โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

นายกฯ แจงเหตุชะลอแจกเงินหมื่นเฟส 3 เพราะกำแพงภาษีสหรัฐฯ

WeR NEWS

เผยแพร่ 20 พ.ค. 2568 เวลา 09.58 น.

วันที่ 20 พฤษภาคม 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงแผนการขับเคลื่อนเศรฐกิจภายใต้กรอบวงเงิน 1.57 แสนล้านบาท ว่า ตามมติคณะกรรมการนโยบาย โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ครั้งที่ 2/2568 เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2568 เห็นชอบในการทบทวนค่าใช้จ่ายงบประมาณปี พ.ศ. 2568 งบกลางรายการค่าใช้จ่ายเพื่อกระตุ้นเศรษกิจให้สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบัน ซึ่งได้รับฟังข้อเสนอแนะจากหลายฝ่าย อาทิ ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เสนอให้รัฐบาลทบทวนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อให้สอดคล้องต่อการเปลี่ยนแปลงสถานการณ์เศรษฐกิจโลก

จึงจำเป็นต้องเร่งปรับนโยบายทางด้านเศรษฐกิจที่มีความจำเป็นและเร่งด่วน เพื่อที่จะสร้างรากฐานการเติบโตในระยะยาวและการพัฒนาเศรษฐกิจให้ดียิ่งขึ้น โดยจะมีการดำเนินการปรับแผนการดำเนินการ การดำเนินการปรับเปลี่ยนเงินเพื่อนำไปลงทุนต่อโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงการดำเนินการเพื่อใช้ในการลงทุนต่อด้านทรัพยากรมนุษย์ในระยะยาว ซึ่งในส่วนของรายละเอียดเพิ่มเติม กระทรวงการคลัง จะรายงานต่อไป

นอกจากนี้ ที่ประชุม ครม.ยังได้เห็นชอบในร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้ว พร้อมเอกสารประกอบงบประมาณ รวม 39 เล่ม และให้เสนอสภาผู้แทนราษฎรต่อไป โดยที่สภาฯ จะพิจารณาร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว วาระที่ 1 ในสมัยวิสามัญแห่งรัฐสภาซึ่งจะมีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว รวมถึงเรื่อง ๆ ที่เกี่ยวข้องในวันที่ 28 พฤษภาคม – 1 มิถุนายน 2568 โดยร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว จะเป็นการกำหนดให้ตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 เป็นจำนวนไม่เกิน 3,780,600 ล้านบาท

เมื่อถามว่า ดิจิทัลวอลเล็ตเฟส 1 และ 2 กระตุ้นเศรษฐกิจได้จริงหรือไม่ และเฟสที่ 3 ที่มีการชะลอ เพราะไม่มีเงินใช่หรือไม่ น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า สองรอบแรกกระตุ้นในกลุ่มคนเปราะบางและผู้สูงอายุ แต่เมื่อมีเรื่องกำแพงภาษีเข้ามา เราต้องพิจารณาทบทวน ซึ่งข้อเสนอจากธนาคารแห่งประเทศไทย และสำนักเศรษฐกิจแห่งชาติให้ทบทวนว่าเงินก้อนนี้ควรใช้ที่จำเป็นและเร่งด่วนกว่าเรื่องการแจกเงินดิจิทัล โดยเปลี่ยนรูปแบบไปทำอะไรที่เรียงลำดับความสำคัญ อะไรที่จำเป็น ณ ขณะนี้จะเกิดผลต่อประเทศมากที่สุดและสูงสุด เราจึงต้องทบทวนอันนี้ใหม่

เมื่อถามต่อว่า นายกฯ ใช้คำว่าชะลอแปลว่าคนยังหวังดิจิทัลวอลเล็ตได้อยู่ หรือจริง ๆ เป็นการยกเลิก แต่รัฐบาลไม่กล้าพูดกลัวกระทบฐานเสียง นายกฯ ระบุว่า เราต้องพูดกันให้เข้าใจก่อนว่าตอนนี้ปัญหาที่เข้ามาแทรก คิดว่าประเทศไทยก็คงไม่อยากได้ปัญหานี้ เพราะฉะนั้นเงินก้อนนี้ทั้งก้อนแปลว่าเกิดประโยชน์ที่ตรงไหนสูงสุดเราเน้นที่ตรงนั้นมากกว่า ที่เราไม่บอกว่ายกเลิก เพราะหากเรากลับมาทำอีกในสถานการณ์ที่เศรษฐกิจมันดีขึ้น แล้วการกระตุ้นเศรษฐกิจแบบนี้จะได้ผลมากที่สุด

เราก็มีความหวังว่าเราก็อยากจะให้อะไรที่มีประโยชน์สูงสุดในการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศมันก็ต้องได้ทำ ฉะนั้นที่คณะกรรมการกระตุ้นเศรษฐกิจฯ ทบทวนมา การแจกเงินหมื่นยังไม่ใช่ตัวกระตุ้นที่ดีที่สุด เพราะฉะนั้นเราต้องรับฟัง และถามว่าตัวกระตุ้นไหนดีที่สุดสำหรับประเทศ นั่นคือสิ่งที่เราทำอยู่ กับสถานการณ์ปัจจุบันที่มีเรื่องกำแพงภาษีเข้ามา

เมื่อถามว่า การหาเสียงของพรรคเพื่อไทยต่อไปในอนาคต อะไรที่สัญญาไว้แล้วแต่ไม่เป็นไปตามนั้น จะทำให้หาเสียงยากขึ้นหรือไม่ น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยเวลาหาเสียงก็ประเมินสถานการณ์ว่าเราทำได้จริง แต่ว่าไม่มีใครพูดถึงเรื่องกำแพงภาษีสหรัฐฯ ที่จะขึ้นมา และเรื่องนี้ไม่มีประเทศไหนคาดคิด เพราะเป็นสิ่งที่เราไม่สามารถคาดการณ์ได้ นโยบายนี้เราทำไปแล้วไม่ใช่ว่าไม่ได้ทำ แต่หลังจากนี้พรรคเพื่อไทยจะต้องลงไปทำความเข้าใจกับประชาชน

เมื่อถามว่า คนมองไม่ออกว่าจะเอาเงินก้อนนี้ไปต่อกรกับกำแพงภาษีของสหรัฐฯ อย่างไร จะเป็นการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำหรือไม่ น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า เงิน 1.57 แสนล้านบาท เป็นก้อนที่มาจากงบกลาง จะต้องใช้ให้หมดภายใน 30 กันยายน 2568 ไม่ใช่เงินในส่วนที่จะไปจัดการเรื่องกำแพงภาษี แต่ต่อสู้กับกำแพงภาษีเป็นเรื่องของนโยบายว่าจะต้องปรับเปลี่ยนอะไรกับทางสหรัฐฯ และเราต้องมีส่วนของอัดฉีดเงินเข้าระบบหรือไม่ ต้องรอดูเพราะเป็นคนละเรื่องกัน

และหลังวันที่ 30 กันยายน 2568 จะมีนโยบายระยะกลางและระยะยาวเพื่อรองรับต่อจากเงินก้อนนี้ เพื่อไม่ให้เงินก้อนนี้ใช้แล้วหายไป ซึ่งต้องใช้เพื่อเป็นการลงทุนในก้อนแรกเพื่อต่อนโยบายระยะกลางและระยะยาวต่อไป นี่คือสิ่งที่ต้องทำ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...