โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ส่องอัตราการเติบโตของ GDP เศรษฐกิจไทยในยุค 10 นายกรัฐมนตรี

SpringNews

อัพเดต 21 พ.ค. 2568 เวลา 00.20 น. • เผยแพร่ 20 พ.ค. 2568 เวลา 06.34 น.

GDP ย่อมาจาก Gross Domestic Product คือ ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หมายถึง การนับรายได้ทั้งหมดของทุกสัญชาติที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ประกอบไปด้วย

  • C = การบริโภคของเอกชนและประชาชน
  • I = การลงทุนของเอกชนในกิจกรรมต่างๆ
  • G = การใช้จ่ายของรัฐบาล
  • X = การส่งออก
  • M = การนำเข้า

สำหรับรายได้ทั้งหมดที่ใช้คำนวณเป็น GDP มาจากการหมุนเวียนของรายรับและรายจ่าย ทั้งภาคครัวเรือน (หรือประชาชน) ภาคเอกชน ไปจนถึงภาครัฐบาล ดังนี้

  • เมื่อประชาชนทำงาน มีรายได้ มีเงินใช้จ่าย ก็ซื้อสินค้า บริการ และจ่ายภาษีให้แก่รัฐ
  • ภาคเอกชนมีรายได้จากประชาชน มีรายจ่ายเพื่อทำธุรกิจและจ่ายภาษีให้แก่รัฐ
  • ภาครัฐบาลมีรายได้จากภาษีและมีรายจ่ายในการสนับสนุนกิจกรรมของประชาชนและเอกชนต่อ

ถ้าคำนวณออกมาแล้ว ค่า GDP เป็นบวก แปลว่า เศรษฐกิจโดยรวมภายในประเทศมีการเติบโต มีเงินหมุนเวียนในประเทศมากขึ้น แต่อาจต้องระวังเรื่องอัตราเงินเฟ้อ เพราะจะทำให้สินค้าและบริการมีราคาสูงขึ้น เมื่อสินค้าแพงขึ้น ประชาชนก็จะชะลอการใช้จ่าย

แต่หาก GDP เป็นลบ นั่นหมายความว่า ภาพรวมทางเศรษฐกิจของประเทศชะลอตัว เงินหมุนเวียนในประเทศลดลง ส่งผลให้เศรษฐกิจภายในประเทศขาดสภาพคล่อง ภาครัฐจึงต้องนำงบประมาณออกมาพยุงเศรษฐกิจไม่ให้ทรุดหนัก

GDP เป็นตัวบ่งบอกถึงความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ ถ้าประเทศใดมีตัวเลข GDP สูง หรือสูงจนติดอันดับ Top 10 นั่นหมายความว่า เป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลก

GDP เป็นตัวเลขที่สามารถย้อนกลับไปมองได้ว่า ประเทศนั้นๆ มีศักยภาพด้านใด ให้ความสำคัญเรื่องใด ประชากรมีความสามารถด้านใด รวมถึงขีดความสามารถด้านการแข่งขันทางการค้า และการพัฒนาด้านเทคโนโลยีก้าวหน้ามากเพียงใด

สศช. หั่น GDP ไทยทั้งปี 68 เหลือ 1.8%

สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยภาวะเศรษฐกิจไทย ไตรมาสที่ 1 ของปี 2568 และแนวโน้มปี 2568 ว่า ไตรมาสที่ 1 ของปี 2568 ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือ GDP ของไทย ขยายตัว 3.1% เป็นผลมาจากภาคการผลิต และการใช้จ่ายยังคงขยายตัวได้ดี โดยเฉพาะปริมาณการการส่งออกสินค้า ขยายตัว 13.8% และการส่งออกบริการขยายตัว 12.3% เช่นเดียวกับการลงทุนภาครัฐขยายตัว 26.3%

สศช. หั่น GDP ไทยทั้งปี 68 เหลือ 1.8%

ส่วนเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ อัตราการว่างงานอยู่ที่ 0.89% สูงกว่า 0.88% ในไตรมาสก่อนหน้า แต่ต่ำกว่า 1.01% ในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน อัตราเงินเฟ้อทั่วไป และอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานเฉลี่ยอยู่ที่ 1.1% และ 0.9% ตามลำดับ

ส่วนดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุล 10.5 พันล้านดอลลาร์ เงินทุนสำรองระหว่างประเทศ ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2568 อยู่ที่ 245,300 ล้านดอลลาร์ และหนี้สาธารณะ ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2568 มีมูลค่าทั้งสิ้น 12.08 ล้านล้านบาท คิดเป็น 64.4% ของ GDP

ส่วน แนวโน้มเศรษฐกิจไทย ในปี 2568 สศช. ได้ปรับประมาณการใหม่ จากเดิมที่คาดว่าจะขยายตัว อยู่ที่ 2.3 – 3.3% (ค่ากลางของการประมาณการอยู่ที่ 2.8%) เหลือเพียง ขยายตัว 1.3 – 2.3% (ค่ากลางการประมาณการอยู่ที่ 1.8%)

ทั้งนี้คาดว่าการอุปโภคบริโภค จะขยายตัว 2.4% และการลงทุนภาคเอกชนลดลง 0.7% ขณะที่มูลค่าการส่งออกในรูปดอลลาร์ ขยายตัว 1.8% อัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยอยู่ในช่วง 0.0 - 1.0% และดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุล 2.5 ของ GDP

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...