โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ท่องเที่ยว

เที่ยวโฮจิมินห์ กับ 7 เหตุผลที่คุณต้องไปเยือนเมืองลุงโฮ ประเทศเวียดนาม

LSA Thailand

อัพเดต 06 ส.ค. 2567 เวลา 14.37 น. • เผยแพร่ 13 ส.ค. 2567 เวลา 04.00 น. • Lifestyle Asia Thailand
เที่ยวโฮจิมินห์

เวียดนาม ประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนที่เรามักจะได้ยินว่า เศรษฐกิจดี เศรษฐกิจก้าวกระโดดจากประเทศข้างเคียงของอาเซียน ด้วยมูลค่า GDP ที่เติบโตถึง 30% ใน 5 ปี เลยได้ว่าเป็นประเทศที่เจริญเติบโตได้เป็นอย่างดี เพราะฉะนั้น การที่คุณจะเลือกมาเที่ยวสักเมืองในประเทศแห่งนี้ โดยเริ่มจากความเป็นเมืองก่อน ก็ดูจะเป็นการเริ่มต้นที่ดี โดยผู้เขียนได้มาที่ นครโฮจิมินห์ ถิ่นประวัติศาสตร์แดนใต้แห่งเวียดนามที่มีสิ่งที่น่าสนใจเพียบ!

นครโฮจิมินห์ อยู่ทางตอนใต้ของประเทศ เป็นเมืองใหญ่ที่สุดจาก 63 จังหวัด ด้วยพื้นที่กว่า 2,000 ตารางกิโลเมตรและมีการแบ่งเขตการปกครอง 19 เขต 5 อำเภอ และชื่อของ โฮจิมินห์ เรียกตามบุคคลที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์เวียดนาม เพราะการประกาศอิสระของประเทศ จึงทำให้คนไทย เรามักจะเรียก มิสเตอร์โฮจิมินห์ สั้น ๆ ว่า “ลุงโฮ” นั้นเอง

ส่วนใครที่ชอบประวัติศาสตร์ และบรรยากาศสถาปัตยกรรมแบบตะวันตก ผสมหลอมรวมไปกับอารยธรรมแบบเวียดนาม การ เที่ยวโฮจิมินห์ ซิตี้ (Ho Chi Minh City) ก็ไปไม่ยาก เป็นศูนย์กลางความเจริญ และเศรษฐกิจ เพราะฉะนั้นถ้าจะไม่มาเที่ยวเช็คอินกันเสียหน่อยก็คงเสียดายแย่ กับ 7 เหตุผลที่คุณต้องมา เที่ยวโฮจิมินห์ มีอะไรบ้าง Lifestyle Asia Thailand จะพาไปดูกัน

1 /7

การเดินทางท่องเที่ยวมาที่โฮจิมินห์

การเดินมาท่องเที่ยวที่นครโฮจิมินห์ง่ายแสนง่าย ถ้าคุณออกจากสนามบินในประเทศไทย แค่มาลงปลายที่ ท่าอากาศยานนานาชาติเตินเซินเญิ้ต (SGN) ส่วนตัวผู้เขียนมากับ Air Asia ใช้เวลาเดินทางจากดอนเมืองไม่เกิน 2 ชั่วโมง ก็จะถึงที่โฮจิมินห์ได้แบบสบาย ๆ อีกทั้งหนังสือเดินทางที่มีอายุไม่เกิน 6 เดือน สามารถอยู่ได้ถึง 30 วัน ซึ่งราคาตั๋วไปกลับที่จองอยู่ เฉลี่ย 5,000 บาท แต่ราคาก็แตกต่างในแต่ละสายการบิน

อย่าลืมแพลนที่จะเที่ยวด้วยไม่ว่าคุณจะมากี่วัน ส่วนตัวมาแบบ 2 คืน 3 วัน ก็ยังรู้สึกยังไม่เพียงพอ รวมถึงอย่าลืม ซิมอินเตอร์เน็ต เพราะสำคัญมากในการติดต่อสื่อสาร และเอารูปลงโซเชียลมีเดียตามใจชอบ แต่ถ้าจะซื้อแพ็คเกจโรมมิ่งแต่ละค่ายมือถือจากประเทศไทย ก็ทำได้เช่นกัน

Photo Credit: anusornbird007/Instagram

2 /7

ค่าครองชีพที่ดีสุดสำหรับชาวต่างชาติ แต่ก็เป็นมิตรกับชาวไทย

เพิ่งมีการจัดอันดับ เว็บไซต์ InterNations บริษัทด้านการย้ายถิ่นฐานระดับโลก เป็นอันดับที่ 1 สำหรับประเทศเวียดนาม แต่ถ้าคุณเป็นนักท่องเที่ยวชาวไทย ด้วยเรทเงินบาท คุณสามารถแลกเงิน 1 บาท ได้ 708.21 (ขึ้นอยู่กับค่าเงินช่วงเวลานั้น) ลองเปรียบเทียบง่าย ๆ วันที่เราไปเหยียบเวียดนาม แล้วลองเข้าร้านกาแฟทั่วไป มีราคากาแฟถูกที่สุดเริ่มต้นที่ 25,000-75,000 ดองเวียดนาม เฉลี่ยเทียบกับเงินไทย 35-105 บาท ต่อแก้ว

ประเทศเวียดนาม คนมีเงินเดือนเฉลี่ย ประมาณ 12,423 บาทต่อคน จากข้อมูลล่าสุดของ World Data

Photo Credit: anusornbird007/Instagram

3 /7

ร้านกาแฟที่เดินไม่กี่บล็อกก็เจอกันแล้ว

ที่นครโฮจิมินห์แห่งนี่คือสวรรค์ของคนรักกาแฟอย่างแท้จริง เพราะมีร้านกาแฟท้องถิ่นที่นี่มีตัวเลือกมากมายตั้งแต่ข้างทางจนถึงร้านใหญ่ ยกตัวอย่างร้านดังของที่เวียดนาม คือ Highlands และ Phúc Long ที่มีสาขามากมาย จนไม่แปลกใจที่ร้านเจ้าดังจากอเมริกา ยังไม่สามารถครองใจคนที่เวียดนามได้มากนัก

โดยค่าเฉลี่ยแล้ว ค่ากาแฟอย่างที่บอกไปในหัวข้อสอง 25,000-75,000 ดองเวียดนาม เฉลี่ยเทียบกับเงินไทย 35-105 บาท ต่อแก้ว ถ้าใครที่ชอบกาแฟสด กาแฟชง หรือชา รับรองว่ามาที่ที่โฮจิมินห์ ไม่มีทางขาดแน่นอน

Photo Credit: anusornbird007/Instagram

4 /7

การเดินทางขนส่งสาธารณะไปที่ต่าง ๆ ในโฮจิมินห์ที่สะดวกสบาย

ก่อนจะพูดถึงการเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะ เราอยากเล่าภาพรวมของการเดินทางที่ โฮจิมินห์ คุณต้องสูดลมหายใจลึก ๆ และไม่ควรที่จะเอาความคุ้นชินของตัวเองในประเทศไทยสำหรับในแง่การจราจร เพราะคนเวียดนามจะขับรถมอเตอร์ไซค์และรถใหญ่ ได้แบบพร้อมบวกกันตลอดเวลา กดแตรกันสนั่นหวั่นไหว แต่ก็ยังไม่เห็นการชนกัน คุณอาจจะตกใจเล็กน้อยถ้าพวกเขาจะวัดใจกัน

คุณสามารถเดินทางด้วยความรวดเร็วประหยัดเงินและรวดเร็วคือ มอเตอร์ไซค์ มีหลากหลายแอปทั้งต่างชาติและท้องถิ่น แต่ถ้าจะให้แนะนำคุณสามารถใช้ Grab ได้โดยที่ไม่ต้องโหลดแอปเลย ถ้าคุณมีอยู่แล้ว ไม่ว่าคุณไปไหนใกล้ไกล สมมุติคุณนั่งไป จ้างแอปไปจากโรงแรมหนึ่งไปอีกโรงแรมหนึ่ง ด้วยระยะประมาณ 1 กิโลเมตร คุณอาจจะจ่ายเพียง 14,000 ดอง ถ้าเงินไทยก็เพียง 20 บาท เท่านั้น สะดวกแบบสุด ๆ ซึ่ง พูดง่าย ๆ ราคาการเดินทางถูกกว่าในประเทศไทย

แต่ถ้าคุณจะนั่ง รถประจำทาง และ แท็กซี่ แบรนด์ท้องถิ่น แนะนำให้ลอง Vinasun Taxi และ Mailinh เพราะราคาเป็นมิตร หรือจะเป็นทางเรือก็ได้ เพราะที่นี่มีแม่น้ำไซง่อนอยู่ในเมือง สามารถดูวิวแม่น้ำรอบหัวค่ำได้ชิว ๆ

5 /7

คุณสามารถหาที่พักหลากหลาย

คุณสามารถหาที่พักคืนละ 500-1000 บาท แต่ได้แบบห้องพักแบบกำลังดี คือมีที่นอนเดี่ยวแบบเตียงใหญ่ หรือที่นอนแบบคู่ก็มี ขึ้นอยู่กับว่าคุณมาคนเดียวหรือมาเป็นคู่ แต่ถ้าคุณมีงบมากหน่อยก็สามารถเลือกห้องแบบอื่นได้

มีข้อสังเกตุอย่างนึงสำหรับเรื่องที่พักว่าในโฮจิมินห์ มักจะมีห้องที่ไม่มีหน้าต่าง ซึ่งราคาจะถูกกว่ามาก ถ้าคุณไม่ได้ติดว่าจะต้องมีแสงอาทิตย์เข้าห้อง คุณก็จะได้ประหยัดเงินไปทำอย่างอื่นได้ อาจเพราะด้วยพื้นที่จำกัดของเมืองเองที่มีความพลุกพล่าน ทำให้พวกเขาต้องใช้พื้นที่จำกัดให้ได้ประโยชน์สูงสุด

6 /7

จุดเช็กอินมากมายที่คุณห้ามพลาด

ถ้าคุณมองสไตล์ยุโรปที่ใกล้ประเทศไทย โฮจิมินห์นี่แหละ คือที่ที่ตอบโจทย์คุณมากที่สุด แหล่งประวัติศาสตร์ สถานที่ช้อปปิ้ง และพิพิธภัณฑ์ ต่าง ๆ ซึ่งผู้เขียนก็ได้ไปหลายจุดเท่าที่เป็นไปได้

– Ho Chi Minh Fine Arts Museum‎

ใครที่ชอบดูงานศิลปะ เดินพิพิธิภัณฑ์ที่แห่งนี้น่าจะถูกใจไม่น้อย สำหรับการรวบรวมงานศิลปะจากศิลปินของเวียดนาม โดยเป็นตึกสไตล์ยุโรป มีทั้งหมด 3 ช้้น ค่าเข้าตอนที่ไปอยู่ที่ 30,000 เวียดนามดอง

– Ho Chi Minh City Hall

อาคารสีเหลืองสวยงามแบบโคโลเนียลที่งดงาม ถ้าคุณมาตอนกลางคืนก็ได้ไฟส่องสว่างไปอีกแบบ แต่ถ้ามาตอนกลางวัน ก็จะสวยไปอีกแบบแล้วแต่ความชอบ

– Saigon Opera House

โรงละครที่ใครแวะเวียนมาที่โฮจิมินห์ต้องเป็นจุดที่ห้ามพลาด โดยตัวอาคารสร้างมาตั้งแต่ ปี ค.ศ. 1897 และยังทำการแสดงจนถึงทุกวันนี้ ถ้าคุณมีเวลาแนะนำให้มาสักครั้ง และข้าง ๆ โรงละคร ยังมีจุดซื้อบัตรทัวร์เมืองรถบัสสองชั้นในโฮจิมินห์ด้วย

– Dong Khoi Street

ย่านช้อปปิ้ง ที่คุณจะได้แวะเวียนซื้อเสื้อผ้า ทั้งระดับกลางจนถึงไฮเอนด์ คุณจะได้เดินห้างเล็กใหญ่ในย่านนี้กันอย่างสนุกสนาน

– Notre-Dame Cathedral Basilica of Saigon

จุดมุ่งหมายที่เราอยากมาที่สุด โบสถ์คาทอลิกที่ก่อด้วยอิฐสีแดง มีหอนาฬิกาอยู่ด้านหน้าสวยงาม เป็นนำศิลปะที่แทบจะยกมาจากฝรั่งเศสทั้งหมด ถูกสร้างในช่วง ค.ศ. 1863 และ 1880 สามารถถ่ายรูปเช็กอินเต็มที่ แต่น่าเสียดายในช่วงที่เราไปทางโบสถ์มีการปรับปรุงซ่อมแซมอยู่พอดี (หวังว่าอนาคตจะได้กลับไปถ่ายสภาพสมบูรณ์)

– Saigon Central Post Office

ไปรษณีย์ใหญ่ในเมืองโฮจิมินห์ที่ดูคล้ายสถานีรถไฟอย่างไรอย่างนั้น ด้วยจุดเด่นหน้าต่างเป็นซุ้มโค้งทั้งด้านนอกและด้าน โดยถ้าคุณเดินเข้าไปคุณก็จะเห็นการให้บริการส่งไปรษณีย์ให้กับนักท่องเที่ยวทั่วทุกมุมโลก แถมจะเดินเข้ามาเล่นถ่ายรูปเล่นได้

– Ho chi Minh Square

ใครที่แวะมานครโฮจิมินห์ ก็จะมีรูปปั้นของลุงโฮจิมินห์อยู่หลายที่ คุณสามารถแวะมาที่ศาลว่าการเมืองเพื่อมาถ่ายรูปเช็กอินได้เลย

– Tan Dinh Church

โบสถ์สีชมพูแห่งโฮจิมินห์ ถ้าคุณมาตอนกลางวัน คุณจะได้เห็นสีโบสถ์ชมพูสวยงาม ด้วยสถาปัตยกรรมแบบโรมัน สามารถถ่ายรูปได้หลากหลายมุม ขณะเดียวกัน ถ้าคุณมากลางคืน คุณจะได้เห็นผู้คนในเวียดนามมารวมตัวกันที่โบสถ์แห่งนี้ และมีการเป็นไฟสปอตไลท์สวยงาม ทำให้โบสถ์ออกเป็นโทนสีส้ม สวยไปอีกแบบ

– War Remnants Museum

พิพิธภัณฑ์สงครามที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นที่รู้จักในนามพิพิธภัณฑ์อาชญากรรมสงครามจีนและอเมริกา ถือเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในนครโฮจิมินห์ซึ่งมีนักท่องเที่ยวชาวตะวันตกมากมาย ผมได้มีโอกาสไปเยือนที่แห่งนี้ ถ้าคุณเป็นชอบประวัติศาสตร์ คุณต้องไม่พลาดที่แห่งนี้ ภาพบางภาพคุณจะไม่เคยเห็นบนโลกอินเตอร์เน็ตที่ถ่ายมาจากสงครามเวียดนามในยุคนั้นจริง ๆ

ค่าเข้าอยู่ที่ 40,000 เวียดนามดอง

7 /7

อาหารเวียดนาม

มาเวียดนามคุณอย่าพลาดอาหารท้องถิ่นอย่างที่มีให้เลือกหลากหลายรูปแบบ เช่น เฝอ ที่คุณสามารถหากินได้ข้างทางมากมาย หรือ บั้นหมี่ ขนมปังญวน คุณสามารถหาหลากหลายรูปแบบ หรือร้านสะดวกซื้อที่มีมากมาย

แต่ถ้าอยากกินร้านอาหารในเวียดนามก็มีพอแนะนำที่ได้ไปเยี่ยมเยือน ยกตัวอย่าง Pizza 4 P’s ร้านพิซซ่าชื่อดังในเมืองโฮจิมินห์ ที่นำวัตถุดิบต่างมาจากอิตาลีโดยเฉพาะ คุณจะได้เห็นหลังร้านเขาจะทำพิซซ่าโชว์คุณแบบเต็มที่ อร่อยจนยกนิ้วให้แน่นอน ถ้าคุณชอบพิซซ่า

มากกว่านั้นเราได้ไปร้านเวียดนามแท้ ๆ อย่าง Cơm Niêu Hà Đô และ Hàng Cuốn Cao Thắng (นำชื่อไปค้นหาได้เลย) ที่คุณจะได้เกินเมนูที่หลากหลาย โดยส่วนใหญ่เมนูของคนเวียดนามจะเน้นผัก ซึ่งถ้าคุณชอบเมนูผัก มาที่ประเทศนี้ต้องรักแน่นอน

Main, Hero and Featured images: anusornbird007/Instagram

อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับ ไลฟสไตล์คนเมือง ร้านอาหารเด็ดดัง แฟชั่นล่าสุด สุขภาพ และความงาม พร้อมกับ เรื่องราวทางวัฒนธรรมต่าง ๆ ได้ที่ Lifestyle Asia The information in this article is accurate as of the date of publication.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...