ค. รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์

ขณะที่ปัจจัยเศรษฐกิจต่างประเทศอื่นๆ ได้แก่ ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 1/2568 และดัชนีราคาผู้ผลิตเดือน พ.ค.ของญี่ปุ่น ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือน เม.ย.ของญี่ปุ่น อังกฤษ และยูโรโซน ตลอดจนข้อมูลเศรษฐกิจเดือน พ.ค.ของจีน อาทิ ดัชนีราคาผู้บริโภค ดัชนีราคาผู้ผลิต และตัวเลขการส่งออก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...