โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การแข่งออฟโรดในทะเลทราย ทำลายภาพวาด 'จีโอกลิฟ' จนไม่เหลือเค้าโครงเดิม

Environman

เผยแพร่ 11 ต.ค. 2567 เวลา 01.00 น.

การแข่งขันออฟโรดในทะเลทรายอาตากามา (Atacama Desert) ได้ทำลายภาพที่มีอายุหลายพันปี ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมถูกทำลายไปจนไม่อาจย้อนกลับคืนได้ นักอนุรักษ์กล่าว รัฐบาลล้มเหลวทุกระดับในการปกป้องลายภาพที่ล้ำค่าเหล่านี้

ในทุก ๆ ปี นักแข่งหลายร้อยคนจากทั่วโลกจะมารวมตัวกันทางตอนเหนือของประเทศชิลีพร้อมกับมอเตอร์ไซค์ รถจี๊ป รถกระบะ และรถดัดแปลงคู่ใจ เพื่อเข้าแข่งขันในทะเลทรายอาจากามาเป็นระยะทางหลายร้อยกิโลเมตร ซึ่งถือเป็นการแข่งขันที่ยากลำบากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

แต่สิ่งหนึ่งที่นักแข่งและผู้จัดแข่งขันมองข้ามไปก็คือ ครั้งหนึ่งในอดีตเมื่อหลายพันปีก่อน ทะเลทรายแห่งนี้เคยเป็นผืนผ้าใบที่ชนพื้นเมืองโบราณในอเมริกาใต้ได้ฝากลวดลายเอาไว้ในศิลปะที่ชื่อว่า จีโอกลิฟ (geoglyphs) ทั้งภาพสัตว์ มนุษย์ และสิ่งของต่าง ๆ บนเนินเขาของภูมิภาคนี้

“เมื่อเราเห็นภาพจากโดรน เราแทบไม่เชื่อสายตาตัวเองเลย” ดร. Gonzálo Pimentel นักโบราณคดีและประธานของ Fundación Desierto de Atacama กล่าว “ความเสียหายนั้นไม่อาจย้อนกลับได้เลย”

นักวิทยาศาสตร์ได้สำรวจภาพเหล่านั้นด้วยโดรนและเผยแพร่เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา รถออฟโรดจำนวนมากได้ขับผ่านลวดลายทางประวัติศาสตร์ที่ได้รับการอนุรักษ์อย่างดีเป็น “หนังสือประวัติศาสตร์ของทะเลทราย” แต่ยานพาหนะที่ถูกดัดแปลงเหล่านั้นเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือเค้าโครงเดิม

อย่างไรก็ตาม ผู้จัดงานการแข่งขันแรลลี่อาตากามา ซึ่งเป็นหนึ่งในการแข่งขันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดได้ปฏิเสธความรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น เรื่องจากพวกเขาระบุว่าเส้นทางได้รับการอนุญาตจากรัฐบาลแล้ว และได้เน้นย้ำให้นักแข่งยึดตามเส้นทางดังกล่าว พร้อมมีระบบแจ้งเตือนหากมีใครออกนอกเส้นทาง

แต่อย่างที่เห็น ดูเหมือนว่ารถแข่งหลายคนที่เข้าร่วมการแข่งขันซึ่งถูกจัดอย่างไม่เป็นทางการหรือจัดกันเองนั้น มักจะไม่สนใจเรื่องระเบียบที่ควรปฏิบัติตาม รถเหล่านั้นก็มักจะไม่มีป้ายทะเบียนเพื่อไม่ให้ใครติดตามได้ นอกจากนี้ยังมีเหมืองจำนวนมากที่อยู่ในภูมิภาคนี้

ทั้งหมดนี้ทำให้ทั้งรถแข่ง รถบรรทุกและรถขนาดใหญ่อื่น ๆ ขับกันตามใจชอบ นักอนุรักษ์และนักวิทยาศาสตร์หลายคนได้เรียกร้องให้รัฐบาลป้องกันกับจัดการปัญหาที่เกิดขึ้นเพื่อปกป้องลวดลายล้ำค่าทางประวัติศาสตร์แห่งนี้ ทว่ากลับแทบไม่มีการดำเนินการใด ๆ เลยในช่วงเวลาที่ผ่านมา

“ตั้งแต่ปี 2021 เป็นต้นมา มีการรายงานเรื่องนี้อย่างเป็นทางการไปยังสำนักงานอัยการซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงานที่เราทำที่พิพิธภัณฑ์ภูมิภาค” Luis Pérez นักโบราณคดีและผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ภูมิภาค Iquique กล่าว

“เราต้องเข้าใจว่าความเสียหายต่ออนุสรณ์สถานแห่งนี้ไม่ใช่แค่ความผิดทางอาญาเท่านั้น แต่เป็นอาชญากรรม และในกรณีนี้ถือเป็นเรื่องร้ายแรงมากเพราะเป็นความเสียหายที่ไม่อาจย้อนกลับได้ ไม่สามารถฟื้นฟูได้” เขาเสริม

ที่มา

https://www.biobiochile.cl/…/geoglifos-destruidos-por…

https://www.nytimes.com/…/geoglyphs-atacama-desert…

https://www.iflscience.com/racing-cars-and-motorcycles…

Photo: The Atacama Desert Foundation

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...