สธ. ชี้ ปมแรงงานต่างด้าวรักษาฟรี 9 หมื่นล้าน ตัวเลขคลาดเคลื่อน ยอดจริงแค่ 2 พันล้าน
สธ. ชี้ ปมแรงงานต่างด้าวรักษาฟรี 9 หมื่นล้าน ตัวเลขคลาดเคลื่อน ยอดจริงแค่ 2 พันล้าน ด้าน สศช. ชี้แจงรับข้อมูลจาก สธ. จริง แต่ยังเป็น “ข้อมูลดิบ”
วันที่ 25 มิ.ย.68 จากกระแสคลิปหมอแฉ ว่า “กองทุนประกันสังคมต้องจ่ายค่ารักษาให้แรงงานต่างด้าวทำให้สังคมออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง หลังมีการแชร์คลิปแพทย์รายหนึ่ง ออกมาเปิดเผยว่า ประเทศไทยต้องแบกรับค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลให้แก่แรงงานต่างด้าวจากเมียนมา กัมพูชา และลาว รวมเกือบ 92,000 ล้านบาทต่อปี โดยไม่สามารถเรียกเก็บค่ารักษาคืนจากผู้รับบริการได้
ต้นตอของตัวเลขดังกล่าวมาจากรายงานประจำไตรมาส 4/2567 ของ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ซึ่งระบุว่า มีจำนวนครั้งการรับบริการทางการแพทย์ของแรงงานต่างด้าวในพื้นที่ชายแดนถึง 3.8 ล้านครั้ง และมีมูลค่าค่ารักษาที่ไม่สามารถเรียกเก็บได้รวมถึง 92,083 ล้านบาท
ด้านนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้ออกมาแถลงข่าวโต้กลับทันทีว่า ตัวเลขดังกล่าว “ไม่ถูกต้อง” และอาจเกิดจากความคลาดเคลื่อนของข้อมูลดิบที่ยังไม่ผ่านการตรวจสอบหรือจัดระบบ
โดยตัวเลข 9 หมื่นล้านบาทนั้น เป็นไปไม่ได้ เพราะแม้แต่งบหลักประกันสุขภาพของคนไทยทั้งประเทศก็เพียง 1.5 แสนล้านบาท หากแรงงานต่างด้าวใช้ถึง 92,000 ล้านบาท เท่ากับเกินครึ่งของระบบสาธารณสุขทั้งหมด
ในปีงบประมาณ 2567 ค่ารักษาพยาบาลของแรงงานต่างด้าวที่ไม่สามารถเรียกเก็บได้อยู่ที่เพียง 2,054 ล้านบาท เท่านั้น ซึ่งถือว่าลดลงจากช่วงโควิด-19 ที่พุ่งสูงถึง 3,500 ล้านบาท ในปี 2564
นายสมศักดิ์ ยกตัวอย่างต่อว่า จังหวัดตาก ซึ่งเป็นพื้นที่ชายแดนหลัก มีผู้ป่วยข้ามแดนจากเมียนมาเข้ารับบริการมากที่สุด พบว่าค่ารักษาที่โรงพยาบาลแม่สอด 5 แห่ง รวมกันยังไม่ถึง 154 ล้านบาท เท่านั้น
ยืนยันว่า ข้อมูลของ สศช. ที่นำเสนอตัวเลข 92,083 ล้านบาท อาจเกิดจากการรวมยอดซ้ำ หรือปัญหาการจัดเก็บจุดทศนิยมผิดพลาด เช่น การนับเคสหนึ่งเป็นล้านบาทจากความผิดพลาดในการป้อนข้อมูล
ด้าน สศช. ออกแถลงการณ์ยืนยันว่า ตัวเลขดังกล่าวมาจากข้อมูลที่ได้รับจากกระทรวงสาธารณสุขจริง โดยได้รับเมื่อวันที่ 14 มกราคมที่ผ่านมา และได้นำเสนอในรายงานไตรมาสตามขั้นตอน แต่ยอมรับว่าเป็นข้อมูลเบื้องต้น และยังไม่ผ่านการตรวจสอบอย่างละเอียดจากต้นสังกัด
ทั้งนี้ สศช. ได้ประสานงานกับ สธ. เพื่อขอข้อมูลชุดใหม่ที่ผ่านกระบวนการ “cleaning” เรียบร้อยแล้ว และจะมีการแก้ไขรายงานให้ตรงกับข้อเท็จจริงต่อไป
แม้จะไม่มีการยืนยันถึง “การทุจริต” หรือ “การใช้สิทธิ์เกินสิทธิ์” ของแรงงานต่างด้าวอย่างเป็นรูปธรรม แต่กรณีนี้ได้สะท้อนถึงความจำเป็นในการจัดการข้อมูลสาธารณสุขให้มีมาตรฐาน และการวางระบบประกันสุขภาพให้ครอบคลุมแรงงานข้ามชาติอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อไม่ให้เกิดภาระกับรัฐโดยไม่จำเป็น