บริษัท AI การแพทย์ญี่ปุ่น เจาะตลาดไทย มุ่งแก้ปัญหาขาดแคลนแพทย์
สตาร์ตอัป AI การแพทย์ญี่ปุ่น มุ่งขยายบริการตรวจโรคด้วย AI ในอาเซียน เน้นไทยเป็นหลัก มุ่งแก้ปัญหาขาดแคลนแพทย์
วันที่ 20 ตุลาคม 2567 สำนักข่าวนิกเกอิเอเชียรายงานว่า บริษัทสตาร์ตอัปญี่ปุ่นกำลังเปิดตัวบริการทางการแพทย์ที่ขับเคลื่อนด้วยเอไอ (AI) ในประเทศต่าง ๆ รวมถึงไทยซึ่งเผชิญกับปัญหาการขาดแคลนแพทย์ โดยตั้งเป้าจะใช้ความเชี่ยวชาญจากญี่ปุ่นเพื่อขยายเข้าสู่ตลาดใหม่ ๆ
Lpixel ซึ่งเป็นสตาร์ตอัปจากกรุงโตเกียวกำลังร่วมมมือกับองค์การการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น เพื่อเปิดตัวระบบวินิจฉัยวัณโรคที่ใช้ AI ในไทย โดยหลังจากการทดสอบกับมหาวิทยาลัยมหิดลและพันธมิตรรายอื่น ๆ เมื่อเดือนพ.ย. 2566 ระบบดังกล่าวจะนำไปใช้งานในสถานพยาบาลต่าง ๆ และตั้งเป้าที่จะนำเทคโนโลยีนี้ไปใช้ในสถาบันการแพทย์ 100 แห่งที่ทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และภูมิภาคอื่น ๆ ภายใน 3 ปี โดยเน้นที่ไทยเป็นหลัก
ระบบAI ของ LpixeI ซึ่งสร้างขึ้นด้วยอัลกอริทึมของตัวเอง สามารถช่วยให้แพทย์ระบุสัญญาณของโรคจากการเอกซเรย์ทรวงอกได้ ขณะนี้บริษัทได้นำAI ที่ตรวจจับความผิดปกติของปอดไปใช้ในญี่ปุ่นแล้ว และขณะนี้กำลังขยายขอบเขตการใช้งานเพื่อวินิจฉัยวัณโรคไปยังอาเซียน
องค์การอนามัยโลก (WHO) คาดว่าในปี 2565 จำนวนผู้ป่วยวัณโรคทั่วโลกจะอยู่ที่ 10.6 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากระดับ 10.3 ล้านคน ในปี 2564 ซึ่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นภูมิภาคที่มีจำนวนผู้ป่วยวัณโรคสูงที่สุด คิดเป็น 46% ของจำนวนผู้ป่วยทั่วโลก
เนื่องจากวัณโรคเป็นโรคติดเชื้อ การตรวจพบและรักษาตั้งแต่เนิ่น ๆ จึงมีความสำคัญ อย่างไรก็ตาม ไทยมีแพทย์ไม่เพียงพอ โดยมีแพทย์เพียง 9 คนต่อประชากร 10,000 คน เมื่อเทียบกับประเทศญี่ปุ่น ที่มีแพทย์ 26 คนต่อประชากร 10,000 คน ซึ่งการขาดแคลนนี้ส่งผลให้ต้องมีการเอกซเรย์ แต่ก็มีผู้เชี่ยวชาญไม่เพียงพอสำหรับการวินิจฉัยเช่นกัน
AIของ LpixeI ได้รับการพัฒนาโดยใช้ข้อมูลเอกซเรย์จากผู้ป่วยชาวญี่ปุ่นเป็นหลัก และมีข้อมูลจากผู้ป่วยวัณโรคในไทย ประมาณ 5% นอกจากนี้แล้ว บริษัทยังคำนึงถึงความแตกต่างในด้านคุณภาพของอุปกรณ์ทางการแพทย์และทักษะด้านการถ่ายภาพของช่างเทคนิคในประเทศไทยขณะสร้างเทคโนโลยีนี้ด้วย
LpixeI ได้ยื่นขออนุมัติระบบAI ต่อหน่วยงานสาธารณสุขของไทยเมื่อเดือนส.ค. โดย ระบบของ Lpixel สามารถติดตั้งบนเครื่องเอกซเรย์ที่มีอยู่ส่วนใหญ่ได้ ซึ่งแตกต่างจากซอฟต์แวร์จากผู้ผลิตอุปกรณ์รายใหญ่ที่มักทำงานได้กับอุปกรณ์ของตนเองเท่านั้น ทำให้สถานพยาบาลต่าง ๆ สามารถปรับใช้ได้ง่ายขึ้น
ด้านAI Medical Service ซึ่งเป็นบริษัทสัญชาติญี่ปุ่นอีกแห่งก็กำลังบุกเบิกตลาดเกิดใหม่ โดยนำเสนอระบบAI สำหรับการส่องกล้องเพื่อวินิจฉัยมะเร็งกระเพาะอาหารในบราซิลและอาเซียน
อาเซียนกำลังมุ่งหน้าสู่ระบบที่อนุญาตให้อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ได้รับการอนุมัติในประเทศสมาชิกประเทศใดประเทศหนึ่ง สามารถผ่านกระบวนการอนุมัติที่ง่ายขึ้นในประเทศอื่น ๆ ได้ ซึ่งAI Medical Service ซึ่งได้รับการอนุมัติในสิงคโปร์เมื่อเดือนก.พ. มีแผนที่จะขยายระบบส่องกล้องด้วยAI ไปยังไทยและเวียดนาม
นายเคนจิ โยชิดะ หัวหน้าฝ่ายธุรกิจระดับโลกของบริษัท กล่าวว่า อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ขับเคลื่อนด้วยAI อาจได้รับความนิยมในตลาดเกิดใหม่อย่างรวดเร็ว
ข้อมูลจาก Fortune Business Insights ระบุว่า ตลาดการสร้างภาพทางการแพทย์ (Medical Imaging) ทั่วโลก คาดว่าจะเติบโตแตะระดับ 7.02 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2575 ซึ่งเพิ่มขึ้น 74% จากปี 2566
ทั้งนี้ อุปกรณ์ที่เข้ากันได้กับAI กำลังกระตุ้นการขยายตัวของตลาดดังกล่าว และเป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโตโดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดเกิดใหม่ ซึ่งอุปสงค์การรักษาขั้นสูงเพิ่มขึ้น ท่ามกลางจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้น
อ้างอิง : asia.nikkei.com