โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชัวร์ก่อนแชร์ : 6 วิธีทำให้พริกดก จริงหรือ ?

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 28 ต.ค. 2567 เวลา 19.57 น. • เผยแพร่ 28 ต.ค. 2567 เวลา 12.57 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

บนสื่อสังคมออนไลน์แชร์แนะนำหลากหลายวิธีทำให้พริกดก ทั้งการรดราดด้วยสูตรส่วนผสมต่าง ๆ ไปจนถึงการตัดใบตัดยอด

🎯 ตรวจสอบข้อเท็จจริงและคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ ผศ.ดร.จุติภรณ์ ทัสสกุลพนิช ภาควิชาพืชสวน คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

หลากหลายวิธีที่ทำให้พริกดก มีทั้งส่วนจริงและไม่จริง เช่น ส่วนที่จริง การตัดแต่งกิ่ง ทำให้ดอกและผลดกได้จริง แต่เรื่องการเติมสารใด ๆ ลงไป ก็ต้องดูรายละเอียดของสารแต่ละชนิดที่ใส่ลงไป

สูตร 1 : ยาพาราเซตามอล ผสม เครื่องดื่มชูกำลัง และ น้ำเปล่า ช่วยให้พริกดกได้ จริงหรือ ?

ไม่จริง เพราะว่า ยาพาราเซตามอล (Paracetamol) มีผลลบกับพืช ซึ่งอาจจะทำให้การสังเคราะห์แสงของพืชลดลง

ส่วนเครื่องดื่มชูกำลัง มีรายงานเพียงว่าทำให้พืชโตดีขึ้น ไม่ได้มีรายงานการทำให้พริกมีดอกดกและผลดก

สูตร 2 : น้ำหมัก 5 พลัง (มูลค้างคาว มูลไส้เดือน น้ำหมักปลา ยูเรียน้ำ และจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง) ช่วยพริกดกได้ ?

สูตรนี้ก็มีส่วนจริง น้ำหมัก 5 พลังก็คือการให้ปุ๋ยน้ำ

น้ำหมักสูตรใด ๆ ก็ตาม ต้องดูว่าในน้ำหมักมีธาตุอาหารที่จำเป็นสำหรับพืชอะไรบ้าง

ธาตุอาหารตัวที่ทำให้พริกดกได้ควรจะต้องมีฟอสฟอรัส (Phosphorus : P) และหลังจากออกดอกแล้วก็จะต้องมีโพแทสเซียม (Potassium : K) พริกจะได้ติดผลได้

บรรดาน้ำหมักที่หมักกันเองพบว่ามีธาตุอาหารแตกต่างกันตามส่วนผสมและสัดส่วนของส่วนผสมนั้น ๆ ด้วย

สูตร 3 : เปลือกไข่บด ผงชูรส เกลือป่น ทำให้พริกดกได้หรือไม่ ?

สำหรับสูตรนี้ไม่ได้ช่วยเร่งการออกดอกโดยตรง แต่มีความเป็นไปได้ว่าเวลาใช้เกลือ จะทำให้พืชเกิดความเครียดอ่อน ๆ คิดว่าตัวเองกำลังจะตาย อาจจะกระตุ้นการออกดอกได้

เปลือกไข่เป็นแหล่งของแคลเซียมมีผลกับการเจริญเติบโตของลำต้น และไม่เกี่ยวข้องกับการออกดอก

ผงชูรส (Monosodium Glutamate : MSG) เป็นเกลือรูปแบบหนึ่ง ตัวกลูตาเมตมีผลดีต่อพืชอย่างหนึ่งคือส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืชได้ แต่ยังไม่มีรายงานการเร่งออกดอก

สูตรนี้ จะทิ้ง “ความเค็ม” ไว้ในดิน เพราะถึงแม้จะออกดอกได้ดีในช่วงแรกก็จริง แต่ในระยะยาวผลผลิตจะลดลง

สูตร 4 : น้ำซาวข้าว กะปิ ผงชูรส และเครื่องดื่มชูกำลัง ช่วยทำให้พริกดกได้จริงหรือ ?

สูตรนี้ก็ไม่ได้ช่วยให้พริกออกดอกดกมากขึ้นโดยตรง

ในทางตรงกันข้าม สูตรนี้มีทั้งกะปิและผงชูรส คือความเค็มกับความเค็ม ก็จะมีผลกระทบกับดิน เพราะจะทำให้ดินเค็ม พืชแคระแกร็นได้

สูตร 5 : “กินใบให้ตัดดอก กินดอก กินผล ให้ตัดใบ” จริงหรือ ?

เรื่องนี้จริง พริกกินผลจึงแนะนำให้ตัดใบแก่ออก เพราะว่า “ใบแก่” เป็นใบที่สร้างอาหารเองได้ไม่ดีแล้ว

พริกต้องการอาหารจากใบที่ยังมีสีเขียวอยู่ เพราะตัวดอกและผลของพริกต้องการอาหารจากใบพริกที่ยังเป็นใบเขียวปกติอยู่ จึงเกิดการแย่งอาหาร

ดังนั้น แนวทางหนึ่ง คือเด็ดใบแก่ (สีของใบค่อนข้างเหลือง) ทิ้งไป ก็จะทำให้พริกออกดกดีและติดผลได้ดีขึ้น

สูตร 6 : ตัดยอดทิ้งทุก 15 วัน พริกดกได้โดยไม่ต้องใช้สารเคมี จริงหรือ ?

เรื่องนี้จริง เพราะการ “เด็ดยอด” ออก เป็นการกำจัดส่วนที่แย่งอาหารของดอก

ถ้าเด็ดยอดอ่อนทิ้งก็จะทำให้ดอกและผลได้รับธาตุอาหารมากขึ้น มีส่วนทำให้พริกออกดกได้

ขณะที่เด็ดยอดพริกออก เป็นการส่งเสริมการแตกกิ่งข้าง และพริกออกดอกตามข้อ ดังนั้นเวลาเกิดกิ่งข้างมากพริกก็ออกดอกมาก

ขณะที่เด็ดยอดพริกออก มีฮอร์โมนตัวหนึ่ง คือ ออกซิน (auxin) แต่ออกซินยับยั้งการแตกกิ่งข้างของพืช

“การเด็ดยอดพริก” เปรียบเสมือนการทำลายออกซิน พริกก็จะแตกกิ่งด้านข้างมากขึ้นเรื่อย ๆ

การแตกกิ่งข้างของพริกจำนวนมาก เป็นการเจริญเติบโตด้านข้าง ถ้าปลูกตามบ้านจำนวน 1-2 ต้นจะไม่มีปัญหาอะไร แต่สำหรับเกษตรกร ถ้าพริกแตกกิ่งข้างจำนวนมาก ต้นพริกจะเตี้ยและมีทรงพุ่มขนาดใหญ่มากขึ้น อาจจะทำให้ต้นพริกเบียดกันระหว่างพริก 2 ต้น หรือมากกว่านั้น ส่วนที่เบียดกันจะมีผลเล็กและดอกน้อยลงได้เพราะได้รับแสงไม่พอ

สำหรับสูตรไหนจริงก็สามารถแชร์ต่อได้ แต่บางสูตรที่ไม่จริงก็ไม่ควรแชร์ต่อ

การใช้สูตรอะไรก็ตามกระตุ้นให้พริกออกดอกจะต้องดูผลระยะสั้นและระยะยาวด้วย

บางสูตรอาจจะมีผลกระทบต่อต้นและดิน คือระยะแรกจะออกดอกดีจริง แต่ระยะยาวอาจจะมีผลกระทบด้านลบก็ได้

สัมภาษณ์โดย พีรพล อนุตรโสตถิ์

เรียบเรียงโดย คมส์ธนนท์ ศุขอัจจะสกุล

ดูเพิ่มเติมรายการ ชัวร์ก่อนแชร์ : 6 วิธีทำให้พริกดก จริงหรือ ?

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...