โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ท่าอากาศยานไทย ร่วม AFMA Sustainism และ สทท. พร้อมเป็นผู้นำภาคเอกชน เปิดประตูรับนักท่องเที่ยวสู่ความยั่งยืน | O2O

TOJO NEWS

อัพเดต 20 ก.ย 2567 เวลา 19.51 น. • เผยแพร่ 20 ก.ย 2567 เวลา 12.51 น. • O2O Forum

ดร.กีรติ กิจมานะวัฒน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) หรือ AOT กล่าวแสดงวิสัยทัศน์ด้านความยั่งยืนในงาน “AOT Planting the future – สร้างท่าอากาศยานที่ยั่งยืนรองรับนักเดินทางทั่วโลก” ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการยกระดับท่าอากาศยานของไทยให้เป็นศูนย์กลางการเดินทางที่ไม่เพียงแต่รองรับการเติบโตของนักท่องเที่ยวทั่วโลก แต่ยังสอดคล้องกับหลักการพัฒนาที่ยั่งยืนในระดับสากล ดูเนื้อหาบน O2O Forum

AOT บริหารท่าอากาศยาน 6 แห่ง ได้แก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ท่าอากาศยานดอนเมือง ท่าอากาศยานภูเก็ต ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ท่าอากาศยานหาดใหญ่ และท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ที่เชื่อมโยงการเดินทางทางอากาศทั่วโลก ส่งผลให้ AOT มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และสร้างมาตรฐานการบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

ประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวชั้นนำของโลก มีศักยภาพในการส่งเสริมการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน โดยท่าอากาศยานที่อยู่ในความรับผิดชอบของ AOT เป็นศูนย์กลางในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่น พร้อมทั้งร่วมมือกับภาครัฐและภาคเอกชน รวมถึงโครงการ “Sustainism ยั่งยืนนิยม” ซึ่งเป็นพันธมิตรที่ช่วยสร้างเครือข่ายการท่องเที่ยวแบบครบวงจรที่ยั่งยืน และเชื่อมโยงกับประเทศภูมิภาคอื่น ๆ ทั่วโลก

ด้วยทำเลที่ตั้งของท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่ง สามารถเชื่อมต่อการเดินทางระหว่างทวีปเอเชีย ยุโรป อเมริกา และออสเตรเลียได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ประเทศไทยเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในการพัฒนาสนามบินที่ยั่งยืน ซึ่งรองรับการเดินทางทั้งภาคธุรกิจและการท่องเที่ยว อีกทั้งยังมีบทบาทในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในภูมิภาค ส่งผลต่อการพัฒนาที่ยั่งยืนของไทยและมีบทบาทสำคัญต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจในระดับโลก

AOT มีแผนพัฒนาที่ชัดเจนภายใต้แนวคิด ESG (Environmental, Social, and Governance) โดยมุ่งเน้นการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ เช่น การใช้พลังงานทดแทน การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังมีแผนที่จะลงทุนและสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาดเป็นเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel: SAF) เพื่อช่วยลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในอุตสาหกรรมการบิน รวมถึงการใช้เทคโนโลยีล้ำสมัย เช่น เครื่องเช็กอินด้วยตนเองอัตโนมัติ (Common Use Self Service: CUSS) และระบบการขนส่งที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อลดความแออัดและเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการอย่างยั่งยืน

การผสมผสานนวัตกรรมสีเขียวและการขยายโอกาสทางธุรกิจในท่าอากาศยาน ทำให้ AOT ก้าวสู่การเป็นผู้นำในการพัฒนาท่าอากาศยานที่ยั่งยืนได้อย่างครบวงจร ไม่เพียงแต่ตอบสนองต่อความต้องการของผู้โดยสารและอุตสาหกรรมการบิน แต่ยังสร้างโอกาสใหม่ๆ เช่น การลงทุนผลิต SAF และการพัฒนาระบบการจัดการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ส่งผลให้ AOT กลายเป็นศูนย์กลางการเดินทางและการพัฒนาที่ยั่งยืนในระดับโลก

ท่าอากาศยานไทย คือ ประตูสู่การท่องเที่ยวยั่งยืน เชื่อมโลก ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย

คุณชำนาญ ศรีสวัสดิ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวเสริมถึงโอกาสที่ไทยจะได้เป็นผู้นำการท่องเที่ยวโลกผ่านความร่วมมือระหว่างกันว่า ภาคเอกชนในธุรกิจท่องเที่ยวจะได้รับประโยชน์อย่างมากจากการที่ AOT สร้างความเชื่อมั่นในระดับนานาชาติ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร หรือบริษัทนำเที่ยว การสร้างภาพลักษณ์ให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม จะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวที่สนใจการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ซึ่งภาคเอกชนสามารถใช้โอกาสนี้ในการพัฒนาและปรับปรุงการบริการให้ตรงกับความต้องการของนักท่องเที่ยวกลุ่มดังกล่าว เช่น การสร้างโรงแรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หรือการจัดทัวร์ที่เน้นการอนุรักษ์ธรรมชาติและวัฒนธรรมท้องถิ่น

การที่ AOT เป็นผู้นำในการใช้พลังงานสะอาดและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก จะส่งผลให้ธุรกิจในเครือข่ายการท่องเที่ยวต้องปรับตัวตาม ซึ่งนำไปสู่การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสีเขียวทั้งในและนอกสนามบิน ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับประเทศ แต่ยังทำให้ธุรกิจท่องเที่ยวสามารถลดต้นทุนได้จากการใช้พลังงานทดแทน นอกจากนี้ การพัฒนาระบบขนส่งมวลชนที่ยั่งยืนภายในท่าอากาศยานยังช่วยให้ธุรกิจภาคเอกชนเชื่อมโยงกับท่าอากาศยานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดระยะเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง อีกทั้งจะได้รับประโยชน์จากการเพิ่มความร่วมมือในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวแบบครบวงจร

เมื่อ AOT ชูจุดขายการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน การดึงดูดนักท่องเที่ยวด้วยแนวคิดนี้จะช่วยกระตุ้นความต้องการในตลาดท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นด้านการบริการ การจัดการทัวร์ หรือการสนับสนุนผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น ซึ่งการท่องเที่ยวแบบมีความรับผิดชอบนี้จะช่วยให้ภาคธุรกิจได้รับการพัฒนาที่ยั่งยืนไปพร้อมกับการสร้างความสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ส่งผลดีต่อภาพลักษณ์และความสามารถในการแข่งขันในระดับสากล

ดร.ธิราช รุ่งเรืองกนกกุล ผู้อำนวยการสมาคมการตลาดเพื่อการเกษตรและอาหารแห่งภาคพื้นเอเชียแปซิฟิกใน องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) และ ประธานคณะทำงานเฉพาะกิจ สภาที่ปรึกษาทางธุรกิจแห่งคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติสำหรับภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก (UNESCAP) กล่าวว่าไทยจะก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านความยั่งยืนจำเป็นต้องอาศัยการทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ โดยต้องมีการกำหนดเป้าหมายร่วมกันอย่างชัดเจนและเน้นการทำงานในลักษณะของ “Partnerships for Sustainable Development Goals (SDGs)” ซึ่งเป็นหลักการสำคัญขององค์การสหประชาชาติ (UN) ที่สนับสนุนความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ในการขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืน

การที่ AOT ตั้งเป้าหมายที่จะเป็นผู้นำในการผลักดันให้ไทยเป็นประตูสู่การท่องเที่ยวยั่งยืน ถือเป็นโครงการที่สอดคล้องกับแนวคิดของ UN โดยเฉพาะเป้าหมายที่ 13 (Climate Action) และเป้าหมายที่ 8 (Decent Work and Economic Growth) ของเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) แนวทางนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยให้ประเทศไทยสามารถพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน แต่ยังมีส่วนช่วยลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม สร้างมาตรฐานใหม่ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่เน้นการอนุรักษ์และความยั่งยืน ซึ่งเป็นทิศทางที่ UN สนับสนุนอย่างมากในระดับสากล

จากมุมมองของ UNESCAP ที่มุ่งเน้นในเรื่องการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก การสนับสนุนแนวคิดของ AOT จะมีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านการท่องเที่ยวในภูมิภาคที่มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม และการสร้างงานในธุรกิจการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน แนวทางนี้ไม่เพียงเป็นประโยชน์ต่อประเทศไทย แต่ยังสามารถประยุกต์ใช้ในประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก เพื่อสร้างเครือข่ายการท่องเที่ยวที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในระดับโลก

ดังนั้น การที่ AOT มีวิสัยทัศน์ในการก้าวขึ้นเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง จึงถือเป็นตัวอย่างที่ดีที่ UN มองว่าสามารถนำพาประเทศไทยสู่บทบาทผู้นำด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนได้อย่างแท้จริง

ทั้งนี้ AOT ดำเนินงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและการพัฒนาที่ยั่งยืนภายใต้แนวคิดการเป็นสนามบินที่เป็นพลเมืองที่ดีของสังคมและเป็นเพื่อนบ้านที่ดีของชุมชน (Corporate Citizenship Airport) ดูเนื้อหาบน O2O Forum

สอบถามการเข้าร่วมงานหรือติดต่อเข้าร่วมคอมมูนิตี้ธุรกิจจาก O2O

เข้าร่วมคอมมูนิตี้ของเรา
Website : o2oforum
Facebook : o2oforum
Community : o2oforum
Line : @o2oforum
Subscribe : o2oforum
Tel : 0970344225, 0970347554, 0970343220, 0952156145

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...