โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

มาสเตอร์การ์ดเผยฉ้อโกง-หลอกลวงวงการท่องเที่ยวทั่วโลกพุ่งกว่า 4 เท่า กรุงเทพติดมีฉ้อโกงนักท่องเที่ยวสูง พบแท็กซี่ยันรถเช่ามาอันดับหนึ่ง ปัญหาธุรกิจร้านอาหารและบริการอาหารโกงหลอกลวงนักท่องเที่ยวมากที่สุดในภูเก็ต

BTimes

อัพเดต 21 พ.ค. 2568 เวลา 11.59 น. • เผยแพร่ 21 พ.ค. 2568 เวลา 00.38 น. • อัพเดตข่าวหุ้น ธุรกิจ การเงิน การลงทุน การตลาด การค้า สุขภาพ กับ บัญชา ชุมชัยเวทย์ - BTimes.Biz

สถาบันเศรษฐศาสตร์ มาสเตอร์การ์ด (Mastercard Economics Institute) ซึ่งอยู่ในเครือบริษัทมาสเตอร์การ์ดผู้ให้บริการบัตรเครดิตชื่อดังระดับโลกในสหรัฐอเมริกา เปิดเผยว่า การฉ้อโกงในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว โดยเฉพาะธุรกิจบริษัททำทัวร์ และการจองแพคเกจทัวร์ เพิ่มสูงขึ้นถึงกว่า 4 เท่าเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยการฉ้อโกงในอุตสาหกรรมหรือธุรกิจประเภทอื่นๆ นอกจากนี้ พบว่าอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมีความเสี่ยงต่อการฉ้อโกง เนื่องจากมีจำนวนการฉ้อโกงเพิ่มขึ้น 18% ในช่วงฤดูการท่องเที่ยวหน้าร้อน และเพิ่มขึ้น 28% ในช่วงท่องเที่ยวฤดูหนาวในปี 2024 ผ่านไป

รายงานดังกล่าวของสถาบันเศรษฐศาสตร์ มาสเตอร์การ์ด พบนักท่องเที่ยวรายงานเมืองท่องเที่ยวที่พบการฉ้อโกงสูง ได้แก่ แคนคูน ประเทศเม็กซิโก ฮานอย ประเทศเวียดนาม ธากา ประเทศบังกลาเทศ และกรุงเทพมหานคร และภูเก็ตของประเทศไทย ในทางตรงกันข้าม เมืองท่องเที่ยวที่การฉ้อโกง หรือการหลอกลวงต่ำที่สุด คือซานฟรานซิสโก ประเทสหรัฐ ดับลิน ประเทศไอร์แลนด์ กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ บูดาเปสต์ ประเทศสาธารณรัฐเช็ก และเอดินบะระ ประเทศสกอตแลนด์

สำหรับประเทศไทย รายงานดังกล่าวเปิดเผย 2 จังหวัดท่องเที่ยว ได้แก่ กรุงเทพ และภูเก็ต ในกรุงเทพมหานคร พบว่า 5 อันดับปัญหาการฉ้อโกงหรือการหลอกลวงที่นักท่องเที่ยวพบเรียงตามลำดับ ดังนี้ อันดับ 1.แท็กซี่และธุรกิจรถเช่ามีปัญหาการฉ้อโกงมากที่สุดถึง 48% อันดับ 2.ธุรกิจอาหารมีถึง 34% อันดับ 3.ธุรกิจบริษัททำทัวร์หรือทราเวิลเอเจนซีมี 9% อันดับ 4.ธุรกิจโรงแรมและที่พัก และอันดับ 5.ธุรกิจการบินและรถไฟ สำหรับภูเก็ตนั้น พบว่า 3 อันดับปัญหาการฉ้อโกงหรือการหลอกลวงที่นักท่องเที่ยวพบเรียงตามลำดับ ดังนี้ อันดับ 1.ธุรกิจร้านอาหาร และธุรกิจบริการอาหารมีมากถึง 40% อันดับ 2.ธุรกิจโรงแรมและธุรกิจที่พักมีถึง 39% และอันดับ 3. ธุรกิจบริษัททำทัวร์หรือทราเวิลเอเจนซีมี 19%

นายเดวิด แมนน์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ มาสเตอร์การ์ด เปิดเผยว่า พฤติกรรมที่แสดงถึงการฉ้อโกง หรือการหลอกลงวงชัดเจน และเพิ่มมากขึ้น คือ เมื่อจ่ายเงินซื้อแพคเกจทัวร์เรียบร้อย จะพบว่าไม่เป็นไปตามที่ระบุไว้ เช่น ไม่พาไปเที่ยวยังสถานที่ที่บอกไว้ หรือให้บริการทัวร์ที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับที่สัญญาไว้ การฉ้อโกงจะแตกต่างกันไปในแต่ละเมืองท่องเที่ยว โดยเฉพาะการฉ้อโกงยังพบในร้านอาหารที่อยู่ในบริการทัวร์ ซึ่งเกิดขึ้นในเมืองลอส แองเจลิส สหรัฐอเมริกา

รายงานพบว่า 7 อันดับเกิดการฉ้อโกง หรือการหลอกลวงในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เรียงตามลำดับ ดังนี้ ธุรกิจบริษัทจัดทำทัวร์หรือทราเวิลเอเจนซี ธุรกิจให้บริการสัมภาระกระเป๋า ธุรกิจรถแท็กซี่และรถเช่า ธุรกิจรถสายการบินและรถไฟ ธุรกิจโรงแรม ธุรกิจร้ายขายของที่ระลึกท่องเที่ยว และธุรกิจร้านอาหาร

สถาบันเศรษฐศาสตร์ มาสเตอร์การ์ด เปิดเผยต่อไปว่า ประเภทของการหลอกลวงที่พบบ่อยในแต่ละเมืองทั่วโลกมีความแตกต่างกัน เช่น ฮ่องกงพบปัญหาเกี่ยวกับการฉ้อโกงและการหบอกลวงของรถแท็กซี่ และธุรกิจรถเช่าเพียง 2% แต่ปัญหาดังกล่าวกลับพบมากมายถึง 66% ในกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เป็นต้น นอกจากนี้ การฉ้อโกงในธุรกิจร้านอาหารและธุรกิจบริการอาหารพบได้มากในสหรัฐ และตะวันออกกลาง เมืองนิวยอร์ก พบปัญหานี้มากถึง 63% ซึ่งรวมถึงร้านอาหารที่คิดค่าอาหารแพงเกินจริง หรือขโมยข้อมูลบัตรเครดิตของนักท่องเที่ยว

ที่สำคัญ การฉ้อโกงในขั้นตอนการวางแผนท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นมากกว่า 12% ในปี 2024 ไม่ว่าจะเป็นภาพถ่ายที่ตกแต่งเกินจริง ลิงก์ปลอมเกี่ยวกับการจองโรงแรมหรือที่พักรวมถึงการเปิดเผยข้อมูลบัญชีธนาคารปลอม หรือกลลวงรูปแบบอื่นๆ ทั้งนี้ เพื่อป้องกันปัญหาการฉ้อโกง และการหลอกลวง นักท่องเที่ยวสามารถใช้กระเป๋าเงินดิจิทัล ซื้อประกันการเดินทาง หรือจองทริปด้วยบัตรเครดิต ที่มีระบบป้องกันการฉ้อโกง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...