ราคาน้ำมันโลก พุ่งกว่า 1% หลังอิสราเอลเตรียมโจมตีอิหร่าน สะเทือนความมั่นคงอุปทานตะวันออกกลาง
ราคาน้ำมันโลก พุ่ง 1% หลังอิสราเอลเตรียมโจมตีอิหร่าน จุดกระแสความกังวลเสถียรภาพการส่งออกน้ำมันจากตะวันออกกลาง ขณะที่สต็อกน้ำมันดิบสหรัฐเพิ่มขึ้น
วันที่ 21 พฤษภาคม 2568 เวลา 07.31 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นมากกว่า 1% ในวันพุธ (21 พ.ค.) หลังจากมีรายงานว่าอิสราเอลอาจเตรียมโจมตีสถานที่นิวเคลียร์ของอิหร่าน ทำให้เกิดความกังวลว่าอาจเกิดความขัดแย้งที่ส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันจากภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นแหล่งผลิตสำคัญของโลก
ราคาน้ำมันดิบเบรนต์ (Brent) ส่งมอบเดือนกรกฎาคม เพิ่มขึ้น 86 เซนต์ หรือ 1.32% แตะที่ 66.24 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ณ เวลา 00:03 GMT
ส่วนราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ของสหรัฐ เพิ่มขึ้น 90 เซนต์ หรือ 1.45% แตะที่ 62.93 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล
ทั้งนี้ยังไม่ชัดเจนว่าผู้นำของอิสราเอลได้ตัดสินใจขั้นสุดท้ายแล้วหรือไม่ ข่าวดังกล่าวทำให้ราคาน้ำมันดิบของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นมากกว่า 2 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันเบรนต์พุ่งขึ้นมากกว่า 1 ดอลลาร์
โดยอิหร่านเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่อันดับ 3 ในกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (OPEC) การโจมตีของอิสราเอลอาจส่งผลกระทบต่อการไหลเวียนของน้ำมันจากอิหร่าน และยังมีความกังวลว่าอิหร่านอาจตอบโต้ด้วยการปิดช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ซึ่งเป็นเส้นทางส่งออกน้ำมันสำคัญของซาอุดีอาระเบีย คูเวต อิรัก และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
แม้จะมีความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ แต่ตลาดก็ได้รับข้อมูลว่าปริมาณน้ำมันในตลาดอาจเริ่มปรับเพิ่มขึ้น แหล่งข่าวในตลาดเปิดเผยโดยอ้างข้อมูลจากสถาบัน American Petroleum Institute (API) ว่า ปริมาณน้ำมันดิบสำรองของสหรัฐ เพิ่มขึ้น 2.5 ล้านบาร์เรล ในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 16 พฤษภาคม ขณะที่ปริมาณน้ำมันเบนซินและน้ำมันดีเซลลดลง
ทั้งนี้สหรัฐถือเป็นประเทศผู้บริโภคน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลก นักลงทุนกำลังรอติดตามรายงานสต็อกน้ำมันอย่างเป็นทางการจากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐฯ (EIA) ซึ่งจะเปิดเผยในวันนี้เช่นกัน
นอกจากนี้การผลิตน้ำมันของคาซัคสถานยังเพิ่มขึ้น 2% ในเดือนพฤษภาคม ตามข้อมูลจากแหล่งข่าวในอุตสาหกรรม ซึ่งสวนทางกับแรงกดดันจากกลุ่ม OPEC+ ที่ต้องการให้คาซัคสถานลดกำลังการผลิต
อ้างอิง : reuters.com