โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

บริษัท AI การแพทย์ญี่ปุ่น เจาะตลาดไทย มุ่งแก้ปัญหาขาดแคลนแพทย์

การเงินธนาคาร

อัพเดต 21 ต.ค. 2567 เวลา 16.54 น. • เผยแพร่ 22 ต.ค. 2567 เวลา 00.00 น.

สตาร์ตอัป AI การแพทย์ญี่ปุ่น มุ่งขยายบริการตรวจโรคด้วย AI ในอาเซียน เน้นไทยเป็นหลัก มุ่งแก้ปัญหาขาดแคลนแพทย์

วันที่ 20 ตุลาคม 2567 สำนักข่าวนิกเกอิเอเชียรายงานว่า บริษัทสตาร์ตอัปญี่ปุ่นกำลังเปิดตัวบริการทางการแพทย์ที่ขับเคลื่อนด้วยเอไอ (AI) ในประเทศต่าง ๆ รวมถึงไทยซึ่งเผชิญกับปัญหาการขาดแคลนแพทย์ โดยตั้งเป้าจะใช้ความเชี่ยวชาญจากญี่ปุ่นเพื่อขยายเข้าสู่ตลาดใหม่ ๆ

Lpixel ซึ่งเป็นสตาร์ตอัปจากกรุงโตเกียวกำลังร่วมมมือกับองค์การการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น เพื่อเปิดตัวระบบวินิจฉัยวัณโรคที่ใช้ AI ในไทย โดยหลังจากการทดสอบกับมหาวิทยาลัยมหิดลและพันธมิตรรายอื่น ๆ เมื่อเดือนพ.ย. 2566 ระบบดังกล่าวจะนำไปใช้งานในสถานพยาบาลต่าง ๆ และตั้งเป้าที่จะนำเทคโนโลยีนี้ไปใช้ในสถาบันการแพทย์ 100 แห่งที่ทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และภูมิภาคอื่น ๆ ภายใน 3 ปี โดยเน้นที่ไทยเป็นหลัก

ระบบAI ของ LpixeI ซึ่งสร้างขึ้นด้วยอัลกอริทึมของตัวเอง สามารถช่วยให้แพทย์ระบุสัญญาณของโรคจากการเอกซเรย์ทรวงอกได้ ขณะนี้บริษัทได้นำAI ที่ตรวจจับความผิดปกติของปอดไปใช้ในญี่ปุ่นแล้ว และขณะนี้กำลังขยายขอบเขตการใช้งานเพื่อวินิจฉัยวัณโรคไปยังอาเซียน

องค์การอนามัยโลก (WHO) คาดว่าในปี 2565 จำนวนผู้ป่วยวัณโรคทั่วโลกจะอยู่ที่ 10.6 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากระดับ 10.3 ล้านคน ในปี 2564 ซึ่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นภูมิภาคที่มีจำนวนผู้ป่วยวัณโรคสูงที่สุด คิดเป็น 46% ของจำนวนผู้ป่วยทั่วโลก

เนื่องจากวัณโรคเป็นโรคติดเชื้อ การตรวจพบและรักษาตั้งแต่เนิ่น ๆ จึงมีความสำคัญ อย่างไรก็ตาม ไทยมีแพทย์ไม่เพียงพอ โดยมีแพทย์เพียง 9 คนต่อประชากร 10,000 คน เมื่อเทียบกับประเทศญี่ปุ่น ที่มีแพทย์ 26 คนต่อประชากร 10,000 คน ซึ่งการขาดแคลนนี้ส่งผลให้ต้องมีการเอกซเรย์ แต่ก็มีผู้เชี่ยวชาญไม่เพียงพอสำหรับการวินิจฉัยเช่นกัน

AIของ LpixeI ได้รับการพัฒนาโดยใช้ข้อมูลเอกซเรย์จากผู้ป่วยชาวญี่ปุ่นเป็นหลัก และมีข้อมูลจากผู้ป่วยวัณโรคในไทย ประมาณ 5% นอกจากนี้แล้ว บริษัทยังคำนึงถึงความแตกต่างในด้านคุณภาพของอุปกรณ์ทางการแพทย์และทักษะด้านการถ่ายภาพของช่างเทคนิคในประเทศไทยขณะสร้างเทคโนโลยีนี้ด้วย

LpixeI ได้ยื่นขออนุมัติระบบAI ต่อหน่วยงานสาธารณสุขของไทยเมื่อเดือนส.ค. โดย ระบบของ Lpixel สามารถติดตั้งบนเครื่องเอกซเรย์ที่มีอยู่ส่วนใหญ่ได้ ซึ่งแตกต่างจากซอฟต์แวร์จากผู้ผลิตอุปกรณ์รายใหญ่ที่มักทำงานได้กับอุปกรณ์ของตนเองเท่านั้น ทำให้สถานพยาบาลต่าง ๆ สามารถปรับใช้ได้ง่ายขึ้น

ด้านAI Medical Service ซึ่งเป็นบริษัทสัญชาติญี่ปุ่นอีกแห่งก็กำลังบุกเบิกตลาดเกิดใหม่ โดยนำเสนอระบบAI สำหรับการส่องกล้องเพื่อวินิจฉัยมะเร็งกระเพาะอาหารในบราซิลและอาเซียน

อาเซียนกำลังมุ่งหน้าสู่ระบบที่อนุญาตให้อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ได้รับการอนุมัติในประเทศสมาชิกประเทศใดประเทศหนึ่ง สามารถผ่านกระบวนการอนุมัติที่ง่ายขึ้นในประเทศอื่น ๆ ได้ ซึ่งAI Medical Service ซึ่งได้รับการอนุมัติในสิงคโปร์เมื่อเดือนก.พ. มีแผนที่จะขยายระบบส่องกล้องด้วยAI ไปยังไทยและเวียดนาม

นายเคนจิ โยชิดะ หัวหน้าฝ่ายธุรกิจระดับโลกของบริษัท กล่าวว่า อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ขับเคลื่อนด้วยAI อาจได้รับความนิยมในตลาดเกิดใหม่อย่างรวดเร็ว

ข้อมูลจาก Fortune Business Insights ระบุว่า ตลาดการสร้างภาพทางการแพทย์ (Medical Imaging) ทั่วโลก คาดว่าจะเติบโตแตะระดับ 7.02 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2575 ซึ่งเพิ่มขึ้น 74% จากปี 2566

ทั้งนี้ อุปกรณ์ที่เข้ากันได้กับAI กำลังกระตุ้นการขยายตัวของตลาดดังกล่าว และเป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโตโดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดเกิดใหม่ ซึ่งอุปสงค์การรักษาขั้นสูงเพิ่มขึ้น ท่ามกลางจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้น

อ้างอิง : asia.nikkei.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจอาเชียน ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...